เรื่องของ 'จูบ' ที่ยิ่งรู้ยิ่งจูบอร่อย

เรื่องของ 'จูบ' ที่ยิ่งรู้ยิ่งจูบอร่อย

เรื่องของ 'จูบ' ที่ยิ่งรู้ยิ่งจูบอร่อย

นิตยสาร 247

สนับสนุนเนื้อหา

• Kiss หรือ มีรากศัพท์มาจากภาษาอังกฤษโบราณว่า Cyssan

• มีมากมายหลายความหมายที่ซุกซ่อนอยู่ในการจูบ ทั้งเป็นการแสดงความรัก ความหลงใหลคลั่งไคล้ ความต้องการทางเพศ ความเคารพ การทักทาย ความสัมพันธ์ และสันติภาพ

• ข้อถกเถียงเกี่ยวกับประวัติของการจูบยังคงมีอยู่ตราบปัจจุบัน หนึ่งในข้อมูลที่ปรากฏ คือ การจูบเกิดขึ้นจากสายใยรักของแม่และทารกน้อยตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ

• แม้แต่ในอารยธรรมอินเดียที่เป็นอารยธรรมที่ยืนยาวที่สุดบนโลก ก็ปรากฏการจูบ โดยในอินเดียยุคนั้นการจูบจะมีการสัมผัสที่ปลายจมูกไปด้วย ซึ่งพบหลักฐานที่ว่านี้ในมหากาพย์มหาภารตะ

• ส่วนในกรีกโบราณก็มีการจูบเพื่อสันติในหมู่ทหาร

• พอเข้ามาสู่ยุคโรมัน การจูบเริ่มมีความหลากหลายขึ้น โดยการจุมพิตในสมัยโรมันโบราณมี 3 รูปแบบ คือ Basium เป็นการจุมพิตระหว่างคนรู้จักคุ้นเคย Osculum ระหว่างเพื่อนสนิท และ Suavium ระหว่างคู่รัก

• การศึกษาเรื่องจูบเกิดขึ้นอย่างจริงจังในช่วงคริสตศตวรรษที่ 19 เรียกศาสตร์นั้นว่า Philematology มีบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์หลายท่านที่เคยศึกษาศาสตร์นี้ ได้แก่ Cesare Lombroso ศาสตราจารย์ด้านอาชญวิทยาชาวอิตาเลียน, Charles Darwin นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ, Edward Burnett Tylor นักมานุษยวิทยาชาวอังกฤษ เป็นต้น ซึ่งผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับการจูบล้วนถูกเรียกว่า Osculologist

• ระหว่างที่จูบ มีประสาทสัมผัส 3 อย่างที่ถูกใช้งาน อย่างแรกที่เห็นเด่นชัดคือ การสัมผัส ถัดมาคือ การลิ้มรส และสุดท้ายเป็นเรื่องของกลิ่น

• การจูบในรูปแบบของความรู้สึกรักระหว่างหนุ่มสาวเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในวรรณกรรมกรีก และได้กลายมาเป็นรูปแบบภาษาสัมผัสสื่อสารสากลในยุคกลาง แต่จะเป็นการทักทายที่เป็นทางการเฉพาะทางฝั่งตะวันตกเท่านั้น วัฒนธรรมตะวันออกยังไม่ยอมรับการจูบเป็นการทักทายทั่วไป

• บางวัฒนธรรมในสังคมตะวันตกมีการจูบตามเทศกาล เช่น จูบในวันปีใหม่ โดยจะจูบกันข้ามคืนตั้งแต่คืนก่อนปีใหม่ข้ามมาจนถึงศักราชใหม่

• เห็นการจูบได้บ่อยครั้งในพิธีกรรมแต่งงานของฟากฝั่งตะวันตก ซึ่งการจูบในพิธีแต่งงานของคู่บ่าวสาวนั้น นอกเหนือจากประเด็นเรื่องความรักแล้ว ยังมีความเชื่อเรื่องศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเชื่อว่าการจุมพิตในวันแต่งงานเป็นการถ่ายทอดวิญญาณให้แก่กันและกัน เพื่อรวมสองชีวิตให้เป็นหนึ่งใจ

