ทุ่ม 5 ล้าน! ศัลยกรรมเกาหลีเปลี่ยนชีวิตสาวอ้วนให้ดูดีขึ้น

ทุ่ม 5 ล้าน! ศัลยกรรมเกาหลีเปลี่ยนชีวิตสาวอ้วนให้ดูดีขึ้น

ทุ่ม 5 ล้าน! ศัลยกรรมเกาหลีเปลี่ยนชีวิตสาวอ้วนให้ดูดีขึ้น
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

วันนี้ Sanook! Women มีเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจให้กับสาวอ้วนคนหนึ่งที่อยากมีรูปร่างและหน้าตาที่ดีขึ้น จากคุณ จูน สมาชิกจาก pantip.com ที่ยอมทุ่มเงินกว่า 5 ล้านบาท ไปศัลยกรรมไกลถึงประเทศเกาหลี ยอมขึ้นเขียงทำหน้า และสัดส่วนร่างกายจาก น้ำหนัก 107 กก. ตอนนี้ลดเหลือ 80 กก. แต่ละขั้นตอนการศัลยกรรมครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ตามมาดูกันได้เลย

เกิดเป็นหญิงยากแท้แสนลำบากกันนะคะทุกท่าน ดังคำกล่าวที่ว่า “ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง”  และยังมีคำอื่นๆที่เจ็บปวดได้อีกมากกว่านั้นว่า “เป็นผู้หญิงอย่าหยุดสวย” ซึ่งไม่หยุดอยู่แค่นั้น ยังมีคำต่อท้ายให้ด้วยที่ว่า “ถ้าไม่สวยก็หยุดเถอะคร่า” โอ้ววววววววววว!!! มันก็ดูเป็นการทำร้ายจิตใจกันมากเกินไปนะคะ จะยอมกันได้อย่างไร ไม่ได้ชะมะ ใช่สิ...อิอิ ไม่ได้หรอกค่ะ เปลี่ยนเป็น ฮันนะซังรวมพลังจัมโบ้ว่า “ถ้ายังไม่ตาย ฉันก็ไม่ยอมมมม..ที่จะหยุดสวยดีกว่า” 
    
ใครจะไปยอมกันได้ละคะ เกิร์ลพาวเวอร์อย่างเรา แน่นอนว่า คนเราเกิดมามีไม่เท่ากัน อยู่แล้ว “ตูด นม เดือย (อั้ยยยยยยยย)” หรืออะไรก็แล้วแต่ คุณพ่อคุณแม่ให้มามากน้อยไม่เท่ากัน คนเบื้องบนก็อาจจะให้มาตามมีตามเกิดกันไป บางคนก้นแฟ่บ(ตูดฟีบ) เอวกิ่ว สะโพกเล็ก ดั้งแหมบ หรือที่เจ็บที่สุดของฝ่ายหญิงอย่างเราก็คือ “หน้าอกเล็ก” เหอะๆๆๆ ซึ่งยอมไม่ได้ยิ่งกว่า “อกหัก” อีกนะคะ แฟนใหม่ไม่ตายก็หาไม่ได้ แต่ นมใหญ่ตายกี่ชาติก็ยังขาดๆเกินๆกันอยู่ หุหุ..

    
เพราะฉะนั้น ฉันจึงทระนง สวมวิญญาณบุญรอด กันไปเลยค่ะคุณขา มือขวาปาดน้ำตา และสองเท้าก้าวเดินไปหาคุณหมอดีๆ เพื่อทำ “ศัลยกรรมนำพาชีวิตที่ดีงามและเลอค่ากันดีกว่าค่ะ” ใครจะว่าสิ้นเปลือง ใครจะว่าหน้าปลอม หรือเห็นเราเป็นแค่ดอกไม้พลาสติก ไม่ต้องแคร์ลลลลลลล เดินหน้าเชิด สองขาพอยท์  ยิ้มอ่อนให้ และเบะปากใส่แรงๆไปหนึ่งที พร้อมกับยึดมั่นในคติอันดีและคิดบวกเข้าไว้ค่ะว่า “ทำบุญสวยชาติหน้า ทำหน้าสวยชาตินี้” ว่าแล้วก็อยากชวนทุกท่านมาชมประวัติของผู้เขียนกันสักนิด เพื่อเป็นการน้อมนำทำความรู้จักกันเล็กๆน้อยๆค่ะ


สวัสดีค่ะ ชื่อ จูน นะคะ หรือ จะเรียกว่า “ปลา” ก็ได้ มี 2 ชื่อค่ะ ขออธิบายกันสักนิดว่าทำไมต้องมีสองชื่อนะคะ ชื่อเล่นจริงๆก็คือ “จูน” ในวงการก็คือ “จูนนี่” นั่นเอง (วงการบิ๊กมาม่าไม่อ้วนเอาเท่าไหร่) แต่อีกชื่อ คือ “ปลา” นั้นมาจาก ความอวบอิ่มพริ้มเพราเขย่าโลกของตัวเอง แล้วเป็นคนความจำสั้นมากๆ ยิ่งกว่าปลาทอง เพื่อนสาวก็เลยเรียกว่าปลานะคะ (ทั้งเพื่อนสาวและเพื่อนเกือบสาวเลยก็ว่าได้ค่ะ) และเหตุผลอีกอย่างก็มาจาก ความยุ้ยอุ้ยอ้ายแก้มป่องหน้าพองยิ่งกว่าปลาทองนั่นเองค่ะ อายุอานามตอนนี้ 18 ค่ะ (ล้อเล่น) 555 บวกไปอีก 14 ปี ตอนนี้ 32 (งวดนี้ใครอยากถูกไม่ต้องไปขูดเอาจากเจ้าแม่จูนนี่ไปได้เลย) 
   

