หากจะรัก...ควรจะรู้ (ตอนแรก)

หากจะรัก...ควรจะรู้ (ตอนแรก)

หากจะรัก...ควรจะรู้ (ตอนแรก)
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กล่าวกันว่ากามารมณ์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตคู่ แถมเป็นส่วนสำคัญเสียด้วย เพราะเป็นวิธีการบอกรักที่เรียบง่ายด้วยสัมผัสรักทางภาษากายที่ถ่ายทอดให้แก่กัน

ในระหว่างที่บทรักบทพิศวาสดำเนินไปตามครรลองของธรรมชาติแห่งการเจริญพันธุ์และยืนอยู่บนพื้นฐานของสัญชาตญาณพื้นฐานแห่งความเป็นชายและหญิง เป็นการร่วมแสดงความรักแก่กันและกันโดยปราศจากความเห็นแก่ตัว!!!




ด้วยเหตุนี้แหละที่ทำให้ชายหญิงที่ใช้ชีวิตคู่กัน ถ้าหากจะได้เข้าใจกันหรือพยายามจะเข้าใจกันให้ถ่องแท้ในความต้องการตามธรรมชาติ และพยายามตอบสนองต่อกันและกันด้วยความรักความผูกพันและน้ำใสใจจริงแล้ว

ความสุขสมที่เกิดขึ้นจากการมีสัมพันธ์ทางกายที่ลึกซึ้งนั้น ย่อมเป็นส่วนหนึ่งที่โยงใยความรักความเสน่หาที่มีต่อกันและกันให้มั่นคงแนบแน่นเป็นหนึ่งเดียว ด้วยความรักและความผูกพันในกันและกัน

เป็นที่แน่นอนว่า ชีวิตคู่ที่มีกามารมณ์และรสเสน่หาที่สุขสมนั้น เรื่องอะไรที่เกิดขึ้นในระหว่างการใช้ชีวิตคู่ร่วมกันนั้น เรื่องใหญ่ก็จะกลายเป็นเรื่องเล็ก และเรื่องเล็กน้อยก็จะกลายเป็นไม่มีเรื่อง

สัมพันธภาพจึงสวยสดงดงามและสุขสม ต่างจากคู่ที่ไม่ค่อยจะสุขสมจากการมีสัมพันธ์ทางกายนั้น เรื่องเล็กก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องก็จะกลายเป็นเรื่องขึ้นมาทันทีทันใด




ทุกวันนี้คนเราเห็นแก่ตัวมากขึ้น อยากให้ผู้อื่นมาทำตามที่เราต้องการมากขึ้น และมักจะมีความต้องการในบางสิ่งบางอย่างที่เป็นไปไม่ได้เพิ่มขึ้น ผลที่ตามมาก็คือความรักที่หวานชื่นภายในครอบครัวก็ค่อยๆ เลือนหายไป เลือนหายไป ในที่สุด

โดยเฉพาะเรื่องราวของความรักระหว่างชายและหญิงที่พยายามจะให้อีกฝ่ายหนึ่งมาเป็นแบบที่ตัวเองเป็นอยู่แ ละอยากให้คนใกล้ตัวมาเป็น...อันเป็นความฝันอันสูงสุด แต่เป็นความฝันจริงๆ คือเป็นไปไม่ได้!!

จริงอยู่การทำความฝันให้เป็นความจริงนั้นเป็นปรัชญาสูงสุดในการดำรงชีวิตในทุกรูปแบบ รวมทั้งการใช้ชีวิตคู่ แต่ต้องเข้าใจว่าบางเรื่องก็เป็นความฝันที่เลื่อนลอยเช่นกัน กล่าวกันว่าผู้หญิงนั้นเกิดมาแสวงหาความรักความอบอุ่นจากชาย!