• พลังของการจูบถูกสำแดงฤทธิ์มากมายในวรรณกรรมคลาสสิกต่างๆ เช่น นิทานเรื่องโฉมงามกับเจ้าชายอสูร นักประพันธ์กำหนดให้การจูบเป็นสื่อของพลังรักที่เปลี่ยนให้อสูรกลายร่างเป็นเจ้าชายได้ พูดง่ายๆ คือ การจูบเปรียบดั่งพลังของฝ่ายดีที่ใช้ปราบอธรรมได้

• การจูบถูกพ่วงติดกับศาสนา โดยเฉพาะกับศาสนาคริสต์และอิสลามนั้น การจูบเป็นการแสดงความเคารพพระผู้เป็นเจ้าทางจิตวิญญาณ จนเป็นที่มาของคำว่า Holy Kiss ก่อนที่จะพัฒนาเป็นการจูบเพื่อสันติในยุคกลางของยุโรป โดยเป็นการจูบของกองพลในกองทัพ ปัจจุบันการจูบ Holy Kiss ยังคงมีอยู่ในพิธีกรรมทางศาสนา ในขณะที่การจูบเพื่อสันติกลับไม่ปรากฏแล้ว

• สำหรับผู้ที่เป็นคริสเตียนและออร์โธดอกซ์แล้ว การจูบถือเป็นพิธีกรรมที่สำคัญ

• ในตะวันออกกลางซึ่งเป็นดินแดนมุสลิม จะไม่นิยมการจูบ การจูบจะได้รับการยกเว้นเฉพาะในเรื่องศาสนาเท่านั้น และในบางประเทศ อย่าง อิหร่าน หากผู้ชายจูบผู้หญิงที่ไม่ใช่ภรรยาของตนจะมีบทลงโทษทางกฎหมาย

• การจูบถูกพ่วงกับความเชื่อ โดยที่ประเทศไอร์แลนด์ ทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวกว่า 4 แสนคนพากันไปจูบหินบลาร์นีย์ เนื่องจากมีความเชื่อว่า หากงอตัวลงไปจูบบนหินได้ จะมีโชคทางด้านวาทศิลป์ นั่นเป็นผลพวงให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ขึ้นชื่อว่า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ถูกสุขอนามัยที่สุดในโลก

• การจูบมือ เป็นการสื่อสัมผัสด้วยภาษากายที่สุภาพเรียบร้อยที่สุด เป็นการให้เกียรติที่บุรุษพึงกระทำต่อสุภาพสตรี คาดว่าแหล่งกำเนิดของการสื่อสารในรูปแบบนี้อยู่ในประเทศโปแลนด์ และสเปน ก่อนที่จะเผยแพร่สู่ยุโรปตอนกลางและยุโรปตะวันออกอย่างไรก็ดี วัฒนธรรมการจูบมือนั้นเริ่มเลือนลางไปจากสังคมยุคใหม่แล้ว จะยังหลงเหลืออยู่บ้างในคริสต์ศาสนา เป็นการแสดงความเคารพต่อองค์สันตปาปา พระคาร์ดินัล และบาทหลวงทั้งหลาย นอกจากนี้ยังพบเห็นในประเทศตุรกี มาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน และฟิลิปปินส์ แต่จะพบการแสดงออกเช่นนี้ในกลุ่มคนสูงวัย ซึ่งในบางครั้งหลังจากการจุมพิตที่หลังมือ ยังพบว่าฝ่ายชายมีการยกมือของฝ่ายหญิงขึ้นจรดหน้าผาก สื่อถึงการให้เกียรติยิ่งขึ้นไปอีก

• นอกจากจะเป็นการทักทายแล้ว การจุ๊บแก้มยังเป็นการแสดงถึงความสัมพันธ์อันแนบแน่น เป็นการแสดงออกถึงความโรแมนติก และในบางบริบทอาจหมายถึงความเคารพอีกด้วย คนยุโรปจะนิยมจูบแก้มกันมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะยุโรปตอนใต้ ตอนกลาง และตะวันออก ในดินแดนแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนก็นิยม รวมถึงในละตินอเมริกาด้วย แต่พอข้ามมาฝั่งแคนาดา อเมริกาบางส่วน และยุโรปเหนือจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่ คาดกันว่าการจูบแก้มนั้นมีจุดกำเนิดจากความรักในครอบครัว ก่อนที่จะกระจายไปสู่การกระชับความสัมพันธ์ในหมู่เพื่อนและคนรัก