ออกตัวไว้ก่อนค่ะว่าเป็นคนที่รูปร่างท้วมมาตั้งแต่เด็กๆ แต่เคยมีอยู่ช่วงนึงสมัยวัยรุ่น 16-17 เริ่มเป็นสาวสะพรั่งขึ้นมาก็เริ่มอยากจะผอม อยากจะสวยกับเค้ามาบ้าง ก็เริ่มปฏิบัติการฮันนะซังเมคโอเวอร์ตัวเอง ให้ผอมลงโดยการออกกำลังกาย ตีแบดทุกวันหลังเลิกเรียนกับเพื่อนๆ และอดอาหาร ทานน้อยมากๆ ไอศกรีม เค้ก น้ำอัดลม แม้แต่ไก่ทอดฟาสต์ฟู้ดที่เคยชอบกิน ดิฉันเลิกเด็ดขาดค่ะ และอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่ขาดไมได้เลย คือ เข้าคอร์สกับคุณหมอขอยาลดความอ้วนสิคะ และไม่พลาดที่จะไปรับยาและพบแพทย์ ที่ ร.พ.ลดน้ำหนักอันดับต้นๆของประเทศ ก็ยอมรับค่ะว่า จากอ้วนๆ ท้วมๆ มาตั้งแต่เด็กๆ ก็เริ่มผอมลงๆ เรื่อยๆ จนกระทั่งมีครอบครัว ตายละสิคะ หลังจากมีปั๋ว ใช่ค่ะก็มีชีวิตน้อยๆ ของ เราก็ตามมา ได้หนุ่มน้อยเข้ามาเพิ่มเติมในชีวิต 1 คน แต่ผลที่ตามมาหลังจากนั้น คุณแม่ก็ยุ้ยขึ้นๆ บวมเอาๆ จนน้ำหนักขึ้นพรวดไปถึง 107 กก. ฟังไม่ผิดหรอกค่ะ (ขอให้ถูกสามตัวบนกันทุกท่านถ้วนหน้าถ้วนตา)

ความที่ดิฉันเป็นแม่บ้าน ทำแต่งานและดูแลสามีและลูกอย่างเดียว อย่างว่านะคะ คุณแม่บ้านสมัยนี้ก็น่าจะเข้าใจ หลังจากคลอดหนูน้อย ก็ต้องเอาใจใส่ปรนนิบัติพัดวี สมาชิกในครอบครัวทั้งสองหน่อ ให้อยู่กันอย่างอิ่มหมีพลีมัน แล้วกรรมก็มาตกอยู่กับอิชั้นที่เป็นคุณแม่บ้าน อาหารสารพัดอร่อยทั้งนั้น มีประโยชน์ทั้งนั้น ของคาว ของหวาน ความสุขในบ้านคือการกินๆๆๆๆ ดังนั้น แม่หมูจึงปล่อยตัวเอง อ้วนลอยนวลตาม คุณพ่อหมู และคุณลูกหมูไปค่ะ ดิฉันไม่ได้สนใจตัวเองจนครั้งสุดท้ายที่ชั่งน้ำหนัก แทบจะเป็นลมพับคาตาชั่ง (แต่กลัวตาชั่งยุบไม่มีให้ชั่งต่อ) นางเลยไปหยุดอยู่ที่หนักที่สุดของชีวิต ซึ่งบางที จูน ก็คิดนะว่าเราผ่านจุดนั้นมาได้ยังไง จุดที่อีกนิดนึงก็เป็นเพื่อนกับแม่หมีหลินฮุ่ยได้แล้ว ดิฉันจึงคิดลดน้ำหนักและปฏิวัติตัวเองเสียใหม่ โดยเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ออกกำลังกายมากขึ้น T25 คูณสองกันไปเลยค่ะ

ปัจจุบันน้ำหนักจึงมาหยุดอยู่ที่ 80 ก.ก. ภายใน 3 ปี เท่านั้น  แต่ไม่ใข่แค่จะลดน้ำหนักแล้วต้องผอมและสวยขึ้นมาทันตาเห็น ท้องแฟ่บ ไชมันไม่มี ไม่คงเหลือสภาพปลากระป๋องปุ้มปุ้ยอีกแล้ว ผิดคาดค่ะถึงน้ำหนักก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีวิธีกำจัดส่วนเกินของชีวิตที่เราแบกไว้มานานอย่างไขมันได้ แต่จะเป็นวิธีไหนขอตัดภาพไปที่การทำศัลยกรรมก่อนนะคะ เดี๋ยวจะรีเทิร์นกลับมาเล่าให้ฟังกันค่ะ
    
ส่วนเรื่องหน้าตาก็อย่างว่าค่ะ  ไม่ได้เป็นคนหน้าตาสวยงามมาตั้งแต่แรกเกิด แต่ก็พอจะเห็นแววความน่ารัก ฟรุ้งฟริ้ง มุ้งมิ้ง และตาหวานหยาดเยิ้มจากดิฉันกันนะคะ เดี๋ยวจะสาธยายให้ฟังกันค่ะ ว่าจุดเริ่มต้นของการลากกระเป๋าเข้าบ้านมีดหมอของดิฉันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนไหน

อันนี้รูปสมัยตอนเด็กๆเลยคะ เห็นไหมคะ ว่าดำมาก

จุดเริ่มต้นของ ศัลยกรรมนำชีวิตของดิฉันเริ่มที่อายุ 18 ปีค่ะ ช่วงนั้น ไม่มีอะไรที่จะฮิตฮอตอะล็อตอะเลิร์ตไปกว่า การทำจมูกอีกแล้ว ใช่แล้วค่ะ ดิฉันเริ่มทำจมูกเป็นอย่างแรกของการเข้าสู่วงการ plastic surgery โดยไม่ต้องคิดอะไรมากเลยค่ะว่าทำไมถึงไปทำ เป็นความอัตคัดขัดสนของคนไม่มีดั้ง และ โดนพี่สาวคนสวยล้อค่ะ ในขณะที่นางก็ขัดสนดั้งไม่แพ้กัน สองคนพี่น้องจึงจูงมือกันเดินไป น้องตามพี่ชาย เอ้ยยยยย พี่สาวคนสวยไป สองคนพี่น้องจึงได้ ดั้งโด่งแม้จะไม่พุ่งเป็นสันเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ แต่ก็ถือว่าเก็บน้ำมูกได้หลายลูกบาศก์อยู่  

