ผู้หญิง > ผู้หญิงอยากรู้ > ผู้หญิงทำงาน > Work & Life

ลูกวัยรุ่นหนีเที่ยวกับแฟน..ทำไงดี

 

สวัสดีค่ะ พ่อแม่ผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นพ่อแม่ที่ช่วยให้ลูกได้พัฒนาตนเองไปจนถึงจุดที่ เขาสามารถเป็นบุคคลอย่างที่เราอยากให้เป็นเมื่อวันนั้นที่เราไม่อยู่กับเขาแล้ว วันนี้ชวนคุยชวนคิดถึงการเลี้ยงดูลูกในโค้งสุดท้ายของเด็ก ก็คือ เมื่อลูกเติบโตขึ้นเข้าสู่ช่วงของวัยรุ่นเต็มตัวนั่นเองค่ะ

ถึงตอนนี้ก็จะมี "ฮอร์โมน" เข้ามาผสมโรงซึ่งก็ยิ่งท้าทายค่ะ แถมจังหวะชีวิตของลูกที่เป็นวัยรุ่นก็มักจะเป็นช่วงจังหวะชีวิตที่คุณพ่อคุณแม่อาจกำลังเริ่มเข้าสู่วัยทองอีกต่างหาก "สงครามฮอร์โมน" ของคนสองวัยก็อาจเกิดขึ้นได้ง่ายๆ

แต่ถ้ามองอย่างสร้างสรรค์แล้วนั้นก็คงต้องคิดอย่าง "เห็นอกเห็นใจกัน" จะดีกว่านะคะ ลูกก็ควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ยาก คุณแม่เองก็เช่นกัน ลูกมีปัญหาเรื่องผิวพรรณ คือมีสิว คุณแม่ก็อาจมีปัญหาเรื่องผิวพรรณเช่นกัน คือผิวแห้งจัด

แหม...เราอยู่ในวัยคล้ายๆ กันเลยนะลูก อะไรอย่างนี้เป็นต้น เหตุการณ์ที่อาจพบได้อีกเช่น ลูกเริ่มแต่งตัวหัวตั้งย้อมสีผม เจาะลิ้นหรือสักกุหลาบที่ท้ายทอย ต่อมาก็เริ่มไปเที่ยวบ้านเพื่อนแล้วกลับดึกกว่าที่ตกลงกันไว้ ต่อมาก็เริ่มมีแฟนแล้วโกหกพ่อแม่เพื่อจะได้ขับรถไปเที่ยวไกลๆ ด้วยกันโดยที่แฟนยังขับรถไม่แข็ง หรือมีเพื่อนชวนไปปาร์ตี้ที่มีเหล้าเบียร์

โอย....ทำไงดี ไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยแต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะมันคือถนนสายหนึ่งของชีวิตที่มักจะต้องแล่นผ่านกันไป

งั้นเรามาหาทางออกกันเถอะค่ะ ตามแนวทาง positive discipline ของท่านรองศาสตราจารย์ ดร.โจน อี เดอร์แรนท์ นักจิตวิทยาคลินิกเด็กและนักวิชาการสังคมศาสตร์ครอบครัว ประเทศแคนาดา ได้นำเสนอสถานการณ์ที่ท้าทายของพ่อแม่ที่มีลูกเป็นวัยรุ่นเต็มตัว ดังต่อไปนี้ค่ะ

แต๊นแต่น!!!! เมื่อลูกเริ่มแต่งตัวหัวตั้งย้อมสีผม เจาะลิ้นหรือสักกุหลาบที่ท้ายทอย ทางเลือกที่เรามีคือ ทางเลือกที่หนึ่ง. คือ อธิบายความรู้สึกของท่านให้ลูกฟัง แล้วต่อรองหาทางประนีประนอมกัน สอง. ห้ามลูกออกจากบ้าน สาม. กล้อนผมเขาและเอาห่วงที่คิ้วโยนลงในโถส้วม อูย....อยากจะเลือกทางที่สองกับสามใช่ไหมคะ สะใจดี

แต่คำตอบที่เราๆ ท่านๆ ต้องพยายามฝึกฝนด้วยการคิด 4 ขั้นตอนจากท่านรองศาสตราจารย์ ดร.โจน อี เดอร์แรนท์ นั้นท่านบอกว่าให้เราพยายามโต้ตอบในทางเลือกที่หนึ่งค่ะ

สถานการณ์ต่อไปคือ ลูกเริ่มไปเที่ยวบ้านเพื่อนแล้วกลับดึกกว่าที่ตกลงกันไว้ ทำไงดี ทางเลือกที่มีคือ หนึ่ง. บอกลูกว่าต่อไปนี้ท่านจะไม่ไว้ใจเขาอีกแล้ว ตั้งกฎใหม่ว่าทุกวันเมื่อเขากลับถึงบ้านจะต้องโทรบอก และลงโทษว่าเดือนหน้าทั้งเดือนเขาจะไม่มีสิทธิออกจากบ้านในวันสุดสัปดาห์

สอง. ขอให้เขาอธิบายว่าทำไมจึงทำผิดกฎ ฟังเหตุผลของเขา พิจารณาว่ากฎที่ท่านตั้งไว้นั้นยุติธรรมสำหรับเด็กวัยนี้หรือไม่ ให้เขามีส่วนร่วมในการกำหนดกฎใหม่ที่ยุติธรรมและจะเป็นการช่วยให้เขาปลอดภัยด้วย สาม. ตีเขาอย่างหนักเพื่อเป็นการลงโทษที่ไม่เคารพกฎของท่าน

ใช่แล้วค่ะ พ่อแม่ควรเลือกข้อสองค่ะ สถานการณ์ต่อไป คือต่อมาก็เริ่มมีแฟนแล้วโกหกพ่อแม่เพื่อจะได้ขับรถไปเที่ยวไกลๆ ด้วยกันโดยที่แฟนยังขับรถไม่แข็ง น่าเป็นห่วงมาก ทำไงดี ระหว่างข้อหนึ่ง บอกลูกว่าท่านรู้สึกเหมือนถูกทรยศ และต่อไปนี้ท่านจะไม่ไว้ใจเขาอีกแล้ว บอกลูกว่าห้ามคบกับแฟนคนนี้อีกเพราะเขาจะพาลูกไปในทางเสื่อมเสีย

สอง. บอกลูกว่าการโกหกพ่อแม่เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่ลูกจะทำได้ และต่อไปนี้ความสัมพันธ์ของท่านกับเขาจะไม่มีวันเหมือนเดิม และสั่งให้ลูกเข้าห้องนอนไป และห้ามออกจากบ้านเป็นเวลาสองเดือน

สาม. บอกลูกว่า ความปลอดภัยจากอันตรายเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในโลกสำหรับท่าน

อธิบายให้ลูกฟังว่ากฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ท่านตั้งขึ้นมาล้วนมาจากความรักและความห่วงใยของท่านที่มีต่อลูกทั้งสิ้น บอกลูกว่าหากเป็นเรื่องของความปลอดภัยแล้วท่านจะผ่อนปรนไม่ได้ และถามลูกว่าทำไมถึงทำผิดกฎและโกหก จากนั้นฟังคำอธิบายและพยายามเข้าใจเหตุผลของลูก ช่วยกันคิดกับลูกว่าจะมีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยตอบสนองความต้องการเป็นอิสระ ของลูก

แต่ในขณะเดียวกันก็เพื่อความปลอดภัยของลูกด้วย แล้วก็ไปพูดกับแฟนของลูกและอธิบายกฎเกณฑ์และเหตุผลของท่านให้เขาฟัง ขอให้เขารับปากว่าจะไม่พยายามเชิญชวนลูกสาวท่านนั่งรถไปกับเขาอีก

คุณจะเลือกตอบโต้กับเหตุการณ์นี้อย่างไร ตามแนวคิด positive discipline นี้ แนะนำทางเลือกคือ ข้อสามนั่นเองค่ะ

อีกสถานการณ์ชวนให้คิดก็คือ เมื่อลูกอายุ 17 ของเราไม่กลับมาบ้านตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะรีบกลับให้ทันสี่ทุ่มหลังจากไปงาน ปาร์ตี้กับเพื่อน ท่านรู้มาว่าในงานอาจมีวัยรุ่นคนอื่นๆ ที่ดื่มสุรากันในงานอีกด้วย เราควรทำไงดีเอ่ย? ถ้าตามละครไทยก็คงโดนสักเปรี้ยงสักปร้าง

แต่ทางเลือกตามแนวคิดนี้คือ หนึ่ง. ห้ามลูกไม่ให้ออกจากบ้านหนึ่งเดือนเป็นการลงโทษและบอกว่าถ้าทำอย่างนี้อีกจะ ล็อกประตูและไม่ให้เข้าบ้าน ทางเลือกที่สอง. ตบหน้าเพื่อสอนให้ลูกรู้ว่าท่านจะไม่ทนกับพฤติกรรมที่ขาดความเคารพท่านเช่นนี้ สาม. บอกลูกให้รู้ว่าท่านกังวลใจขนาดไหน อธิบายให้ลูกฟังว่าเวลาที่เราจินตนาการว่าคนที่เรารักกำลังตกอยู่ในอันตราย นั้นเรารู้สึกอย่างไร

จากนั้นอธิบายให้ลูกเห็นถึงความเสี่ยงของลูก พร้อมถามลูกว่าจะทำอย่างไรบ้างเพื่อให้พ่อแม่และตัวเขามั่นใจได้ว่าจะได้รับ ความปลอดภัยและกลับบ้านตรงเวลาในครั้งต่อไป ช่วยกันคิดกฎขึ้นมาสักชุดหนึ่งที่ทั้งลูกและพ่อแม่ยอมรับได้ บอกลูกว่าท่านจะยอมให้ลูกออกจากบ้านได้ดึกขึ้นหลังจากที่ลูกทำตามกฎที่ตกลงกัน

คำตอบก็คือข้อสามนี้แหละค่ะ ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากถ้าเรามีคนมาชี้ทางไว้ล่วงหน้าเช่นนี้นะคะ ตัวของลอร่าเอง ก็มีลูกสาวที่เพิ่งจะอายุแค่ 7 ขวบ ยังไม่ได้ทดลองวิธีเหล่านี้แต่อีกไม่ช้าก็คงได้ฝึกปฏิบัติจริงกันแล้วละค่ะ เด็กเดี๋ยวนี้โตเร็วจะตายไป

หลักการและเหตุผลของแนวคิด positive discipline นี้อาจไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคุณพ่อคุณแม่หลายท่าน แต่อาจเป็นเรื่องที่หลายท่านมองข้ามไปเช่นกัน แต่เมื่อได้ทดลองคิดไปตาม 4 ขั้นตอนแล้ว ก็จะพบว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นกับคุณลูกและตัวเราด้วยค่ะ หลายเหตุการณ์ที่ได้เขียนไปฉบับก่อนๆ แล้วนั้นก็เป็นจริงในชีวิตของลูกสาวที่รักของลอร่าเช่นกัน จึงได้ทดลองใช้วิธีคิดนี้แล้วค่ะ

ในช่วงแรกนั้นลูกอาจมีเหมือนเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเองและพรั่งพรูอาการง้องแง้งออกมามากมายเฉกเช่นพายุใหญ่ที่โหมกระหน่ำเข้ามา แต่เมื่อเราอยู่ใกล้และรอเวลาให้พายุพัดผ่านไปก็จะเป็นช่วงเวลาที่เราพ่อแม่ลูก มานั่งหาข้อตกลงที่ดีร่วมกันได้ง่ายขึ้น เมื่อเราใจตรงกันแล้วเราจะพบว่าเราดุลูกน้อยลง ให้กำลังลูกและตัวเองมากขึ้น มองไปข้างหน้าถึงอนาคตมากขึ้น

แม้หนทางยังอีกยาวไกล แต่เชื่อว่าเราๆ ท่านๆ จะเดินไปด้วยกันอย่างมั่นคงและสดใสกับความสุขความสำเร็จที่รอคอยอยู่ข้างหน้าค่ะ เป็นกำลังใจให้แก่กันและกันนะคะ

 

  1. ทำอย่างไร จะชนะใจ(พ่อแม่)คนรัก ทำอย่างไร จะชนะใจ(พ่อแม่…

    คนเรามักจะหัวใจเต้นระรัว เลือดสูบฉีดอย่างรุนแรง ทำอะไรไม่ค่อยถูก เงอะๆงะๆ และรู้สึกมวนท้องนิดๆ คล้ายกับมีผีเสื้อโบยบินอยู่ในท้อง …ขณะตกหลุมรักใครสักคน
  2. สร้างจินตนาการให้ลูกน้อย สร้างจินตนาการให้ลูกน้อย

    ลองสังเกตดู น้อยยิ่งกว่าน้อยที่เด็กฟังนิทานจบแล้วไม่มีคำถาม นั่นยังไม่นับรวมถึงความอบอุ่นในทางใจและทางกายที่ลูกจะได้รับจากพ่อและแม่

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>





ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ลูกวัยรุ่นหนีเที่ยวกับแฟน..ทำไงดี

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 58

  1. Re: ลูกวัยรุ่นหนีเที่ยวกับแฟน..ทำไงดี

ร่วมแสดงความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

แชร์ความคิดเห็นนี้ไป Facebook ด้วยไหมคะ?ปิดปิด

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้