• การจูบหลังความตาย เป็นการจูบเพื่อแสดงความเคารพรักผู้เสียชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย โดยผู้จูบจะบรรจงจูบที่หน้าผาก หรือไม่ก็ที่เท้า หรืออวัยวะส่วนอื่นที่แสดงถึงความรัก

• การจูบแบบแลกลิ้น หรือ French Kiss สามารถส่งผ่านอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างดี เนื่องจากที่ลิ้นของคนเรามีเส้นประสาทอยู่มากมาย ทำให้การจูบมักถูกใช้เป็นเครื่องกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ โดยผู้ที่ศึกษาในเรื่องจูบมีความเห็นว่าการจูบในลักษณะนี้น่าจะเลียนแบบมาจากการดูดนมแม่ของบุตร และที่เรียกว่า French Kiss ก็เพราะปรากฏรูปแบบการจูบเช่นนี้ในช่วงเริ่มต้นของคริสตศตวรรษที่ 20 ในประเทศฝรั่งเศส โดยพบว่าที่ประเทศฝรั่งเศสมีศัพท์บัญญัติเกี่ยวกับการจูบในลักษณะนี้ก่อนใครเพื่อน

• สัญลักษณ์ XOXO แปลว่าจูบ ซึ่งสัญลักษณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ยุโรปยุคกลางแล้ว

• มีกุศโลบายห้ามจูบเกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าเฮนรี่ที่ 6 แห่งอังกฤษ หรือเมื่อปี ค.ศ.1439 เนื่องจากในช่วงนั้นเกิดโรคระบาดอย่างหนักในเมืองผู้ดี พระเจ้าเฮนรี่จึงสั่งห้ามไม่ให้มีการจูบเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคร้ายนั่นเอง

• ทุกครั้งที่เกิดการจากลาบริเวณชานชาลารถไฟมักลงเอยด้วยการจูบ ทว่าประเทศที่เป็นต้นแบบเรื่องการจูบอย่างฝรั่งเศสก็เคยห้ามไม่ให้จูบบริเวณลานรถไฟมาแล้ว เพราะทำให้เกิดความขัดข้องในขณะปฏิบัติงาน เนื่องจากผู้คนจูบกันจนทำให้รถไฟออกไม่ตรงเวลาเลยน่ะสิ

• ในอดีตเคยมีกฎของทางกลุ่มผู้ตรวจพิจารณาภาพยนตร์ของฮอลลีวู้ด ห้ามมิให้มีการจูบในภาพยนตร์เกิน 3 วินาที แต่กฎดังกล่าวถูกยกเลิกไปในยุค 60′s ไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้เห็นฉากจูบอันเผ็ดร้อนในเซ็กซ์ซีนหลายๆ เรื่องแน่ๆ

• ถึงแม้ว่าชาติที่นิยมจูบกันจนเป็นเรื่องปกติจะเป็นชาติตะวันตก แต่ยืดอกบอกเลยว่า คู่รักที่สร้างสถิติโลกเรื่องการจูบยาวนานที่สุดในโลกเป็นคนไทยจ้า โดยใช้เวลาในการจูบนานถึง 58 ชั่วโมง 35 นาที 58 วินาที ซึ่งสถิตินี้ได้รับการบันทึกในกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดเมื่อวาเลนไทน์ในปี 2013

• มากกว่า 85% ของวัยรุ่นชาวอเมริกัน ล้วนผ่านประสบการณ์การจูบมาแล้ว

Photo : istockphoto.com

เนื้อหาโดย : นิตยสาร 247

หวานไปอีก! เอมมี่ รัชฎา สาวสอง เปิดตัวแฟนสาวหล่อแต่หน้าสวย image

หวานไปอีก! เอมมี่ รัชฎา สาวสอง เปิดตัวแฟนสาวหล่อแต่หน้าสวย

Amarin Baby & Kids เนย โชติกา ขึ้นปกถ่ายแฟชั่นพร้อมลูกน้อยในท้องเป็นครั้งแรก image

