5 คำถามสุดฮิตที่แม่ท้องอยากรู้

5 คำถามสุดฮิตที่แม่ท้องอยากรู้

5 คำถามสุดฮิตที่แม่ท้องอยากรู้

Amarin Baby And Kids

สนับสนุนเนื้อหา

Q 1 : ตอนนี้ลูกในท้องอายุครรภ์เท่าไหร่แล้ว?

A : เรื่องของอายุครรภ์ ตามหลักการเราจะนับตั้งแต่ประจำเดือนครั้งสุดท้าย ซึ่งจะแม่นยำในระดับหนึ่งสำหรับคนที่ประจำเดือนมาสม่ำเสมอทุก 28 วัน แต่ถ้าประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอเราก็ต้องหาวิธีอื่นเพื่อที่จะดูว่าอายุครรภ์เท่าไหร่ สำหรับไตรมาสแรกๆ คุณหมอจะใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ซึ่งให้ผลค่อนข้างแม่นยำ ความคลาดเคลื่อนจะไม่เกิน 1 สัปดาห์ ถ้าสมมติว่าอายุครรภ์คุณแม่น้อยมากก็จะอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด เพื่อวัดขนาดถุงตั้งครรภ์ที่อยู่ในมดลูก แต่วิธีที่ดีกว่าคือรอให้เห็นตัวเด็กแล้วอัลตราซาวนด์ เพื่อวัดขนาดตัวเด็ก ซึ่งเราจะใช้ค่าความยาวของทารก อายุครรภ์จะแม่นยำแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเวลาด้วย สมมติว่าเราวัดความยาวตัวทารกในไตรมาสแรกก็จะแม่นยำกว่าการวัดในไตรมาสที่ 2 หรือ 3 โดยในไตรมาสที่ 2 และ 3 เราจะใช้น้ำหนักตัวช่วยประมาณอายุครรภ์ โดยคำนวณจาก การวัดเส้นรอบวงศีรษะ เส้นรอบวงท้องและขา แล้วมาคำนวณหาน้ำหนักตัวเด็ก แล้วเทียบกับค่ามาตรฐานค่ะ

 

Q 2 : ลูกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย?

A : หลังจากที่รู้อายุครรภ์แล้ว คำถามยอดฮิตต่อมาก็คือ “ลูกเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายคะคุณหมอ?” การอัลตร้าซาวนด์ดูลักษณะโครงสร้างเพศทารก ซึ่งโดยปกติจะเริ่มเห็นชัดเจนเมื่ออายุครรภ์ 14-16 สัปดาห์หรือเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 เริ่มจะสามารถพอแยกได้ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย แต่ยิ่งอายุครรภ์มากขึ้นก็จะชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับท่าของเด็กด้วย ถ้าสมมติว่าเด็กกางขาให้เห็นชัดเจนก็สามารถรู้ได้เลยว่าเพศอะไร แต่ถ้าท่าทางของเด็กไปปิดบังอวัยวะเพศก็อาจทำให้คลาดเคลื่อนได้ หรือคุณแม่ที่หน้าท้องหน้ามากๆ ก็จะทำให้เห็นไม่ชัดเจน

สำหรับคุณแม่ที่มีภาวะบ่งชี้ต้องทำการเจาะน้ำคร่ำเพื่อตรวจโครโมโซมก็จะรู้เพศได้โดยอัตโนมัติ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม สามารถรู้เพศได้อย่างแม่นยำ เกือบจะ 100% ยกเว้นแเด็กบางคนที่มีพันธุกรรมเป็นอย่างหนึ่งแต่เพศสภาพภายนอกเป็นอีกเพศ ซึ่งเป็นโรคเกี่ยวกับความผิดปกติบางอย่าง แต่กรณีนี้จะพบได้น้อยมาก

 

 

Q 3 : ขนาดท้องเล็กไปหรือใหญ่เกินไปไหม?