จากนั้น ดิฉันก็หายไปมีครอบครัว พร้อมกับดั้งวิเศษที่ชักนำพาให้ได้พบกับชายหนุ่มผู้มีหัวใจมุ่งมาดปรารถนาจะรักในสาวตัวแม่ของวงการดอกไม้พลาสติกช่อใหญ่อย่างดิฉัน ชายหนุ่มที่ประกอบอาชีพที่หนุ่มสาวค่อนโลกใฝ่ฝันอยากจะเป็นและอยากจะทำ ฮี เป็น เทวดาอยู่บนฟ้า เป็นเจ้าชายที่คอยบริการทุกท่านให้มีความสุขเมื่ออยู่ในที่สูง และคอยโบกมือส่งเมื่อถึงที่หมาย บางทีก็หาผ้ามาช่วยซับน้ำลายเมื่อคุณหลับ เอาเป็นว่าหลังจากมีครอบครัว มีลูก อีกหลายปีเลยค่ะที่ดิฉันไม่ได้สนใจตัวเอง ไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ก็ไม่ได้ละเลยที่จะดูแลตัวเองนะคะ เพราะผู้หญิงเราควรจะรักสวยรักงามให้เป็นนิสัย ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง ไม่ว่าอะไรที่ไหน ผลิตภัณฑ์แบบไหนใช้ดี อันนี้รักษาผิวหน้าให้ชุ่มชื่น ตัวแม่บิวตี้คนนี้ไม่พลาดที่จะหามาครอบครองค่ะ บางทีไปศัลยกรรมนำชีวิตเที่ยวต่างประเทศแม่ก็จะขนซื้อมาทั้งแทบพลิกแผ่นดิน ก็อย่างว่าค่ะ ตัวตายไม่ว่า ขอข้าสวยขาวหน้าใสไว้ก่อน ถึงแม้คุณจะอ้วนเป็นช้างพังขนาดไหน ตัดภาพมาที่ผ่านไป 10 ปี ด้วยความที่ลูกเริ่มโตแล้ว คุณแม่ก็มีเวลาว่างมากขึ้นนะคะ จึงหาอะไรทำเพิ่มเติมเสริมรายได้ เพื่อนำมาซื้อขนมและจุนเจือของเล่นให้ลูกหมูอีกทางเป็นการช่วยพ่อหมู จึงตัดสินใจ ทำธุรกิจเล็กๆ เกี่ยวกับความสวยความงามทางออนไลน์ค่ะ หุ้นกับ พี่ชาย เอ้ยยยยยยย พี่สาวคนสวยคนเดิมนั่นเอง ทีนี้ สองตัวแม่จึงได้จับมือเข้าสู่วงการ plastic surgery กันอีกครั้ง เวลาเปลี่ยนแต่ความคิดคนไม่เคยเปลี่ยน ดิฉันยังฝังรากลึกกับการอยากสวยและมีใบหน้าที่เข้ารูปหน้ามองอยู่เหมือนเดิม

ไม่ได้อยากจะเป็นอั้ม พัชราภา หรือ ชมพู่ อารยา อะไร แค่น้องๆ พลอย เฌอมาลย์ ก็พอ ดิฉันคงไม่ได้ฝันมากไปนะคะ โฮะๆๆ คุณพี่สาวตัวดีเจ้าเดิม ก็เริ่มแนะนำให้กับน้องสาวได้รู้จักกับอีกนวัตกรรมหนึ่งที่จะทำให้เราสวยใส มีไรหน้าที่เรียวงาม อร่ามแท้ แลตะลึงและเข้ารูปโดยไม่ต้องไปเสียเวลา ลบกราม เหลาคาง นั่นคือ น้องโบนั่นเอง ดิฉันจึงได้ทำการโบท็อกซ์เพื่อให้หน้าเข้ารูป งดถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง แม่เบี้ยไปได้พักใหญ่ค่ะ เพราะนางเอกหน้าเรียวขึ้น แผ่ไม่ได้ไปนานหลายเดือนทีเดียว จากนั้นจึงอยากได้จมูกที่เข้ารูป โด่งสันเป็นคม เพื่อเอาจมูกไปชนกับจมูกสามีแล้วบาดกันได้ พี่สาวจึงแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ ตอนที่ฉีดแรกๆ ก็ดีค่ะ แต่พอทำไปทำมาชักได้กลิ่นอะไรตุๆแปลกๆ ใช่แล้วค่ะ เกิดเหตุการณ์จมูกเสียรูปขึ้นมาจึงต้องไปทำการแก้จมูกที่เป็นอยู่  นี่และหนากรรมของคนสวย อยากจะสวยแต่ไม่ลงทุน และไม่ได้เฉลียวใจ ไปเจอหมอกระเป๋าที่เราคิดว่าได้มาตรฐาน แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ค่ะ เสียมากกว่าเดิมอีก

แต่ชีวิตของบุญรอดอย่างจูนไม่ย่อท้อนะคะ จูนจะสู้จนถึงที่สุด หัวใจสั่งมาแล้วว่าถ้าไม่สวยจะไม่ยอม ได้เกิดมาทั้งทียังไงต้องลองดีเข้าสักวัน หลังจากสืบถาม เสาะหาข้อมูล ที่ได้แน่นอนแล้ว และมั่นใจแน่นอนแล้วว่า จมูกของฉันจะต้องกลับมาดีดังเดิม ดังนั้นจึงยกมือขึ้นปาดน้ำตา สะบัดผมอีกหนึ่งครั้ง และรีบยกหูพลันจองตั๋วเครื่องบิน และคุยกับโรงพยาบาลที่ทำศัลยกรรมที่เกาหลีอย่างแท้จริง ถูกต้องตามมาตรฐานสากล ดังนั้น บุญรอด จึงขอสวมวิญญาณ ฮันนะซัง ขอสวยเจ๋งๆแบบเปล่งประกายสักครั้ง จึงตัดสินใจไปแก้จมูก อย่างถูกวิธี กับ คุณหมอศัลยกรรมเกาหลีค่ะ เอาล่ะสิ ชีวิตชองฮันนะซังได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อไปถึงที่เกาหลีแล้วจะเป็นยังไง เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังกันนะคะ

แม่หมู พาครอบครัวเที่ยว

รูปถ่ายกับสามี เจ้าชายของแม่หมูคะ

หลังจากที่ไปฉีดฟิลเลอร์มาเพิ่มเติมนะคะ สังเกตได้ทรงจมูกเริ่มมีอาการบวมและแดงแล้ว

จุดกำเนิดศัลยกรรมเกาหลี

เอาล่ะค่ะ เมื่อคิดตรึกตรองอยู่นาน จึงกระซิบไต่ถามสามีสุดหล่อ (ในใจจูน) ว่า ตัวเองเค้าจะบินไปแก้จมูกที่เกาหลี ตัวเองโอเคมั้ย โชคดีมากค่ะ ที่สามีเป็นคนน่ารัก (แม้บางครั้งจะหน้าเหมือนลิงไปหน่อย) ตามใจภรรยาทุกอย่าง แม้จะต้องทุ่มเงินแค่ไหน แต่อยากให้ภรรยามีความสุขและไม่เบียดเบียนใคร ส่งเสริมให้ความฝันของภรรยาได้เป็นจริง จึงจูงมือกันเดินทางไปศัลยกรรมแก้จมูกที่เกาหลีค่ะ เมื่อไปถึง ด้วยมาตรฐานของโรงพยาบาลซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียง และฝีมือของคุณหมอที่ขึ้นชื่อลือชา โด่งดังในเรื่องดั้งโด่ง ดิฉันก็สบายใจไปหนึ่งเปลาะและค่ะ ว่าจมูกตรูไม่เน่าแล้ว หลังจากหมูกพี่กลัดหนองมานาน วิธีการรักษาแก้จมูกของคุณหมอน่าทึ่งมากๆ เพราะใช้วิธีปลูกถ่ายเนื้อเยื่อและกระดูกอ่อนในร่างกายมาเสริมให้จมูกเราได้รูปมากขึ้นค่ะ แทนที่จะใช้ซิลีโคนหรือของที่เป็นสารที่อันตรายต่อร่างกายเรานะคะ ใช้เวลาร่วมวัน ดิฉันก็ออกมาพักฟื้นและได้จมูกที่คืนรูปดูสวยสดงดงามเช่นเดิม แถมไม่ต้องกลัวว่าจะมีหนอนบ่อนไส้มาทำลายอีกมั้ย 3 ปีให้หลังมานี้ จมูกดิชั้นยังหายใจรับออกซิเจนได้ดี เอาจมูกไปถูที่แก้มของคนเรารักได้อย่างปลอดภัย ไม่มีเจ็บ ไม่มีหักทั้งลูกและสามีค่ะ 

เอาล่ะสิ เมื่อชีวิตเริ่มหย่อนเท้าเข้าไปในเมืองแห่งการศัลยกรรมแล้ว มาเฟียดั้งโด่งจากไทยก็ไม่ขอหยุดอยู่แค่นั้นค่ะ ไหนก็รักที่จะมาทางนี้แล้ว ก็คงต้องไปให้สุดๆทาง เมื่อคิดได้ดังนั้นแล้ว ย้อนกลับไปดูหน้าของนางเอกเกาหลีแต่ละคน ยลโฉมของนางฟ้าทั้งหลาย คิมแตฮี ลียองเอ ยุนอึนฮเย หรือ 9 สาว โซยอนชิแด ขวัญใจเหล่าโซวอน แต่ละคนหน้าเรียว เพรียวยิ่งกว่า ไข่ในหินอีกค่ะ พอส่องกระจกมองตัวเองอีกครั้ง เอ...ทำไมหน้าฉันกลมยิ่งกว่าหมีแพนด้าอีก ณ เวลานั้น จมูกของดิฉันก็เรียวคมราวพร้อมจะพุ่งแหลนในโอลิมปิกเกมส์ได้ตลอดเวลา แต่ทว่าหน้ายังกลมดิ๊กๆอยู่ แล้วก็อีกนั่นแหละค่ะ เมื่อสืบเสาะ เจาะเกราะค้นหาไป จึงไปพบกับภาพก่อนศัลย์ของเหล่าสาวเจ้าไอดอลทั้งหลาย

ว้ายยยยยยยย! บางท่านยิ่งกว่าจานกระด้งกันอีกนะคะ และนั่นแหละจึงได้ปรึกษากับล่ามสาวจากแดนโสม และหาโรงพยาบาลและคุณหมอที่ขึ้นชื่อในเรื่องทำหน้าจากรูปไข่ห่าน ให้เป็น ไข่หงส์ การผ่าตัดทำหน้าให้เป็น Vshape จึงเกิดขึ้นค่ะ การทำครั้งนี้ใช้นวัตกรรมที่เรียกว่า V3 lifting คือการดูดไขมันบนใบหน้าและร้อยไหมกระชับ เพื่อทำให้ใบหน้าที่เคยแก้มอ้วน คางห้อย เหนียงย้อย กลับคืนสู่สภาพเป็นหน้าหญิงสาวราวเจ้าหญิงได้คืนสู่เหย้าหลังจากเป็นธิดาช้างมานาน การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี ได้หน้าเรียววีเชพถูกใจพี่เป็นอย่างมาก ตามประสาผู้ที่อ้วนและมีใบหน้ากลมยิ่งกว่าพระจันทร์มาตลอดชีวิต และแล้วชีวิตพี่ก็ถึงทางแยกอีกครั้งค่ะ เมื่อได้ใบหน้าที่สวยงามราวกับญาติสาวของ พลอย เฌอมาลย์แล้ว รูปร่างที่อ้วนเผละของพี่ก็เป็นปัญหาโลกแตกในชีวิตเหมือนกัน อย่างที่เรียนให้ทราบตั้งแต่ตอนแรกว่า เป็นผู้หญิงที่มีหุ่นเล็กกว่าภูเขานิดนึงมาตลอดชีวิต และใฝ่ฝันมาตลอดว่า อยากมีรูปร่างที่สมส่วน คือ เป็นคนผอมที่เพรียวลมคมดั่งนางพญา ดุจ ปู ไปรยา ไม่ได้ ฉันก็อยากมีร่างที่กะทัดรัด ดูดีขึ้นมากกว่า กุญชรช้างสารที่เป็นอยู่ก็พอ และนี่คือภาคต่อของการทำให้ตัวเองรูปร่างกระชับขึ้น จาก 107 กก. มาจนถึง 80 กก.ได้อย่างไร ชีวิตไม่ได้หยุดอยู่ที่แค่การลดอาหาร ออกกำลังกาย หรือแม้แต่ทานยาลดความอ้วนแล้วผอมนะคะ เตรียมตัวค่ะ เข้าที่ ระวัง Go!!!