Amarin Baby & Kids เนย โชติกา ขึ้นปกถ่ายแฟชั่นพร้อมลูกน้อยในท้องเป็นครั้งแรก

หา 'สาระ' จากการนินทา

หา 'สาระ' จากการนินทา

สูตรยำปลาดุกฟู เนื้อแน่นรสแซ่บ vdo

สูตรยำปลาดุกฟู เนื้อแน่นรสแซ่บ

จำได้ไหม? น้องใยไหม ชินารดี ยิ่งโตยิ่งสวยคม เครื่องหน้าชัด image

จำได้ไหม? น้องใยไหม ชินารดี ยิ่งโตยิ่งสวยคม เครื่องหน้าชัด

ผอมชัวร์ไม่กลัวอ้วน! กับ "7 แอปบนมือถือ" ตัวช่วยลดความอ้วนสำหรับสาวๆ เจ้าเนื้อ

ผอมชัวร์ไม่กลัวอ้วน! กับ "7 แอปบนมือถือ" ตัวช่วยลดความอ้วนสำหรับสาวๆ เจ้าเนื้อ

3 ดาราสาวไซส์มินิ ของวงการบันเทิงไทย

3 ดาราสาวไซส์มินิ ของวงการบันเทิงไทย

เจอตัวฝาแฝด Selena Gomez ดูให้ดีคนไหนตัวจริง image

เจอตัวฝาแฝด Selena Gomez ดูให้ดีคนไหนตัวจริง

"กีกี้จูโน่ นางฟ้าบ้านนา" ดังไกล ได้ลงนิตยสารแฟชั่นของฝรั่งเศส

"กีกี้จูโน่ นางฟ้าบ้านนา" ดังไกล ได้ลงนิตยสารแฟชั่นของฝรั่งเศส

สำเนาถูกต้อง! 8 ลูกดาราสุดน่ารัก น่าเอ็นดู ถอดแบบพ่อเป๊ะ

สำเนาถูกต้อง! 8 ลูกดาราสุดน่ารัก น่าเอ็นดู ถอดแบบพ่อเป๊ะ

เลี้ยงลูกให้ “สุข” แบบ “โบ ชญาดา” image

เลี้ยงลูกให้ “สุข” แบบ “โบ ชญาดา”

10 บั้นท้ายสวยเด้ง พร้อมเทคนิคปั้นก้นกระชับต้นขา จาก เบเบ้ ธันย์ชนก image

10 บั้นท้ายสวยเด้ง พร้อมเทคนิคปั้นก้นกระชับต้นขา จาก เบเบ้ ธันย์ชนก

ลุคสำหรับคุณแม่และลูกสาวในมาดคู่หูดูโอ้สุดคิวท์

ลุคสำหรับคุณแม่และลูกสาวในมาดคู่หูดูโอ้สุดคิวท์

สูตรหลนกุ้งโบราณ ใครว่ายาก vdo

สูตรหลนกุ้งโบราณ ใครว่ายาก

6 วิธีการออกกำลังกายยังไงให้สนุก และมีหุ่นสวยสุขภาพดี

6 วิธีการออกกำลังกายยังไงให้สนุก และมีหุ่นสวยสุขภาพดี

6 วิธีคิด “ดึงสติ” เมื่อทะเลาะกัน ก่อนความรักจะพังไม่เป็นท่า

6 วิธีคิด “ดึงสติ” เมื่อทะเลาะกัน ก่อนความรักจะพังไม่เป็นท่า

3 จุดบนใบหน้าที่บ่งบอกว่าคุณคือผู้หญิงสวย จาก ปู ไปรยา image

3 จุดบนใบหน้าที่บ่งบอกว่าคุณคือผู้หญิงสวย จาก ปู ไปรยา

บล็อคเกอร์ดัง "จ๋า วิลาสินี" คว้ามิสซิสโฟโต้จีนิค Mrs.nobel queenฯ

บล็อคเกอร์ดัง "จ๋า วิลาสินี" คว้ามิสซิสโฟโต้จีนิค Mrs.nobel queenฯ

แม่สวยนำ ลูกสวยตาม! ยลโฉมคุณแม่ยังสาว กับลูกสาวคนสวย image

แม่สวยนำ ลูกสวยตาม! ยลโฉมคุณแม่ยังสาว กับลูกสาวคนสวย

10 รองเท้าแบรนด์ดัง มาแรงแห่งปี 2017 ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ

10 รองเท้าแบรนด์ดัง มาแรงแห่งปี 2017 ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์