ผู้หญิง > ผู้หญิงอยากรู้ > ทำอาหาร

อีกนิดหนึ่งกับการกินสลัด

โดย : วลัญช์ สุภากร

อาหารประเภท สลัด (Salad) ที่ประกอบไปด้วยผักนานาชนิด ทำกินเองง่ายๆ ได้ที่บ้าน และพบได้บ่อยๆ ตามห้องอาหารที่ให้บริการแบบบุฟเฟ่ต์ มีผักนานาชนิดให้เลือกมากมายพอๆ กับน้ำสลัด (Dressing) ที่มักมีให้เลือกมากกว่าสองอย่าง

หลายคนนิยมรับประทานสลัดในแง่ที่เป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เนื่องจากโดยทั่วไปแล้วผักสดมีแร่ธาตุและวิตามินหลายชนิดที่ร่างกายต้องการ มีเส้นใยอาหารที่ดีต่อการขับถ่าย มีแคลอรี่ที่ไม่สูงเกินไป วิธีรับประทานที่คุ้นเคยกันก็มักตักผักใส่จาน ราดน้ำสลัดที่ชอบ ง่ายๆ แบบนี้ก็อร่อยได้แล้ว

แต่จริงๆ แล้ว สลัดผัก ก็มีเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ในการรับประทานอยู่บ้างเหมือนกัน

*ผักสลัดที่แช่น้ำไว้ หรือล้างทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องผึ่งให้สะเด็ดน้ำ หากไม่มีเวลาก็ต้องซับด้วยกระดาษนุ่มๆ เพราะเมื่อนำไปคลุกเคล้ากับน้ำสลัดแล้ว จะไม่ทำให้มีน้ำแฉะมากเกินไปจนรสชาติน้ำสลัดเปลี่ยน

* การคลุกสลัดต้องใช้ช้อนและส้อมขนาดใหญ่ หรือที่เรียกว่าช้อน-ส้อมสำหรับคลุกสลัดโดยเฉพาะ ถ้าไม่ทำด้วยไม้ ก็ควรเลือกชนิดที่ทำด้วยโลหะไม่มีคม เพราะจะไม่ทำให้ผักช้ำขณะคลุกในชามคลุกสลัด และต้องคลุกด้วยความเบามือ

* วิธีคลุกสลัดที่ถูกต้องคือค่อยๆ ตักผักขึ้น และค่อยๆ ปล่อยผักลงในชามคลุกสลัด

* สลัดทุกชนิดควรเสิร์ฟแบบเย็น หมายถึงผักทุกชนิด น้ำสลัด แม้กระทั่งเนื้อสัตว์ที่ใช้รับประทานกับสลัด ต้องแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ ยกเว้น สลัดมันฝรั่งแบบเยอรมัน ที่นิยมเสิร์ฟร้อน คือเป็นมันฝรั่งต้ม หั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ราดด้วยน้ำสลัดร้อน

* ผักเนื้อแน่น ผักที่มีความหนา ควรรับประทานคู่กับสลัดน้ำใส

* ผักใบกรอบ นิยมรับประทานคู่กับน้ำสลัดที่มีความข้น

* น้ำสลัดแบบ Vinaigrette หมายถึงน้ำสลัดที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชู (บางสูตรอาจเติมน้ำมะนาว) ผสมให้เข้ากันกับเกลือ พริกไทย อาจเติมสมุนไพรที่ชอบ หรือมัสตาร์ดลงผสมด้วยก็ได้

* น้ำสลัดแบบ Mayonnaise เป็นน้ำสลัดที่ทำจากการผสมกันของน้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชู (หรือน้ำมะนาว) ไข่แดง มีลักษณะเป็นครีมข้น หนึ่งช้อนโต๊ะพูนๆ ของน้ำสลัดชนิดนี้ให้พลังงาน 550 กิโลจูล

* การวิจัยของมหาวิทยาลัยโอไฮโอพบว่า การรับประทานสลัดที่มีมะเขือเทศสดและอะโวคาโด ร่างกายจะดูดซึมเบต้า-แคโรทีนได้มากกว่าปกติถึง 14 เท่า

* ผักโขมให้โฟลเลตมากกว่าผักกาดหอม การที่ร่างกายได้รับโฟลเลต 300 ไมโครกรัม/วัน ช่วยลดอัตราเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจได้ 20%

* สลัดผลไม้ไม่จำเป็นต้องรับประทานคู่กับน้ำสลัดใดๆ เลย หากต้องการให้มีความชุ่มฉ่ำเพิ่มขึ้น ควรเลือกน้ำที่มาจากผลไม้ในจาน

* สลัดผลไม้ที่มีสับปะรดเป็นส่วนประกอบ ควรใส่สับปะรดให้น้อยกว่าผลไม้ชนิดอื่น เนื่องจากกลิ่นของสับปะรดอาจกลบกลิ่นของผลไม้ชนิดอื่นๆ หมด

อาหารจานสลัดครั้งต่อไปของคุณผู้อ่านคงอร่อยและมีรสชาติมากขึ้นอีกนิด

  1. ซีฟู้ดสลัด ซีฟู้ดสลัด

    หรูหร่ากับสลัดซีฟู้ดในสไตล์ญี่ปุ่นอิ่มเบาๆ แต่อิ่มท้องและได้พลังงานน้ำสลัดทำเก็บไว้กินได้นานๆ ค่ะ
  2. โหระพา สมุนไพรไทยมาล้นคุณประโยชน์ โหระพา สมุนไพรไทยมาล้นคุ…

    ใบโหระพาเป็นแหล่งเบต้าแคโรทีน ซึ่งมีส่วนสำคัญในการป้องกันโรค เช่น โรคหัวใจขาดเลือดและมะเร็ง

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>





ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: อีกนิดหนึ่งกับการกินสลัด

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 8

  1. Re: อีกนิดหนึ่งกับการกินสลัด

ร่วมแสดงความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

แชร์ความคิดเห็นนี้ไป Facebook ด้วยไหมคะ?ปิดปิด

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้