ผู้หญิง > แม่และเด็ก > เรื่องน่ารู้ เพื่อคุณแม่ > สุขภาพดีของลูกน้อย

รวมฮิต 5 วิธีตรวจหาความผิดปกติของลูก

ปฏิเสธ ไม่ได้ว่า ผู้หญิงที่ตั้งใจ และพร้อมจะมีลูก เมื่อทราบว่าตัวเองกำลังจะเป็นแม่คน ถือเป็นข่าวดีที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ แต่ในบางครั้งความสุขที่ได้มาอาจไม่สมหวังเสมอไป เพราะในบางคน มีแนวโน้มที่จะเกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ เช่น พิการแต่กำเนิด ปากแหว่ง เพดานโหว่ ลิ้นหัวใจพิการ ทารกหัวบาตร (ศีรษะบวมน้ำ) รวมทั้งโครโมโซมผิดปกติ ซึ่งพบได้ร้อยละ 2-3 ในหญิงตั้งครรภ์ โดยพบว่าประมาณ 1 ใน 4 เกิดจากสาเหตุทางพันธุกรรม ดังนั้น การตรวจหาความผิดปกติของทารกในครรภ์จึงเป็นสิ่งจำเป็น

 

 

ในเรื่องนี้ รศ.ดร.นพ.บุญศรี จันทร์รัชชกูล สูติ-นรีแพทย์ โรงพยาบาลปิยะเวท ให้ข้อมูลว่า มนุษย์จะมีโครโมโซม 23 คู่ (46 แท่ง) โครโมโซมจะเป็นตัวกำหนดลักษณะต่างๆ ของทารก เช่น รูปร่าง หน้าตา สติปัญญา เพศ เป็นต้น ส่วนในกรณีที่โครโมโซมผิดปกติ เช่น มีการขาดหายไป หรือเพิ่มขึ้นของโครโมโซม อาจทำให้ทารกมีความผิดปกติทางร่างกาย หรือสติปัญญาได้ ทางที่ดี เพื่อการป้องกัน การตรวจหาความผิดปกติของทารกในครรภ์เป็นสิ่งที่จะละเลยไม่ได้ ปัจจุบันมีอยู่หลายวิธี ดังนี้

 

การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound)

เป็นวิธีที่มีความปลอดภัยสูง ปัจจุบันมีก้าวหน้าเป็นอย่างมาก จาก 2 มิติ พัฒนาสู่ 3 และ 4 มิติ ทำให้ความละเอียดในการตรวจวินิจฉัยได้ดี และชัดเจนขึ้น โดยไม่ได้ดูแค่เพศและการเจริญเติบโตของทารกเท่านั้น แต่ยังวินิจฉัยภาวะต่างๆ เพื่อให้การรักษาขณะทารกอยู่ในครรภ์และเตรียมการรักษาหลังคลอด อย่างไรก็ดี ควรได้รับการตรวจติดตามเป็นระยะ โดยเฉพาะในกรณีที่พบความผิดปกติของทารก

 

การตรวจสารชีวเคมีในเลือดมารดาขณะตั้งครรภ์ (Maternal serum screening test)

ปัญหา ที่สำคัญที่คุณแม่ตั้งครรภ์มักหวั่นวิตกเสมอมาก็คือ ทารกกลุ่มอาการดาวน์ ซึ่งเป็นภาวะที่ทารกมีความผิดปกติทางร่างกาย หรือสติปัญญา โดยเด็กมีโอกาสเสี่ยงเมื่อสตรีตั้งครรภ์อายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป แต่จากสถิติพบว่าทารกกลุ่มอาการดาวน์พบมากในสตรีตั้งครรภ์อายุน้อยกว่า 35 ปี เนื่องจากไม่ได้รับการตรวจคัดกรอง การตรวจสารชีวเคมีในเลือดมารดา ดังนั้นวิธีนี้จึงมีประโยชน์มากในกรณีที่มารดาไม่ต้องการเสี่ยงต่อการแท้งลูก

 

ปัจจุบันการคัดกรองทารกกลุ่มอาการดาวน์ ทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 11-14 สัปดาห์ โดยใช้การตรวจสารเคมีในเลือดมารดาขณะตั้งครรภ์ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการตรวจพบความผิดปกติ (Detection rate) สูงถึงร้อยละ 94-96 โดยทำการตรวจในไตรมาสแรก และไตรมาสที่สองของการตั้งครรภ์

นอกจากใช้ตรวจหาความเสี่ยงในการเกิดทารกกลุ่มอาการดาวน์ หรือ Trisomy 21 แล้ว ยังสามารถตรวจหาความเสี่ยงทารกกลุ่มอาการเอ็ดเวิร์ดหรือ Trisomy 18 และกลุ่มอาการผิดปกติในระบบประสาท ศีรษะและไขสันหลังของทารกในครรภ์ได้อีกด้วย โดยหากพบความเสี่ยงสูงจะแนะนำทำการตรวจหาโครโมโซมต่อไป