รูปที่คุณหมอเอาสารซิลิโคนเหลวออกมานะคะ

หลังจากที่ทำจมูกและขูดสารออก เหมือนเฟรนเกน สไตล์เลย 

สู้ตายคะ

ตอนที่เอาเฝือกจมูกออกแล้วนะคะ

 

รูปถ่ายกับสามี สุดเลิฟ อิอิ

 

มาต่อกับการถ่ายรูปคุณหมอทำ v lifting จ้า

นางขอมีส่วนร่วม อิอิ

ตอนที่เอาไหมออกแล้วนะคะ รูปไม่ได้ถ่ายแอพ หรือกล้องฟรุ้งฟริ้งนะคะ ถ่ายจากไอโฟน และแสงธรรมชาติคะ

มาสก์ปากเพื่อให้ควางชุ่มชื้น ยังไม่ลืมว่าต้องดูแลตัวเองอีก ถึงจะอ้วนแต่ฉันรักผิวของฉันนะ

ขอถ่ายกับสาวเกาหลีซะหน่อย

โชว์ด้านข้างคะ



ถ่ายกับคุณแม่ หลังจากกลับมาไทย วันแรกเลยคะ 

หน้ายังมีอาการบวมอยู่นะคะ แต่ถ้าสังเกต หน้าจะได้รูปมากขึ้นคะ

เดี๋ยวจะมีมารีวิวเพิ่มต่ออีกนะคะ ขอไปทำธุระเพิ่มเติมก่อนจ้า

ศัลยกรรมลดสัดส่วนที่เกาหลี
    
หลังจากพาชีวิตตัวเองขึ้นมาที่จุดสูงสุดของชีวิตถึงขีดสุดที่ 107 ก.ก. พี่ก็เริ่มส่องกระจกมองตัวเองอีกครั้ง หลังจากที่ผู้คนใกล้ชิดรอบข้างพยายามจะยกกระจกบานใหญ่มาให้ดู แต่พี่กลัวที่หลุดเข้าไปในห้วงแห่งกาลเวลาแห่งอดีตแบบแม่มณีในทวิภพ โชคดีนะคะที่ไมได้ส่องไม่งั้นอาจจะพาตัวเองหลงไปเจอตะพุ่นหญ้าหน้าหนวดแบบพ่อเหมก็ได้ หลังจากพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองผอมลง อดอาหารทรมานร่างกายประท้วงก็แล้ว เล่นกีฬาตีแบดยิ่งกว่าน้องเมย์ รัชนก ชิงแชมป์โลกก็แล้ว ทานยาลดความอ้วนและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่คิดว่าพี่จะต้องผอมแบบวุ้นเส้นให้ได้ แต่พี่ก็ไม่ได้ผอมลงเท่าที่ควร โดยลืมคิดไปว่าคุณวุ้นเส้นนางผอมอยู่แล้วนะงี้ พี่จึงไม่รอช้า เปิดอินเตอร์เน็ตสืบเสาะค้นหาอีกครั้ง แล้วพี่ก็เจอในสิ่งที่ตามหามานาน นั่นคือ การดูดไขมัน มีหลายคน มีหลายเสียง ที่เรียกหาเข้ามารอบข้างหูเราทุกวันว่า อยากผอมไวๆ ก็ไปดูดไขมันสิ เสียไม่เท่าไหร่ชีวิตจะเปลี่ยนไปภายในดีดนิ้วเป๊าะ

พี่จึงไม่ยอมแพ้ ไปค้นหาโรงพยาบาลที่ชำนาญการด้านดูดไขมัน อันดับหนึ่งในประเทศไทย ที่จะทำให้พุงปลิ้นๆก้นอวบๆและนมที่งอกออกมาด้านหลังพี่ลดลงได้ พี่จึงไปดูดไขมันที่นั่น 2 ครั้งด้วยกัน ย้ำค่ะวา สองครั้ง ก็ได้ผลในระดับนึงนะคะ ลดลงพอสมควร แต่เมื่อวันนึงเหตุการณ์ได้ผ่านมาล่วงเลยผ่านไป จูนได้ดูรายการอันดับหนึ่ง เรื่อง antificiel beauty ที่คอศัลยกรรมจากเกาหลีและข้ามฝั่งมายังไทยแลนด์แดนสยามต้องชอบทุกคน นั่นคือ รายการ Let me in รายการที่เมคโอเวอร์สาวๆที่ใฝ่ฝัน อยากสวย อยากงาม อยากผอมเพรียวลม ให้ไปชมนวัตกรรมดีๆที่ถูกต้องครรลองครองธรรม  ที่เมื่อทำแล้วได้ผลเป็นที่น่าพอใจมากกว่าที่บ้านเรา ตัวจูนนี่ถึงได้ตรัสรู้ได้อย่างเร็วไวว่าจะรอช้าอยู่ใยถ้าอยากผอมสวยใส สั่งได้อย่างใจ แบบฮันนะซัง จูนจึงบินไปขึ้นเขียงให้คุณหมอทำการดูดไขมันทั้งตัวและผ่าตัดหน้าท้องเย็บแม่ฮิปโปให้ผอมเข้ารูปได้อย่างใจ ผลออกมาเป็นที่น่าพอใจค่ะ ดีกว่าบ้านเราและได้ผลกว่าเห็นๆ ร่างกายกระชับมากขึ้น ไขมันส่วนเกินต่างๆลดไป

ที่สำคัญจูนยังตั้งใจลดอาหารจำพวกแป้ง เนื้อสัตว์ติดมัน หันมาทานอาหารคลีนมากขึ้น เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ผักสดต่างๆ ผลไม้แทบทุกมื้อ ช่วยๆประคับประคองให้ร่างกายลีนไขมัน ทำน้ำหนักให้เข้าที่ จนปัจจุบันนี้ลดลงมาเหลือเพียง 80 กก.เท่านั้นค่ะ และยังไม่มีทีท่าว่าจะขึ้นไปสู่จุดสุดยอดอีกครั้ง จูนขอเดินลงมาบนทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบและพรหมแดงประหนึ่งนาตาลี  พอร์ทแมนตอนรับรางวัลออสก้าร์ดีกว่าค่ะ 


หนูขอเป็นพริตตี้หน่อยคะ 555

งานบ้าบอเราก็ไม่เว้น

ปฏิบัติการอ้อนสามี ขอไปดูดไขมันหน่อยนะตัวเอง อิอิ

หุ่นในฝันของช้าน

ท้องแตกมันลาย ยิ่งกว่าชามสังคโลก อิอิ

คางยิ่งกว่าหมูสามชั้น อิอิ

หลังจากทำการดูดไขมัน เราต้องใส่ตัวซัพพอร์ท ในการให้รุปร่างดีขึ้น

เป็นนางแบบ ที่อยากเป็นเอง 555
 
ขอจิกขาเบาๆ 

ทางเข้าสวยงาม อลังการมาก

รูปปลดเลิกทาสไขมัน บางส่วนในตัวฉันได้ออกไป

แคปชั่นขอเอี่ยวด้วยคน

กล้าถ่ายรูปมากขึ้น มั่นใจมากขึ้น อิอิ

งานเชิดมองกล้องเบาๆ 

หนูโดนแอบถ่ย อิอิ

สามีบอกตัวเองมองกล้องหน่อย 555



รูปที่ระลึกคะ

ผิดเป็นครูจากการศัลยกรรม

เห็นเป็นเจ้าแม่ในเรื่องศัลยกรรม (หรือเปล่า) อย่างที่คุณๆเห็นแบบนี้ใช่ว่า จูน จะไม่มีข้อผิดพลาดที่เกิดจากการศัลยกรรมเกิดขึ้นในชีวิตเลยนะคะ จูนเองก็เคยพลาดมาบ้างเหมือนกัน จากการที่ทำหน้าอกและผ่าตัดกระชับต้นแขนของตัวเอง บอกไว้ก่อนว่าที่ไปทำหน้าอกนี่ไม่ได้อยากจะแข่งกับ เอมมี่ แม็กซิม แต่อย่างใดนะคะ และไม่ได้คิดที่อยากจะมีอัลบั้มลับเฉพาะไว้ปลุกใจเสือป่า หรือ ถ่ายปฏิทินแถมเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ทั้งหลายช่วงปลายปี ขี้เกียจไปคุยกับกระทรวงวัฒนธรรม แต่ผลจากการทำดูดไขมัน และร่างกายผอมลง และเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งด้วยแล้ว หัวอกคนเป็นแม่ก็ไม่ได้อยากที่ให้ทรวงอกหย่อนคล้อย เมื่ออายุมากแล้วยานเป็นถุงกาแฟแบบนี้นะคะ

ซึ่งจริงๆ แล้วสามีก็ห้ามเพราะเห็นว่าทำหลายสิ่งหลายอย่างมากไปซะแล้ว ให้เหตุผลที่ออกแนวพระเอกหนังไทยว่า “ผมใจหายทุกครั้งที่เห็นคุณเจ็บได้เลือดจากการผ่าตัดศัลยกรรม” แต่จะทำยังไงได้ล่ะคะ หัวใจถวายให้กับมีดหมอความสวยไปแล้ว เราเองก็ไม่ได้เถียงหัวชนฝาว่า ฉันอยากทำมันก็เรื่องของฉัน แต่ให้เหตุผลที่น่าสนใจว่า เราเองก็ทำงานที่อยู่ในแวดวงของความสวยความงาม และก็แค่อยากเป็นตัวอย่างให้กับผู้หญิงทั่วๆไปว่า ไม่ใช่ว่าเป็นคุณแม่แล้ว หรือ มีสามีและลูกแล้วต้องปล่อยตัว ไม่ดูแลตัวเอง เรื่องทรวดทรงส่วนอกสำหรับคุณผู้หญิงก็เป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นเมื่อหาเหตุผลที่เข้าท่าแล้ว คุณสามีก็อนุญาตให้จูนผ่าตัดยกกระชับหน้าอกเพื่อลดการหย่อนคล้อยและยานของนมเรานะคะ และอีกอย่างคือ ผ่าตัดยกกระชับต้นแขนทั้งสองข้าง ครั้งนี้ทำในโรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงเรื่องนี้มากๆ ฮอตเว่อร์ในประเทศไทย แต่ผลที่ได้ออกมาบอกเลยว่าพี่ไม่เครรรรรเลยจร้า เป็นการทำศัลยกรรมครั้งที่เสียความรู้สึกที่สุดในชีวิต และไม่เป็นไปตามผลที่ต้องการกับความคาดหวังที่คิด ที่อยากจะให้สัดส่วนกระชับมากขึ้น เสียใจและผิดหวังยิ่งกว่าสอบ gatpat ไม่ผ่านมาตรฐานเลยค่ะ สิ้นหวังยิ่งกว่าซึมเศร้าเหงาเพราะรัก

แต่ก็ยังโชคดีที่ได้สามีอยู่เคียงข้างและให้กำลังใจ  บอกเลยว่าที่เสียความรู้สึกเพราะผลจากหลังการผ่าตัด แผลเย็บค่ะ แผลไม่สวยอย่างมาก บอกเลยว่าที่ทำศัลยกรรมเพราะอยากให้บุคลิกภาพดีขึ้น และไม่ใช่ให้บุคลิกภาพดูแย่ลง เศร้าเกิ๊น เพราะจูนไหนไฟแรงเฟร่อเป็นคนชอบใส่เสื้อแขนกุดค่ะ แต่ผลที่ได้มาคือวางฐานหน้าอกผิดพลาด ทำให้ทรวงอกไม่เท่ากัน และยังได้แผลเป็น scar มาเป็นของแถม แต่โชคยังเข้าข้างที่ทางโรงพยาบาลยังรับผิดชอบในความเสียหายครั้งนี้และจะผ่าตัดแก้ไขคืนให้ ซึ่งในขณะนี้กำลังรอคิวอยู่ ทำให้จูนใจชื้นและมีความหวังเพิ่มขึ้น อยากฝากให้ทุกคนเป็นกำลังใจเพื่อรูปร่างที่สวยงามของจูนด้วยนะคะ


รูปที่สาเหตุจากการเย็บแผลที่ไม่โอเคเลยคะ so sad 
 
แผลที่อักเสบ ตอนผ่าตัดแขนคะ

ค่อนข้างบวมมาก

 

การทำศัลยกรรมครั้งสุดท้าย

มาถึงในพาร์ทนี้หวังว่าทุกคนคงจะไม่เบี่อจูนกันไปก่อนนะคะ เพราะครั้งนี้ถือเป็นการทำศัลยกรรมครั้งสุดท้ายและท้ายสุดแล้ว เพราะหลังจากนี้อดีตนางพญาช้างสาร จะกลายร่างเป็นเจ้าหญิงเอลซ่าที่ถึงแม้ว่าร่างจะยังเจ้าเนื้ออยู่บ้างแต่ก็ได้มาถึงจุดที่ตัวเองพอใจและมาไกลเท่านี้ก็ดีเหลือเกินแล้ว การศัลยกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะ ในเมื่อลดความอ้วนมาแล้ว หน้าก็เรียวแล้ว นวัตกรรมดีๆอะไรต่างๆก็ได้ลองมาหมดแล้ว และที่สำคัญอายุตัวเองก็เริ่มมากพอแล้ว ริ้วรอยด่างดำบางครั้งก็ยากที่จะลบเลือน หน้าที่เคยกลมก็เริ่มเรียวรีขึ้นมาแต่ทว่า โหนกแก้มนั้นยังไม่ยุบเท่าที่ควร จะทำยังไงต่อไปดีล่ะคะ พี่ไม่รอช้า จัดหานวัตกรรมจากเมืองแห่งความสวยงามเพราะมีดหมอ ทำการเช็คโครงหน้า พบแพทย์และคุณหมอก็แนะนำว่าถ้าอยากหน้าเล็กถาวรมีอยู่วิธีเดียวคือ “ทุบ” ใช่ค่ะ “ทุบ” ฟังดูโหดร้าย แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ร้ายอย่างที่คิด จึงตัดสินใจ “ทุบโหนก” ตัวเองทิ้ง ทำ Vline และ V3 lifting เพิ่มเติม เพื่อให้ใบหน้าตัวเองเรียวและเข้ารูปมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยการไปครั้งนี้ เราได้คุณหมอจากโรงพยาบาลอันดับ 1 ในเกาหลี ที่มีชื่อเสียงและมีฝีมือมากๆ ช่วยทำการศัลยกรรมค่ะ บอกไว้ก่อนว่าการทำ lifting ช่วยให้ผิวยกกระชับและลบเลือนริ้วรอยได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ สำหรับผู้ที่เริ่มมีอายุมากขึ้น เรื่องการดูแลผิวและความหย่อนคล้อยเริ่มมีมากขึ้น อาจจะไม่เต่งตึงเรียบเนียนเหมือนแต่ก่อนตอนสาวๆหยาดเยิ้มหยดย้อย สวยหยาดฟ้ามาดิน


ว้า......แอบเศร้าอยู่นิดๆ นะคะ เล่ามาถึงวินาทีนี้แล้ว จบแล้วค่ะ บันทึกแห่งการศัลยกรรมของจูนในทุกครั้งของชีวิต ใช่ค่ะการทำศัลยกรรมอาจเสียเงินมาก อาจทำให้บางคนรู้สึกไร้สาระ ถ้าหากคิดว่าเอาไปทำอย่างอื่นได้ แต่จูนของบอกเลยค่ะ จูนเองทำหากินอย่างสุจริตและใช้สมองกับสองมือ ของตัวเองเป็นผู้สร้างมันมาทั้งหมด พ่อแม่ไม่ได้สร้างอะไรให้มากมาย และมีหลายครั้งที่ชีวิตล้มลุกคลุกคลานแต่ชีวิตไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาค่ะ ไม่เอาค่ะ ไม่ดราม่านะคะ บางเรื่องพูดไปแล้วมันเศร้า เล่าไปบางครั้งเราก็สุดแสนจะsad เสียน้ำตาไปไม่รู้กี่ครั้งกับการทำศัลยกรรม แต่เสียอะไรก็ไม่เท่าเสียเงินค่ะ จูนบอกเลยว่าก่อนจะแข็งแกร่งและผ่านอะไรแบบนี้ ก็โดนมาเยอะ เจ็บมาเยอะ แต่โชคดีมากๆที่มีครอบครัวที่อบอุ่น มีสามีที่เข้าใจและช่วยกันทำมาหากิน มีลูกชายที่แม้จะซนจะดื้อไปบ้าง แต่ก็ไม่เคยทำให้แม่ท้อแท้มากมาย


