ผู้หญิง > ผู้หญิงต้องสวย > ทรงผม แบบผม
แฟชั่นทรงผมวันวาน
- 18 ส.ค. 52 10.17 น.
-
พิมพ์หน้านี้ - สนับสนุนเนื้อหา

- (+ให้คะแนนบทความ) (+เก็บเข้าเรื่องที่ชอบ) 1
- เปิดอ่าน
ความคิดเห็น 5

"ตันโจ ติ๊ก และ ตันโจปอมเมด ทาแล้วสู้ลมพายุได้สบาย ผมไม่มีสยายไปไหน ติดแน่นทนทานเหมือนกาวตราช้าง" คำโฆษณาของครีมจัดทรงผมอันคุ้นหูของหนุ่มสาวยุค "โก๋หลังวัง" เป็นเครื่องชี้วัดได้ดีถึงแฟชั่น ทรงผมของคนไทยที่มีมายาวนาน และได้รับอิทธิพลจากดาราภาพ ยนตร์ทั้งไทยและต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง
ในอดีตหากพูดถึงการเรียนตัดผมไม่มีใครไม่รู้จัก โรงเรียนเสริมสวยเกศสยาม ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนตัดผมยุคแรก ๆ ของเมืองไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 ดังนั้นบนความเคลื่อนไหวของแฟชั่นทรงผมตั้งแต่อดีตถึงขณะนี้ ย่อมเคยผ่านดวงตาหลังกรอบแว่นของ เสาวลักษณ์ บุณยชาต "ช่างใหญ่" แห่งโรงเรียนเสริมสวยเกศสยาม ที่นางงามจักรวาลอย่าง อาภัสรา หงสกุล (พ.ศ. 2508) และ ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก (พ.ศ. 2531) ก็เคยผ่านมือเธอมาแล้ว
"การตัดผมของคนสมัยก่อนมักเน้นการใช้งานเป็นหลัก เช่น ฤดูฝนจะทำผมหยิกๆ ฟูๆ เพื่อให้กลมกลืนเมื่อเวลาโดนฝน ส่วนหน้าร้อนจะตัดผมสั้นไม่ให้รุงรัง ต่างจากสมัยนี้ที่เน้นตามแบบดาราที่ชื่นชอบ โดยไม่คำนึงถึงฤดูกาลเหมือนก่อน" เสาวลักษณ์ เล่าถึงความเปลี่ยนแปลงของลูกค้าตั้งแต่อดีต
แฟชั่นทรงผมในสายตาของ เสาวลักษณ์ แบ่งได้เป็น 4 ยุค โดย ยุคแรก เริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 หญิงไทยนิยมทำผมทรง "ฟาราห์" ที่ได้รับอิทธิพลจาก ฟาร์ราห์ ฟอว์เซตต์ ดาราสาวผมบลอนด์ ขณะที่ทรงแบบ "เลดี้ ไดอาน่า" ก็ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง การทำไฮไลต์ผมตอนนั้นยังไม่ได้รับความนิยม แต่จะมีการทำสีผมบ้าง เช่น น้ำตาลหรือแดงอ่อนๆ ส่วนฝ่ายชายทรงหน้าม้าแบบ "สี่เต่าทอง" วงเดอะบีตเทิลส์ ก็ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ยุคนี้ทรงผมได้รับความนิยมจากภาพยนตร์ต่างชาติแถบยุโรปเป็นส่วนใหญ่
ยุคแรก ช่างทำผมจึงต้องพยายามศึกษาแบบผมผ่านหนังสือภาษาอังกฤษและวิดีโออย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ไปดูงานต่างประเทศเพื่อพัฒนาตัวเอง ดาราไทยสมัยนั้นยังหัวอนุรักษนิยม ไม่ยอมทำตามแบบผมจากต่างประเทศจนเหมือนหมด แต่ต้องนำแบบเหล่านั้นมาปรับให้เหมาะกับทรงผมไทยเดิม