คงจะไม่มีผู้หญิงคนไหนปฏิเสธหรอก ว่าสิ่งที่ต้องการมากที่สุดในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกับใครสักคนหนึ่งนั้นก็คือ ‘ความรัก’ ไม่ใช่กามารมณ์สักหน่อย




เพราะผู้หญิงทุกคนเกิดมาภายใต้การควบคุมและบงการของฮอร์โมนเพศหญิงที่เรียกว่าเอสโตรเจนที่เป็น ‘ฮอร์โมนแห่งความรัก’ พวกเธอจึงเกิดมาเพื่อแสวงหาความรัก ความอบอุ่น ความมั่นคง ความจริงใจจากใครสักคนหนึ่ง

และเมื่อเธอแน่ใจแล้วว่า เขารักเธอ...เธอก็พร้อมที่จะมอบทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าชีวิต จิตใจ ร่างกายของเธอเพื่อผู้นั้น

สำหรับผู้หญิงแล้ว บทพิศวาสจึงเกิดมาจากความรักมากกว่าความต้องการตามธรรมชาติของการเจริญพันธ์ คู่ชีวิตของเธอ ผู้ชายที่แสนดีคนนั้นจึงต้องเข้าใจเธอในรูปแบบนั้นด้วยว่า ถ้าจะปลุกเร้าอารมณ์พิศวาสของเธอแล้ว จะต้องปลุกเร้าอารมณ์รักของเธอก่อนเสมอ



ย่อมแน่นอนว่าการปลุกอารมณ์รักของผู้หญิงนั้น ย่อมไม่ใช่การจูบกอดแต่เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงการแสดงความรักในรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นถ้อยคำที่หวานหู ดูแลทุกข์สุขของเธอ

แสดงอาการห่วงใยเธออย่างสม่ำเสมอ ช่วยเหลือเธอทำงานบ้าน เป็นที่ปรึกษาของเธอในเรื่องต่างๆ และฟังเสียงบ่นของเธอ...ว่าเป็นเพราะเธอรักเขา!!!

เป็นธรรมชาติของผู้หญิงจริงๆ ที่พอตกลงปลงใจรักใครเข้าแล้ว และแน่ใจว่าจะใช้ชีวิตคู่กับเขาแล้ว จะต้องกังวลสนใจไปทุกเรื่องทุกราว อยากจะไปจัดการชีวิตเขาไปทุกเรื่องทุกราว เลยต้องบ่นต้องว่าเวลาที่เขาไม่ทำตาม

แต่ผู้หญิงก็จะต้องเรียนรู้ด้วยว่า ผู้ชายนั้นบอกรักผ่านการมีเพศสัมพันธ์ และเมื่อผู้ชายของเธอสุขสมจากการร่วมรักกับเธอแล้ว ความรักของเขาที่มีต่อเธอจะเพิ่มพูนมากขึ้น ผู้ชายที่มีความสุขกับผู้หญิงของเขา จึงเป็นคนที่น่ารักและนุ่มนวลเสมอ

การเคลื่อนไหวที่สอดคล้องประสานกันอย่างต่อเนื่องในระหว่างที่เขากำลังมีบทพิศวาสกับเธอนั้น จะก่อให้เกิดความผูกพันทางใจเพิ่มขึ้นอย่างน่าประหลาด


ผู้ชายหลายรายจึงเร่งร้อนรุนแรงในการมีสัมพันธ์สวาทกับผู้หญิงของเขา จนผู้หญิงหลายคนมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อการร่วมรัก...

เพราะมองเผินๆ จึงเหมือนกับว่าผู้ชายเกิดมาเพื่อจะระบายความใคร่ แต่แท้ที่จริงแล้วในบางครั้งก็เป็นการแสดงความรักของเขาเช่นกัน สุดแต่ว่าผู้หญิงที่เป็นคู่ของเขาจะเข้าใจเขาในรูปแบบใดเท่านั้น

ติดตามอ่าน หากจะรัก...ควรจะรู้ (ตอนจบ) ได้ที่นี่

โดย นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์
นิตยาสารเปรียว เมษายน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook