ผู้หญิง > สุขภาพ > สุขภาพน่ารู้
ชอบหมูติดมัน! เสี่ยงนิ่วในท่อน้ำดี
- 29 ต.ค. 52 11.23 น.
-
พิมพ์หน้านี้ - สนับสนุนเนื้อหา

- (+ให้คะแนนบทความ) (+เก็บเข้าเรื่องที่ชอบ) 0
- เปิดอ่าน
ความคิดเห็น 8

คุณไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องนี้เลย ถ้าคุณไม่สวาปามพวกเนื้อติดมันเป็นนิจศีล ห่างไกลฟาสต์ฟู้ด ระดับไขมันปกติ และไม่เคยปวดตื้อใต้ลิ้นปี่
เริ่มต้นมื้อเช้าด้วยกาแฟร้อนๆ หอมกรุ่น พร้อมแซนวิชชีสสักชิ้น บีบมายองเนสเพิ่มอีกหน่อย ก่อนออกไปทำงาน กว่าจะประชุมเสร็จก็เที่ยงกว่าแล้ว ต้องรีบกลับมาตรวจเอกสาร เวลาน้อยอย่างนี้คงหนีไม่พ้นอาหารจานด่วนที่กินประจำกับชีสเบอร์เกอร์อันโต พร้อมเฟรนช์ฟราย และโคล่า กลับไปทำงานด้วยความอิ่มท้อง และตั้งใจว่า มื้อเย็นจะกินอย่างหรู ด้วยอาหารอิตาเลี่ยน ชุ่มนมเนย
"อาหารที่อุดมไปด้วยคอเลสเตอรอล โดยเฉพาะจากไขมันสัตว์ไม่ว่าจะเป็นเนย ชีสต่างๆ นอกจากจะเป็นสาเหตุของภาวะโรคอ้วนแล้วอาจก่อให้เกิดโรคนิ่วในทางเดินน้ำดีอีกด้วย" นพ.วิชัย อยู่ยงวัฒนา อายุรแพทย์ด้านระบบทางเดินอาหารและโรคตับ โรงพยาบาลปิยะเวทเฉลยต้นตอของโรคอันตราย
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับระบบทางเดินน้ำดีกันก่อน ระบบที่ว่าประกอบด้วยตับ ท่อน้ำดี และถุงน้ำดี ทำหน้าที่เก็บกักน้ำดีเพื่อปล่อยมาช่วยย่อยอาหารมันร่วมกับเอนไซม์ในกระเพาะ อาหาร
น้ำดีจะประกอบด้วยคอเลสเตอรอล, เกลือ, กรดน้ำดีและน้ำ ในปริมาณที่สมดุลกัน แต่หากส่วนประกอบอย่างใดอย่างหนึ่งเปลี่ยนไป ก็จะส่งผลให้เกิด "นิ่ว"
"นิ่วในท่อน้ำดี เกิดจากส่วนประกอบของน้ำดีมีความเข้มข้นเกินไปจนตกตะกอนเป็นผลึก หรืออาจเกิดจากถุงน้ำดีที่ผิดปกติจากโรคบางชนิดเช่น เบาหวาน โรคระบบประสาทที่ต้องนอนอยู่กับที่นานๆ ทำให้การผสมส่วนประกอบต่างๆ ของน้ำดีผิดปกติ หรือโรคทางระบบทางเดินน้ำดีที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อเร่งปฏิกิริยาการตกตะกอนให้เร็วขึ้น" อายุรแพทย์แจงเหตุปัจจัย
นิ่วในทางเดินน้ำดีมี 2 ประเภท ได้แก่ นิ่วคอเลสเตอรอล ที่เกิดจากการบริโภคอาหารมัน หรืออาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง โดยเฉพาะคอเลสเตอรอลจากไขมันสัตว์ รวมไปถึงยาคุม หรือยาบางประเภทที่เพิ่มระดับเอสโตรเจนในร่างกาย หรือภาวะการตั้งครรภ์ที่จะทำให้ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศหญิง) เพิ่มสูง เพิ่มความเข้มข้นของคอเลสเตอรอล นอกจากนี้ยังรวมไปถึงสาเหตุทางกรรมพันธุ์ คนที่ได้รับอาหารทางเส้นเลือด
อีกหนึ่งประเภทคือ นิ่วผลึกเกลือ ที่เกิดจากโรคบางชนิดที่ทำให้มีเกลือเข้าไปในระบบทางเดินน้ำดีจำนวนมากเช่น โรคเลือดอย่างธาลัสซีเมีย ซึ่งผลึกเกลือจากบิลิรูมินในเม็ดเลือดแดงแตกตัวเข้าสู่ถุงน้ำดีมากผิดปกติ ก่อให้เกิดเป็นนิ่วผลึกเกลือ
"ก้อนนิ่วจะเข้าไปอุดตันท่อทางเดินน้ำดี หรือถุงน้ำดี ทำให้น้ำดีผิดปกติ ระบบทำงานผิดปกติ ผู้ป่วยจะมาหาด้วยอาการปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือบริเวณใต้ลิ้นปี่ โดยจะปวดตื้อๆ หลังมื้ออาหาร หรือหลังการรับประทานอาหารมัน โดยมากอาการปวดนาน 30 นาทีถึง 3 ชั่วโมงแล้วจะหายไปเอง" นพ.วิชัยกล่าว
สำหรับผู้ป่วยที่ปวดด้วยลักษณะดังกล่าวเป็นเวลานานโดยไม่รักษา ก้อนนิ่วจะขยายขนาดและไปอุดตัน ทำให้มีอาการไข้สูง หนาวสั่น ตัวเหลืองตาเหลืองเมื่อตรวจเลือดจะพบว่าปริมาณเม็ดเลือดขาวสูงมากเพราะเกิดภาวะท่อน้ำดีอักเสบ จำเป็นต้องฉีดยาแก้อักเสบหรือเข้ารับการผ่าตัดต่อไป
หากเป็นนิ่วก้อนเล็กกว่า 0.5 เซนติเมตร นิ่วคอเลสเตอรอลจะรักษาด้วยการรับประทานยาละลายก้อนนิ่ว ช่วยต้านการตกผลึกของนิ่วได้ดีเป็นเวลา 6 เดือนติดต่อกัน แต่หากเป็นนิ่วอุดตันในท่อน้ำดี จะใช้วิธีส่องกล้องจากทางปากแล้วใช้เครื่องมือเข้าไปเกี่ยวก้อนนิ่วให้หลุดจากท่อน้ำดี ซึ่งร่างกายจะกำจัดไปพร้อมของเสียทางลำไส้ใหญ่
การผ่าตัดเป็นวิธีรักษามาตรฐานนิ่วก้อนใหญ่ ปัจจุบันมีทั้งการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง แต่มีแผลใหญ่ใช้เวลาพักฟื้น 1-2 สัปดาห์ และการผ่าตัดส่องกล้องที่มีแผลเล็ก พักฟื้นน้อยลง
นอกจากนี้ ยังมีเทคนิคใช้คลื่นเสียงสลายก้อนนิ่ว แต่สำหรับนิ่วในระบบทางเดินน้ำดีพบว่า การใช้คลื่นเสียงให้ผลการรักษาที่ไม่ดีนัก จึงไม่เป็นที่นิยม
นพ.วิชัยบอกว่า กลุ่มเสี่ยงเป็นนิ่วในระบบทางเดินน้ำดี คือผู้หญิงวัยตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป เรียกว่ามากกว่าผู้ชายวัยเดียวกัน 2-3 เท่า เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจนเยอะ และยิ่งแก่ตัวก็ยิ่งเพิ่มปริมาณฮอร์โมนขึ้น นอกจากนี้ คนที่อยู่ในภาวะอ้วนก็ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกัน
"แม้อุบัติการณ์ในไทยจะมีไม่มากนัก จากตัวเลขสำรวจเมื่อ 2-3 ปีก่อน ที่มีผู้ป่วยด้วยโรคนิ่วในระบบทางเดินน้ำดีเพียง 3-5% ของประชากรทั้งหมด และส่วนมากจะเป็นนิ่วผลึกเกลือ"
อย่างไรก็ดี อายุรแพทย์ด้านระบบทางเดินอาหารและโรคตับ โรงพยาบาลปิยะเวท คาดว่า รูปแบบการใช้ชีวิตในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการกินอาหาร ทำให้คนนิยมอาหารจานด่วน หรืออาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง แนวโน้มของผู้ป่วยโรคนิ่วในระบบทางเดินน้ำดีจะเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน และความรุนแรงของโรคก็จะเพิ่มขึ้นด้วย
แม้จะเป็นโรคที่ฟังดูไม่ร้ายแรง แต่หากมีนิ่วอุดตันและติดเชื้อทั้งในท่อน้ำดีและกระแสเลือด อาจรุนแรงถึงตายได้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรจะควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนมากเกินไป, ควบคุมอาหาร, หลีกเลี่ยงของมัน, เพิ่มอาหารที่มีกากใย, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ, หลีกเลี่ยงการใช้ยาฮอร์โมนเป็นระยะเวลานาน
ที่สำคัญ หากพบอาการเบื้องต้น คือ ปวดท้องตื้อบริเวณใต้ชายโครงขวาหรือบริเวณใต้ลิ้นปี่ หลังมื้ออาหารหรือหลังการรับประทานอาหารมัน ควรรีบปรึกษาแพทย์
-
ใครก็ตามที่มีคอเลสเตอรอลเกิน ควรจะดูแลเรื่องอาหารที่มีคอเลสเตอรอลสูง ที่ต้องหลีกเลี่ยงคืออาหารที่ใช้น้ำมันหรือไขมันจากสัตว์
ใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมัน…
726 0 29 ก.ย. 54 08.43 น.
Tags: สุขภาพ , อาหาร , น้ำมัน , คอเลสเตอรอล , ลด ldl , ไขมันจากสัตว์
-
กลิ่นหอมชวนให้น้ำลายสอของไข่เจียวทำให้หลายคนอยากเข้าครัวเปิดตำราทำเมนูไข่ๆ วัตถุดิบอาหารที่เหมือนจะธรรมดา แต่จริงๆแล้วกลับเป็นสุดยอดอาหาร
มหัศจรรย์เรื่องไข่...ไข่
10473 5 12 มี.ค. 53 11.47 น.
Tags: ไข่ , คอเลสเตอรอล , , ไข่เจียว
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>
มุมสาวนักช้อป 16.02.2012
เว็บบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่ | ตั้งกระทู้โหวต | กระทู้ทั้งหมด
ประเด็นร้อนสุดๆ ความคิดเห็นล่าสุด
-
10 โปรตีนที่ไม่ใช่จากเนื้อสัตว์ 11 ก.พ. 2012, 12:10 น
-
5 สุดยอดของว่างอาหารหัวใจ 30 ม.ค. 2012, 10:8 น
-
12 เรื่องอยู่ให้ห่าง หากรักสุขภาพ 13 ม.ค. 2012, 18:12 น
-
A ถึง Z กับอาหารเพื่อสุขภาพ 26 พ.ย. 2011, 14:21 น
-
ปริมาณคอเลสเตอรอลในอาหารชนิดต่าง ๆ 13 ต.ค. 2011, 23:7 น












ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ชอบหมูติดมัน! เสี่ยงนิ่วในท่อน้ำดี
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 8
Re: ชอบหมูติดมัน! เสี่ยงนิ่วในท่อน้ำดี
Re: ชอบหมูติดมัน! เสี่ยงนิ่วในท่อน้ำดี
น้ำหนักหายไปจะ20โลแน่ะ ตอนนี้รอคิวผ่า กลัวมากเลยไม่อยากผ่าเลย ฮือๆ
รูปประจำตัว
Re: ชอบหมูติดมัน! เสี่ยงนิ่วในท่อน้ำดี
เป็นนิ่วแบบชนิดที่ 2 คะ ที่เกิดจากโรคธาลัสซีเมีย เป็นทั้งในท่อน้ำดีและก็ถุงน้ำดีเลยคะ
อาการเริ่มออกตั้งแต่ตอนเข้า ปี1แล้วคะ ก็รักษามาจนเรื่อยๆ ใช้วิธีส่องกล้องประมาณ2-3 ครั้ง จนต้องบอกกับคุณหมอว่าไม่ไหวแล้วคะจะต้องใช้วิธีส่องกล้องทุก 3 เดือน รู้สึกว่าเป็นกังวลตลอดเวลาไม่อยากหยุดเรียนบ่อย คุณหมอก็เลยแนะนำให้ผ่าตัดถุงน้ำดีออกคะ ตอนที่ผ่าอะคะอายุประมาณ19 เองนะคะ
Re: ชอบหมูติดมัน! เสี่ยงนิ่วในท่อน้ำดี
Re: ชอบหมูติดมัน! เสี่ยงนิ่วในท่อน้ำดี
Re: ชอบหมูติดมัน! เสี่ยงนิ่วในท่อน้ำดี
Re: ชอบหมูติดมัน! เสี่ยงนิ่วในท่อน้ำดี
ไม่ดีหรอกนะคุณหมอ
Re: ชอบหมูติดมัน! เสี่ยงนิ่วในท่อน้ำดี