A : คำถามพวกนี้จะเจอในช่วงไตรมาสที่ 2 หรือ 3 บ่อยๆ เพราะว่าส่วนใหญ่เวลาที่เราบอกใครไปว่าท้อง เขาก็จะเริ่มสังเกตแล้วว่าท้องเราโตไหม และเมื่อไม่ตรงกับที่คนรอบข้างคาดหวังไว้ ก็จะถูกทักแล้ว “ท้องเล็กไปนะ” “ท้องใหญ่ไปนะ”  อาจจะทำให้คุณแม่ก็อาจจะรู้สึกกังวล ซึ่งตามเกณฑ์ทั่วไป มดลูกจะเริ่มโตขึ้นพ้นหัวหน่าว เมื่ออายุครรภ์ 12 สัปดาห์ ถ้าตรวจทางหน้าท้องจะเริ่มคลำมดลูกได้ แล้วก็จะโตขึ้นเรื่อยๆ จนถึงสะดือ ประมาณ 20 สัปดาห์ หรือ 5 เดือน ถ้าบางคน 5 เดือนท้องยังไม่ออก ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก แต่ความคาดหวังหรือความเข้าใจของคนทั่วไปคือท้อง 5 เดือนก็ควรใส่ชุดคลุมท้องแล้ว ท้องน่าจะโตแล้ว ซึ่งตรงนี้จะทำให้คุณแม่ยิ่งกังวลไปใหญ่

ส่วนน้ำหนักตัวของทารกในครรภ์ แต่ละครั้งที่คุณหมอนัด หมอจะคลำอยู่แล้ว ว่าเด็กโตตามเกณฑ์หรือเปล่า อีกข้อบ่งชี้ว่าเด็กจะมีน้ำหนักดีไหม ก็คือน้ำหนักของแม่ โดยทั่วไปน้ำหนักของคุณแม่ เราจะดูจากรูปร่างก่อนท้อง เช่น รูปร่างก่อนท้องอยู่ในเกณฑ์ปกติ ในระหว่างการตั้งครรภ์ คุณแม่ควรน้ำหนักขึ้น 11-16 กิโลกรัม หรือถ้าคุณแม่ตัวเล็ก BMI น้อยกว่า 18 เราก็ให้เพิ่มน้ำหนักได้มากกว่า 16 กก. แต่ถ้าคุณแม่น้ำหนักเยอะ เราก็จะให้น้ำหนักเพิ่มได้แค่ 6-11 กิโลกรัม

ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ใช่ไตรมาสแรกก็นน.ขึ้นเลย 16 กก. แล้วหลังจากนั้นไม่ต้องเพิ่ม แบบนี้ไม่ใช่ จริงๆน้ำหนักควรเพิ่มตามอายุครรภ์ ถ้าเราดูขนาดตัวเด็ก 14 สัปดาห์ อาจจะมีน้ำหนักตัวไม่มาก ดังนั้นถ้าน้ำหนักตัวคุณแม่ยังไม่ขึ้นในไตรมาสแรกก็ไม่ต้องกังวล บางคนบำรุงเต็มที่เลย ก็อาจจะทำให้น้ำหนักขึ้นมากกว่าเกณฑ์ หลังคลอดทำให้น้ำหนักเหลือค้างที่คุณแม่มากกว่าค่ะ

 

Q 4 : กินอะไรดี? ให้ลูกแข็งแรงและฉลาด

A : โดยทั่วไปที่หมอแนะนำคือ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ กินอย่างสมดุล จริงๆ คนท้องไม่ได้ต้องการสารอาหารอะไรเพิ่มเป็นพิเศษ ยกเว้นเรื่องของโฟลิก ที่จะช่วยลดความพิการบางอย่างของทารกได้ ซึ่งปกติคุณหมอก็จะให้เป็นวิตามินเสริมอยู่แล้ว คำแนะนำก็คือ ถ้าเรามีการวางแผนว่าจะตั้งครรภ์ ก็ควรจะได้รับโฟลิกก่อนที่จะตั้งครรภ์ จนถึง 3 เดือนหลังจากที่ตั้งครรภ์ไปแล้ว หลายคนมักจะกังวลว่าถ้าได้รับมากไปจะสะสมหรือเปล่า ซึ่งความจริงส่วนเกินที่ได้จะถูกขับออกไปอยู่แล้ว ไม่สะสมค่ะ ข้อดีของโฟลิกมีอยู่เยอะ เช่น ช่วยในเรื่องระบบประสาท หรือภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ ซึ่งโฟลิกสามารถป้องกันได้