ฝากถึงสาวๆทุกคนนะคะ คุณเองก็เป็นแบบจูนได้ค่ะ ขอเพียงแค่มีความเชื่อต่อสิ่งที่คุณจะทำต่อไป จูนเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนอยากจะสวย แต่คงไม่ต้องถึงขนาดไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ อันนี้จูนไม่สนับสนุนนะคะ แต่ถ้าผู้ใดมีความพร้อมในด้านต่างๆ เหลือเฟือในเรื่องเผื่อแผ่ให้ผู้อี่นได้บ้าง แบ่งเบาได้ผู้อื่นได้บ้างแล้ว อย่าลืมตอบสนองความต้องการของตัวเองบ้างนะคะ อย่าลืมว่าความฝันของเรามีค่าเหมือนกัน ที่จะต้องการทำฝันของเราให้เป็นจริง อย่าทิ้งฝันไว้ให้ไกลห่างตัว ถ้าคุณอยากสวย คุณต้องทำให้เต็มที่ ชีวิตเกิดมาครั้งเดียวตายครั้งเดียว ไม่รู้ชาติหน้าจะได้เกิดมาเป็นมนุษย์หรือเปล่า เพราะฉะนั้น เกิดครั้งเดียวก็เจ็บครั้งเดียว เจ็บแต่จบ สวยครบเครื่อง 





มาให้คุณหมอดีไซน์หน้าคะ ว่าเราจะทำการผ่าตัดตรงไหน


คุณหมออธิบายว่า เราจะทำการผ่าตัดตรงไหนบ้างนะคะ

ขอขีดๆหน้าหน่อยนะครับ 

ต้องถ่ายรูปเก็บเป็นข้อมูลก่อนนะคะ

ถ่ายด้านข้างมีโหนกแก้มโผล่เบาๆ อิอิ

รูปที่คุณหมอมาร์คจุดที่จะทำการผ่าตัดทั้งหมดนะคะ

ลองทำปากจู๋ ว่าหน้าจะเล็กไหม อิอิ

รูปพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 คืนคะ

โครงหน้าที่ทางโรงพยาบาล x-ray นะคะ

จะเห็นได้ว่า หน้าของเรากระดูกใหญ่มาก อิอิ

ส่วนด้านข้างที่เราจะทำการผ่าตัด และติน็อตแบบไทเทเนียมคะ

รูปที่จะต้องติดน้อตไทเทเนียม ช่วงด้านคางด้วยคะ

ต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 วัน เพื่อเป็นการ check up ความปลอดภัย และนำสายเดรนเลือดที่ตกค้างให้ออก เพื่อที่จะได้ลดการคลั่งของเลือด

คุณหมอมาเช็คอาการและนำสายเดรนออก เตรียมกลับไปพักผ่อนต่อที่โรงแรมนะคร้าบ

ต้องรัดหน้าเพื่อลดอาการบวม และต้องคอยประคบเย็นก่อน 4-5 วันคะ

เตรียมตัวไปตัดไหม ในการทำ วี ลิฟติ้งก่อนนะคะ และเช็คโครงหน้ากับคุณหมอด้วยคะ

หน้าเริ่มดีขึ้น 

บวมยิ่งกว่าซาลาเปา 

ตัดไหมเรียบร้อยแล้วคะ เริ่มออกไปเดินเล่นข้างนอกเบาๆ

แอ็บถ่ายแบ็วๆบ้างคะ อิอิ

แม่หลินฮุยมาเองนะคร้าบ 555

หน้าใหญ่กว่าโคนี่เลยนะคร้า

ขอถ่ายกับพี่บราวน์ และพี่โคนี่หน่อยนะค้า

อัพเดต อาการหน้าจะค่อยลดๆบวมนะคะ

หน้าเริ่มได้วีเบาๆนะคะ

ตอนนี้กลับมาไทยแล้วจ้า รอยช้ำเริ่มจาง

อาการเริ่มดีขึ้นคะ

หน้ายังไม่เข้าที่นะคะ เพราะเพิ่งผ่าตัดได้ครบไม่ถึงเดือนเลยจ้า

ยังพบร่องรอยการช้ำอยู่

ขอแชะลงกับสุดที่รักหน่อยคะ

ตอนนี้ได้หุ่นประมาณขนาดนี้ก็ดีใจมากแล้วคะ แต่หน้ายังบวมอยู่นะคะ อย่างที่บอก ทำมายังไม่ถึงเดือนเลยจ้า


หนูอยากลองเป็นสาวนั่งอ่างบ้าง

สามีบ่นบอกว่า ตัวเองพอเหอะ ไม่ต้องลงอ่างเขาก็รัก ฮิ้วววว

รูปสุดท้าย ขอได้ใส่และถ่ายบิกินี่ แบบคนสวยหุ่นดีกับเขาบ้าง อิอิ

เพื่อนๆคนไหนที่ผ่านแว่บๆเข้ามาอ่านมาทักทายกัน จำจูนได้ ก็ทักทายกันได้นะคะ หรืออยากจะแชร์ประสบการณ์เรื่องการศัลยกรรมกับจูน จูนก็ยินดีต้อนรับเสมอค่ะ หรือถ้าใครอยากรู้จักจูนเพิ่มเติม add facebook เข้ามาเป็นเพื่อกันได้ที่  https://www.facebook.com/junesurgery เข้ามาเยี่ยมเยียนเป็นเพื่อนกันนะคะ เพราะเราเป็นเพื่อนกันค่ะ ปรารถนาดีเป็นสิ่งสำคัญ ขอให้สวยใสไร้ที่ติกันทุกท่าน  ไปแล้วค่ะ Bye

 

 

 แลกมาด้วยความเจ็บปวด! สาวเกาหลี ยอมศัลยกรรมทั้งตัวเพื่อความงาม

อัลบั้มภาพ 60 ภาพ

อัลบั้มภาพ 60 ภาพ ของ ทุ่ม 5 ล้าน! ศัลยกรรมเกาหลีเปลี่ยนชีวิตสาวอ้วนให้ดูดีขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook