ผู้หญิง > สุขภาพ > สุขภาพน่ารู้
นกเขาขัน! ฟื้นได้อย่างไร
- 19 พ.ย. 52 13.49 น.
-
พิมพ์หน้านี้ - สนับสนุนเนื้อหา

- (+ให้คะแนนบทความ) (+เก็บเข้าเรื่องที่ชอบ) 0
- เปิดอ่าน
ความคิดเห็น 18

การไม่ยอมแข็งตัวของอวัยวะเพศ หรือแข็งตัวได้ไม่นานพอ ซึ่งเป็นปัญหาที่พบมากถึง 30 % ในหนุ่มไทย ชายที่อายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีปัญหาเกี่ยวกับการแข็งตัวโดยมีถึงสองในสามที่มีปัญหาในระดับปานกลางถึงรุนแรง มีผู้กำลังเผชิญกับโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมากกว่า 3 ล้านคน
นพ.ไพโรจน์ อภัยบัณฑิตกุล ศัลยแพทย์ทั่วไป โรงพยาบาลปิยะเวท กล่าวว่า การที่อวัยวะเพศชายจะแข็งตัวขึ้นได้นั้น ต้องมีหลายระบบทำงานร่วมประสานกัน
เริ่มจากการมีสิ่งเร้ามากระตุ้นให้เกิดความรู้สึกทางเพศก่อน แล้วสมองก็จะส่งสัญญานไปยังอวัยวะเพศผ่านทางระบบประสาททำให้มีการคลายตัวของกล้ามเนื้อควบคุมการไหลเวียนของเลือดเข้าอวัยวะเพศชาย ในขณะเดียวกันหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงอวัยวะเพศจะขยายตัวขึ้นเป็นสองเท่า ทำให้เลือดไหลมาคั่งอยู่ภายในอวัยวะเพศและเลือดก็ถูกกักไว้โดยเนื้อเยื่อรอบๆ เป็นผลให้มีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ
ถ้ามีอะไรก็ตามที่มาขัดขวางขบวนการเหล่านี้ จะส่งผลให้เกิดการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศทั้งสิ้น
ตั้งแต่โรคของร่างกาย โรคของจิตใจ หรือแม้แต่ผลจากยาบางชนิด หมอจึงต้องถามประวัติทางการแพทย์อย่างละเอียด โดยเฉพาะประวัติส่วนที่เกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์คำถามจะเจาะลึกมาก อาจจะต้องพาภรรยามาด้วยเพื่อช่วยตอบเพื่อให้ได้รายละเอียดมาก และแม่นยำที่สุด
พ้นจากการซักถามประวัติ หมอจะตรวจร่างกาย โดยจะมีการตรวจอวัยวะเพศ และตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก มีการเจาะเลือด ตรวจปัสสาวะและอุจจาระ หรืออาจต้องมีการตรวจเพิ่มเติมอย่างอื่นเพื่อค้นหาสาเหตุเป็นพิเศษเฉพาะรายไป
ผลจากการสำรวจชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไปที่มีปัญหา (ED) การไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศเนื่องมาจากโรคภัยไข้เจ็บ ได้แก่ โรคเบาหวาน-Diabetes มีโอกาสเกิด (ED) 70-75% โรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง Hypertension มีโอกาสเกิด (ED) 80-85% โรคเบาหวานร่วมกับโรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ Cardiovascular disease มีโอกาสเกิด (ED) 95-100%
ถ้าหากตรวจพบว่าถ้าป่วยเป็นโรคทางกาย หมอจะรักษาโรคที่นั้นก่อน ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานที่คุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี การดื่มเหล้ามากเกินไป การกินยาลดความดันบางชนิด ซึ่งเมื่อหมอได้แก้ไขปัญหาเหล่านี้แล้ว ปัญหาเรื่องการแข็งตัวน่าจะหมดไป
แต่ถ้ายังไม่ประสบความสำเร็จในการรักษาก็ต้องเข้าสู่ขั้นตอนต่อไป แล้วการดำเนินการขั้นต่อไปจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์ว่าวิธีใดเหมาะสม จะใช้ยาหรือวิธีการบำบัดต่างๆ การใช้ยาอาจจะจำเป็นในบางราย และไม่ควรจะวินิจฉัยตัวเอง และซื้อยามาใช้เอง
ฮอร์โมน
มีการใช้ฮอร์โมนเพศเสริมในผู้ที่พบว่าปัญหานี้เกิดจากระดับฮอร์โมนเพศชายที่ต่ำเกินไป หรืออาจใช้อุปกรณ์สูญญากาศ เป็นท่อพลาสติกสำหรับใช้สวมอวัยวะเพศที่อ่อนตัว แล้วค่อยๆ ดูดลมออกทำให้ภายในท่อเป็นสูญญากาศ ส่งผลให้มีเลือดไหลมายังอวัยวะเพศมากขึ้น จนอวัยวะเพศแข็งตัว เมื่อแข็งได้ที่แล้วก็ใช้ห่วงยางรัดไว้ที่โคนของอวัยวะเพศไม่ให้เลือดไหลออก แล้วถอดท่อพลาสติกออกก็เป็นอันพร้อมใช้การได้ทันที
อวัยวะเพศแบบฝัง
ถ้าวิธีข้างต้นไม่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ การฝังอวัยวะเพศเทียมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งซึ่งแก้ปัญหาได้ แต่รายละเอียดเจาะลึกคงต้องไปคุยกับศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะศัลยกรรม หลอดเลือด การผ่าตัดแก้ไขปัญหาของหลอดเลือดดำ และหลอดเลือดแดงที่มาเลี้ยงอวัยวะเพศ อย่างน้อยก็จะได้ผ่อนคลายความกังวล หรืออาจเป็นการแนะนำให้ผู้ป่วยฝึกอะไรบางอย่างซึ่งจะช่วยให้ร่วมรักได้นานขึ้น
ปัญหาสุขภาพทั่วไป
โรคทุกชนิดไม่ว่าเฉียบพลันหรือเรื้อรังจะทำให้ความต้องการทางเพศลดลงได้ ไม่ว่าจะเป็นเพียงไข้หวัดเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงการป่วยหนักๆ เช่น เป็นโรคหัวใจหรือมะเร็ง
ในทางกลับกัน ถ้าร่างกายแข็งแรงขึ้น ไม่ว่าจะด้วยการออกกำลังและกินอาหารอย่างเหมาะสม ตลอดจนกินยาอย่างถูกต้องตามเวลา (ในกรณีที่มีโรคประจำตัว) ย่อมจะมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้น
ฤทธิ์ของยา
ไม่ว่าจะเป็นยาลดความดัน ยาคลายเครียด ยารักษาภาวะซึมเศร้า ล้วนแต่ลดความต้องการ
ความเครียด
ไม่ว่าจะมาจากเรื่องใด เรื่องแฟน เรื่องงาน เรื่องครอบครัว หรือเรื่องเศรษฐกิจ ก็ล้วนแต่ลดความต้องการทางเพศลงได้ทั้งสิ้น
และเมื่อสามารถแก้ปัญหาที่มากวนใจเหล่านี้ได้ ความต้องการทางเพศก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม
-
ลักษณะคล้ายสิวที่ขึ้นบริเวณอวัยวะเพศนั้น โดยมากเป็นลักษณะของรูขุมขนอักเสบ ซึ่งจะเป็นตุ่มเล็กๆ สีแดง คล้ายสิว และเจ็บระคายเคือง มักพบได้บ่อยในผู้หญิงที่มีต้นขาใหญ่ ไขมันบริเวณขนหัวเหน่ามาก
มีสิวขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ…
50380 3 4 พ.ย. 54 08.47 น.
Tags: สิว , อวัยวะเพศ , จุดซ่อนเร้น , รูขุมขนอักเสบ
-
ที่จริงแล้วไม่จำเป็นค่ะ ปกติแล้วเราใช้น้ำเปล่าล้างธรรมดาก็ได้ แบคทีเรียดีๆ ก็จะไม่ตายด้วย
น้ำยาล้างน้องสาวจำเป็นแค…
1415 0 3 พ.ย. 54 08.35 น.
Tags: อวัยวะเพศ , ช่องคลอด , แบคทีเรีย , น้ำยาล้างน้องสาว , แลคโตบาซิลลัส
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>
มุมสาวนักช้อป 17.02.2012
เว็บบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่ | ตั้งกระทู้โหวต | กระทู้ทั้งหมด
ประเด็นร้อนสุดๆ ความคิดเห็นล่าสุด
-
น้องสาวจ๋าสะอาดหรือยังจ๊ะ 10 ก.พ. 2012, 11:26 น
-
20 ข้อเกี่ยวกับช่องคลอดที่ผู้หญิงควรรู้ (ผู้ชายก็รู้ได้ ) 19 ส.ค. 2011, 16:5 น
-
คิดผิดคิดใหม่ ไม่ใส่ใจและมองข้าม อาจจะสายเกินแก้ ผู้หญิงทุกคนควรอ่านค่ะ 30 มิ.ย. 2011, 17:39 น
-
กินยาคุมยี่ห้อไหนดี 11 พ.ค. 2011, 1:38 น
-
เจ็บปวดจากเซ็กซ์...ความลับที่ผู้หญิงไม่กล้าบอก! 18 เม.ย. 2011, 13:17 น












ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: นกเขาขัน! ฟื้นได้อย่างไร
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 18