 

การเจาะตรวจน้ำคร่ำ (Amniocentesis)

เป็นวิธีที่นิยม และใช้มากที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากทำง่าย เกิดภาวะแทรกซ้อนทั้งต่อมารดาและทารกในครรภ์น้อย ซึ่งเป็นวิธีเพื่อตรวจหาโครโมโซมเป็นกระบวนการนำนํ้าครํ่าที่อยู่รอบตัวของ ทารกในโพรงมดลูกออกมา เพื่อทำการตรวจหาโครโมโซมของทารก


เริ่ม จากการตรวจอัลตราซาวด์ เพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสม จากนั้นใช้เข็มขนาดเล็กแทงผ่านผิวหนังบริเวณหน้าท้องและมดลูกเข้าไปในถุง นํ้าครํ่า แล้วใช้กระบอกฉีดยาดูดเอานํ้าครํ่าออกมาประมาณ 15-20 ซีซี


ซึ่งเป็นปริมาณเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณนํ้าครํ่าที่มีอยู่ในครรภ์ขณะนั้น (ประมาณ 180- 200 ซีซี) อายุครรภ์ที่เหมาะสมในการเจาะน้ำคร่ำคือ 15-20 สัปดาห์ ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ คือ การแท้งบุตร พบได้ร้อยละ 0.5-1 ของการเจาะนํ้าครํ่า ส่วนภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ พบได้น้อย เช่น เลือดออก การติดเชื้อ ถุงนํ้าครํ่ารั่ว เป็นต้น

 

การตัดชิ้นเนื้อจากรก (Chorionic villi sampling)

เป็นวิธีการตัด หรือดูดเนื้อรกบางส่วน เนื่องจากทารก และรกเจริญพัฒนามาจากเซลล์เนื้อเยื่อเดียวกันจึงมีลักษณะทางพันธุกรรมคล้าย คลึงกัน ทำให้ตรวจวินิจฉัยความผิดปกติของทารกได้ โดยทำในระยะที่รกเริ่มเกาะแน่นพอที่จะไม่เกิดการแท้ง อายุครรภ์ที่เหมาะสมคือ 10-13 สัปดาห์ ภาวะแทรกซ้อนเช่นเดียวกับการเจาะน้ำคร่ำ โดยพบได้ร้อยละ 0.5

 

การเจาะเลือดจากสายสะดือทารกในครรภ์ (Cordocentesis)

เป็นการใช้เข็มเจาะเลือดทารกในครรภ์บริเวณสายสะดือผ่านทางหน้าท้องมารดาโดยอาศัย การตรวจอัลตราซาวด์ชี้นำปลายเข็มแล้วส่งตัวอย่างเลือดไปห้องปฏิบัติการเพื่อ ตรวจวินิจฉัยความผิดปกติทางโครโมโซมโดยเฉพาะกลุ่มอาการดาวน์ การตรวจวินิจฉัยโรคติดเชื้อแต่กำเนิด ภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ คือ เลือดออก พบได้ร้อยละ 50 ทารกเสียชีวิตพบได้ร้อยละ 1.4

 

อย่าง ไรก็ตาม ผลโครโมโซมของทารกปกติ ไม่ได้ยืนยันว่าทารกจะปกติ สมบูรณ์แข็งแรง เพราะความผิดปกติบางอย่างของทารกไม่ได้เกิดจากโครโมโซมผิดปกติเพียงอย่าง เดียว อาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ร่วมด้วย โดยแพทย์จะให้คำแนะนำถึงผลการตรวจ และความผิดปกติของทารกที่อาจเกิดขึ้นต่อไป

 

  1. แฟชั่นเสื้อผ้าชุดคลุมท้อง (เอาใจคุณแม่ยังสาว) แฟชั่นเสื้อผ้าชุดคลุมท้อ…

    ต่อไปนี้คุณแม่มือใหม่ไม่ต้องใส่ชุดคลุมท้องเชยๆ อีกต่อไป
  2. เรื่องต้องรู้เมื่อตั้งครรภ์ที่ 2 เรื่องต้องรู้เมื่อตั้งคร…

    สำหรับครอบครัวที่อยากมีลูกหลาย ๆ คน หลายครอบครัวเลือกที่จะรอให้ลูกคนโตเข้าอนุบาลเสียก่อน แล้วค่อยมีน้องให้เค้า ด้วยเหตุผลที่ว่า น่าจะคุยกันรู้เรื่องแล้ว

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>



ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: รวมฮิต 5 วิธีตรวจหาความผิดปกติของลูก

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 1

  1. Re: รวมฮิต 5 วิธีตรวจหาความผิดปกติของลูก

ร่วมแสดงความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

แชร์ความคิดเห็นนี้ไป Facebook ด้วยไหมคะ?ปิดปิด

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้