ยุคที่ 2 แฟชั่นส่วนใหญ่เน้นความหรูหราโชว์เครื่องประดับ ทำให้การเกล้าผมได้รับความนิยมเพราะมีความเรียบร้อยและสามารถโชว์เครื่อง ประดับได้อย่างเต็มที่ การเกล้าผมสะท้อนได้ถึงยุค รุ่งเรืองของช่างผมไทยที่มีการประกวดในประเทศมากขึ้น ทำให้ช่างผมแต่ละสถาบันพยายามคิดค้นแบบผมต่างๆ โดยนำความเป็นไทยๆ มาผสมกลมกลืนให้มากที่สุด ขณะที่ช่างในสมัยนั้นต้องมีความละเอียดอ่อนสูงเพราะต้องเกล้าผมให้เหมาะกับ ลักษณะศีรษะของแต่ละคน ต่างจากฝรั่งที่ไม่นิยมการเกล้าผมเพราะมองว่า ยุ่งยากในการทำงาน ซึ่งคนที่เกล้าผมแล้วดูสวยคือ อาภัสรา หงสกุล ที่เป็นอีกแรงบันดาลใจให้กับคนส่วนใหญ่เกล้าผมตาม
ขณะที่ชายไทยเริ่มทำผมให้ดูเรียบร้อย เช่น ตัดผมรองทรง หรือไว้รากไทร แต่ต้องหวีผมให้ดูเรียงเส้นกันเป็นแผง ทำให้ยุคนี้น้ำมันใส่ผมและครีมจัดแต่งทรงผมได้รับความนิยมอย่างสูง
ยุคที่ 3 แฟชั่นทรงผมหญิงไทยเริ่มหลากหลายมากขึ้น โดยผสมผสานระหว่างการเกล้าผม การซอย และการดัด แต่ยังเน้น ความเรียบร้อยสามารถเดินบนท้องถนนได้อย่างมั่นใจ ไม่อลังการหรูหราเหมือนยุคที่ผ่านมา ดาราไทยที่สร้างปรากฏการณ์แฟชั่นผมได้อย่างแพร่หลายคือ ภาวนา ชนะจิตร นางเอกเจ้าบทบาทฉายา "ไข่มุกแห่งเอเชีย" ที่หั่นผมยาวมาตัดสั้นเกล้าผมให้ดูสวยเก๋ และดัดผมให้ล้ำสมัย เป็นอีกยุค ที่การทำสีผมเริ่มเข้ามา แต่คนไทยยังกลัวผมเสีย จึงเน้นการต่อผมเป็นส่วนใหญ่ ขณะเดียวกันกระแส ภาพยนตร์ตะวันตกกลับมามี บทบาทต่อแฟชั่นทรงผมไทย อีกครั้ง
ส่วนฝ่ายชายเน้นไว้รากไทรสั้นกว่ายุคก่อนๆ และเริ่มฮิตแฟชั่นหวีผมแสกข้าง แต่ช่างผมยังต้องดัดแปลงทรงจากต่างประเทศมาให้เหมาะกับบุคลิกเรียบร้อยของคนไทย
ยุคที่ 4 หรือยุคปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากแฟชั่นทรงผมเกาหลีผ่านหนังและเกมโชว์ ทำให้ทรงผมชายกับหญิงไม่ต่างกันมากนัก เน้นตัดสไลด์ผมไม่เท่ากันหรือหน้าม้าทำผมให้ชี้ๆ ดูไม่เรียบร้อย ขณะที่การทำสีผมเน้นสีที่ฉูดฉาดมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน การทำผมของคนยุคนี้เป็นผลมาจากความเร่งรีบของสังคมทำให้ต้องซอยผมให้เหลือ น้อยดูว่องไวและไม่ต้องเข้าร้านตัดผมเพื่อแต่งบ่อยๆ ต่างจากเมื่อก่อนเน้นไว้ผมหนาเหมาะกับการเข้างานสังคม ด้านช่างผมเองปัจจุบันเน้นลอกเลียนแบบทรงผมจากดาราเกาหลีมาทั้งหมด จนลืมคิดไปว่า ดาราเกาหลีส่วนใหญ่ศัลยกรรมทำให้รูปหน้าเหมือนกัน พอออกแบบทรงผมจึงคล้ายคลึงกัน ซึ่งพอนำแบบทรง ผมดังกล่าวมาตัดให้คนไทยที่ไม่ได้ศัลยกรรมเหมือนดาราเกาหลีอาจไม่เหมาะสม ดังนั้นช่างตัดผมควรให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์โครงหน้าของลูกค้า