สารอาหารที่ต้องการเสริมอีกตัวหนึ่งก็คือธาตุเหล็ก แต่จะไม่ได้รับตั้งแต่ไตรมาสแรก เพราะว่าธาตุเหล็กบางรูปแบบจะทำให้คลื่นไส้ หมอจึงมักให้เสริมธาตุเหล็กในไตรมาสที่ 2 และ 3  เพราะในทุกคน ปริมาณน้ำเลือดจะเพิ่มขึ้น แต่เม็ดเลือดไม่ได้เพิ่มตาม ก็เลยต้องให้ธาตุเหล็กเพื่อบำรุงเม็ดเลือดให้ปริมาณเม็ดเลือดเพิ่มมากขึ้น เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการคลอดต่อไป

 

Q 5 : จะคลอดเมื่อไหร่? จะรู้ได้อย่างไรว่าจะคลอดแล้ว

A : จริงๆไม่มีใครรู้เลยว่าคุณแม่จะคลอดเมื่อไหร่ แต่จะแนะนำว่าคุณแม่ควรสังเกตอาการตัวเองว่าเรามีอาการอะไรผิดปกติบ้าง ทั่วๆ ไปคุณแม่จะรู้วันกำหนดคลอดของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งก็คือวันที่อายุครรภ์ครบ 40 สัปดาห์พอดี แต่ในความเป็นจริง เด็กจะครบกำหนดคลอดได้คือ ช่วงสัปดาห์ที่ 37-42 แต่การที่เรามีวันกำหนดคลอดก็เพื่อการดูแล สมมติคุณแม่จำวันกำหนดคลอดได้ เวลามีปัญหาเกิดเหตุฉุกเฉินเข้าโรงพยาบาล ไม่ว่าจะที่ไหน ถ้าคุณแม่จำวันกำหนดคลอดได้ คุณหมอก็จะคำนวณได้ว่า ณ วันที่มีปัญหาอายุครรภ์คุณแม่เท่าไหร่แล้ว จะต้องดูแลอย่างไร นี่ก็คือประโยชน์ของวันกำหนดคลอด แต่ไม่ได้หมายถึงต้องคลอดในวันนั้น ส่วนอาการบ่งชี้ว่าจะคลอด คือ เจ็บครรภ์ มีมูกเลือด และน้ำเดิน อาการเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กันหรือเกิดขึ้นทีละอาการก็ได้ และไม่ว่าจะเกิดก่อนหรือหลัง 37 สัปดาห์  ให้รีบมาหมอดีกว่า เพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และทารกในครรภ์ค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูล : พญ.เมสิตา สุขสมานวงศ์ สูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