เสาวลักษณ์ มองเส้นทางอาชีพช่างตัดผมว่า ต้องพยายามพัฒนาอยู่เสมอ หลายคนอาจไม่นิยมตัดกับช่างรุ่นเก่าเพราะกลัวได้ทรงผมโบราณ แต่บางทีช่างรุ่นเก่าที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องอาจทำได้ดีกว่าช่างรุ่นใหม่ สิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่ของแต่ละบุคคล
"จากประสบการณ์ที่ผ่านมาคนรุ่นเก่ามักจะดูแลเส้นผมมากกว่าคนยุคใหม่ เห็นได้จากดารารุ่นเก่าหลายคนที่รับงานแสดงหลายเรื่องจะไม่ให้ช่างผมไดร์หรือทำสีบ่อยๆ แต่หลีกเลี่ยงโดยนำวิกมาใส่หรือต่อผมแทน ขณะที่ดาราปัจจุบันให้ช่างทำทุกอย่างโดยไม่หวงผมเหมือนแต่ก่อน" เสาวลักษณ์กล่าว
เสาวลักษณ์ มองเทรนด์แฟชั่นทรงผมอนาคตว่า กำลังวนกลับมาที่เดิม โดยนำแฟชั่นผมอย่าง ทรง "ฟาราห์" และ "เดอะ บีตเทิลส์" มาดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย โดยเน้นตามแฟชั่นมากกว่าการใช้งานเหมือนแต่เดิม
ส่วนนางเอกตลอดกาลอย่าง อรัญญา นามวงศ์ มองความสำคัญของทรงผมแต่ละยุคว่า สามารถบ่งบอกถึงอุปนิสัยของคนไทยในแต่ละยุค มีค่าต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะผู้หญิงหากทำทรงผมที่เหมาะสมกับตนเองย่อมส่งเสริมให้บุคลิกดูดี มีความมั่นใจในการดำเนินชีวิต จากประสบการณ์ที่ผ่านมาการออกแบบทรงผมขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ของช่างเองด้วย โดยส่วนตัวชอบช่างสมัยก่อนเพราะมีความละเอียดประณีตมากกว่า ขณะที่ช่างรุ่นใหม่ๆ เน้นความเร็วเพราะสังคมค่อนข้างเร่งรีบทำให้บางรายละเอียดของทรงผมอาจตกหล่นไป ทรงผมที่ทำให้ตนประสบความสำเร็จคือ ทรงที่เกล้าผมในภาพยนตร์เรื่อง อีแตน ฉายเมื่อ พ.ศ. 2511 เล่นคู่กับ มิตร ชัยบัญชา ส่งผมให้แบบทรงดังกล่าว ได้รับความนิยมอย่างมาก
"เส้นผมเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก จึงอยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพผมจากภายในมากกว่าภายนอกเพราะหากดูแลภายในดีย่อม บ่งบอกถึงสุขภาพของคนนั้นว่าแข็งแรง" อรัญญา ทิ้งท้าย
แม้เป็นแฟชั่นผมวันวาน แต่ยังคงบ่งบอกถึงเรื่องราวมากมาย ไม่แน่ตัดผมครั้งหน้าลองงัดแบบผมเก่าๆ มาเสริมแต่งให้แจ่มกันอีกครั้ง
'ฟาร์ราห์ ฟอว์เซตต์' ทรงผมที่โลกจารึก
25 มิถุนายนที่ผ่านมา ฟาร์ราห์ ฟอว์เซตต์ ผ่อนลมหายใจสุดท้าย พร้อมกับปิดฉากชีวิตนักแสดงที่สร้างประวัติศาสตร์ตำนานทรงผม "ฟาราห์" ที่ชาวอเมริกันยากจะลืมเลือนรอยยิ้มอันสดใสของสาวผมบลอนด์ยาวสลวย และแววตา ชวนฝัน
เธอโด่งดังจากการแสดงละครทีวีเรื่อง "นางฟ้าชาร์ลี" ในปี ค.ศ. 1976 ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ของละครทีวีในอเมริกายุคนั้น กับภาพสามสาวสุดเซ็กซี่ในชุดรัดรูป ที่ออกต่อกรกับเหล่าร้ายด้วยศิลปะป้องกันตัว จนมีผู้ชมติดตามในแต่ละสัปดาห์มากกว่า 23 ล้านคน
ในปี ค.ศ. 2006 เธอตรวจพบมะเร็งในทวารหนักและเข้ารับการผ่าตัด แต่มะเร็งก็กลับมาคร่าชีวิตเธออีกครั้ง ในช่วงสุดท้ายของชีวิตเธอได้ถ่ายทำสารคดีชีวิตชื่อว่า "ฟาราห์ สตอรี่" ที่ถ่ายทอดช่วงชีวิตที่เหลืออยู่ในการต่อสู้กับมะเร็งร้าย โดยมีผู้ชมติดตามทางโทรทัศน์กว่า 9 ล้านคน ในสารคดีผู้ชมได้เห็นเธอในสภาพศีรษะล้าน หลังจากการเข้าสู่เคมีบำบัดทำให้ไม่เหลือทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์ จนตอนสุดท้ายผู้ชมได้เห็นภาพเธอนอนอยู่บนเตียง และแทบไม่รับรู้การมาเยี่ยมของลูกชาย
เธอคบหาดูใจกับ ไรอัน โอนีล โดยไม่ได้แต่งงาน ทั้งคู่มีบุตรชาย 1 คน หลังจากคบหากันมากว่า 27 ปี ก่อนเธอเสียชีวิต 1 เดือน คู่รักของเธอได้ขอแต่งงาน แต่มะเร็งร้ายก็คร่าชีวิตเธอไปเสียก่อนจะเข้าสู่ประตูวิวาห์
ถึงวันนี้เธอไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่ทรงผม "ฟาราห์" และจิตใจอันเข้มแข็งที่ต่อสู้กับโรคร้ายยังคงได้รับการโจษขานจากคนทั่วโลก.
ศราวุธ ดีหมื่นไวย์
-
ซาร่า เล็กจ์
HAIRWORLD : เดือนมกราคม-…
810 1 30 ม.ค. 55 15.31 น.
Tags: ทรงผม , แฟชั่นทรงผม , hairworld , นิตยสาร hair world , แนะนำทรงผม
-
ลอนสยายดูมีวอลลุ่มนิดๆ เนื้อผมหนาดูมีพลัง ยุ่งแบบไม่ตั้งใจ ทั้งหมดคือผลลัพธ์ของเทรนด์ผมที่มาแรงมากในปีนี้และเชื่อว่ายังคงแรงต่อไป
แบบทรงผมที่เพอร์เฟค ที่ส…
50980 1 25 ม.ค. 55 14.49 น.
Tags: ทรงผม , แบบผม , ทรงผม 2012 , ลอนผม , ผมดัดลอน
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>
มุมสาวนักช้อป 15.02.2012
เว็บบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่ | ตั้งกระทู้โหวต | กระทู้ทั้งหมด
ประเด็นร้อนสุดๆ ความคิดเห็นล่าสุด
-
เคล็ดลับการดูแลริมฝีปาก 1 ต.ค. 2011, 23:15 น
-
แมทริกซ์ชวนเพื่อนๆ ร่วมกิจกรรมสนุกๆ ลุ้นที่พักโรงแรม TSIX5 พัทยา 2 วัน 1 คืนมูลค่า 4,120 บาท 10 รางว 24 ส.ค. 2011, 0:40 น
-
แมทริกซ์ชวนเพื่อนๆ ร่วมกิจกรรมสนุกๆ ลุ้นที่พักโรงแรม TSIX5 พัทยา 2 วัน 1 คืนมูลค่า 4,120 บาท 10 รางว 20 ส.ค. 2011, 13:26 น
-
ดูแลผมดัดอย่างไรไม่ให้เสียทรง 2 พ.ค. 2011, 6:43 น












ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: แฟชั่นทรงผมวันวาน
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 5
Re: แฟชั่นทรงผมวันวาน