เนื้อหาโดย : Amarin Baby And Kids

สูตรหลนกุ้งโบราณ ใครว่ายาก vdo

สูตรหลนกุ้งโบราณ ใครว่ายาก

ลุคสำหรับคุณแม่และลูกสาวในมาดคู่หูดูโอ้สุดคิวท์

ลุคสำหรับคุณแม่และลูกสาวในมาดคู่หูดูโอ้สุดคิวท์

6 วิธีการออกกำลังกายยังไงให้สนุก และมีหุ่นสวยสุขภาพดี

6 วิธีการออกกำลังกายยังไงให้สนุก และมีหุ่นสวยสุขภาพดี

10 บั้นท้ายสวยเด้ง พร้อมเทคนิคปั้นก้นกระชับต้นขา จาก เบเบ้ ธันย์ชนก image

10 บั้นท้ายสวยเด้ง พร้อมเทคนิคปั้นก้นกระชับต้นขา จาก เบเบ้ ธันย์ชนก

6 วิธีคิด “ดึงสติ” เมื่อทะเลาะกัน ก่อนความรักจะพังไม่เป็นท่า

6 วิธีคิด “ดึงสติ” เมื่อทะเลาะกัน ก่อนความรักจะพังไม่เป็นท่า

3 จุดบนใบหน้าที่บ่งบอกว่าคุณคือผู้หญิงสวย จาก ปู ไปรยา image

3 จุดบนใบหน้าที่บ่งบอกว่าคุณคือผู้หญิงสวย จาก ปู ไปรยา

บล็อคเกอร์ดัง "จ๋า วิลาสินี" คว้ามิสซิสโฟโต้จีนิค Mrs.nobel queenฯ

บล็อคเกอร์ดัง "จ๋า วิลาสินี" คว้ามิสซิสโฟโต้จีนิค Mrs.nobel queenฯ

แม่สวยนำ ลูกสวยตาม! ยลโฉมคุณแม่ยังสาว กับลูกสาวคนสวย image

แม่สวยนำ ลูกสวยตาม! ยลโฉมคุณแม่ยังสาว กับลูกสาวคนสวย

10 รองเท้าแบรนด์ดัง มาแรงแห่งปี 2017 ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ

10 รองเท้าแบรนด์ดัง มาแรงแห่งปี 2017 ที่ใครก็อยากเป็นเจ้าของ

รู้หรือไม่ มีเซ็กซ์ “ตอนเช้า” ดีทั้งต่อใจและกาย

รู้หรือไม่ มีเซ็กซ์ “ตอนเช้า” ดีทั้งต่อใจและกาย

แม่ก็คือแม่! ส่องความเปรี้ยวแซ่บคุณแม่ของ อุ้ม นิวเคลียร์

แม่ก็คือแม่! ส่องความเปรี้ยวแซ่บคุณแม่ของ อุ้ม นิวเคลียร์

เพลง ชนม์ทิดา ยกให้ ตู่ นันทิดาเป็น “คุณแม่ All in One” image

เพลง ชนม์ทิดา ยกให้ ตู่ นันทิดาเป็น “คุณแม่ All in One”

“อย่านอนดึก” คำเตือนจากแม่ถึงลูกสาวคนสวยที่ชื่อ ปันปัน

“อย่านอนดึก” คำเตือนจากแม่ถึงลูกสาวคนสวยที่ชื่อ ปันปัน

วิธีคุมกำเนิดฉุกเฉินแบบต่างๆ ที่ผู้หญิงควรรู้ เพื่อป้องกันเซ็กส์ไม่พร้อม

วิธีคุมกำเนิดฉุกเฉินแบบต่างๆ ที่ผู้หญิงควรรู้ เพื่อป้องกันเซ็กส์ไม่พร้อม

สาวขาใหญ่ฟังทางนี้! วิธีออกกำลังกายให้ขาเล็กอย่างได้ผล

สาวขาใหญ่ฟังทางนี้! วิธีออกกำลังกายให้ขาเล็กอย่างได้ผล

ดูแล้วยิ้มตาม! ความน่ารักของสาวน้อยชาวญี่ปุ่น กับคู่หูเจ้าหมาพุดเดิ้ลยักษ์ image

ดูแล้วยิ้มตาม! ความน่ารักของสาวน้อยชาวญี่ปุ่น กับคู่หูเจ้าหมาพุดเดิ้ลยักษ์

สวยได้แบบไม่ต้องทน รวมเคล็ดลับคลายเมื่อย หลังใส่รองเท้าส้นสูง

สวยได้แบบไม่ต้องทน รวมเคล็ดลับคลายเมื่อย หลังใส่รองเท้าส้นสูง

44 ปียังแซ่บ! จีน่า จิดาภา อดีตรองนางสาวไทย อวดซิกแพคแน่นๆ หุ่นเป๊ะๆ image

44 ปียังแซ่บ! จีน่า จิดาภา อดีตรองนางสาวไทย อวดซิกแพคแน่นๆ หุ่นเป๊ะๆ

ขยี้ตาแรง! ภาพก่อน-หลัง แต่งรูประดับเทพ สวยเปลี่ยนเป็นคนละคน

ขยี้ตาแรง! ภาพก่อน-หลัง แต่งรูประดับเทพ สวยเปลี่ยนเป็นคนละคน

คุณแม่ควรรู้! อาการนอนกรณในเด็กอาจเป็นอันตรายได้

คุณแม่ควรรู้! อาการนอนกรณในเด็กอาจเป็นอันตรายได้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์