ผู้หญิง > ผู้หญิงมีรัก > แต่งงาน > ประสบการณ์แต่งงาน

จุดประกายไฟสวาท...อีกครั้ง


ถึงแม้จะอยู่กันมาเนิ่นนาน ก็ใช่ว่าไฟพิศวาสจะต้องมอดดับเสมอไป คุณยังสามารถเรียกคืนความเสน่หากลับมาสู่ชีวิตคู่ได้เสมอ

มีผู้หญิงมากน้อยแค่ไหนที่อดคิดไม่ได้--แม้ในห้วงขณะของการเมคเลิฟของการครองคู่ที่อยู่กันมายาวนาน--ว่าความเร่าร้อนของไฟพิศวาสมันหายไปเสียข้างไหนหมด เราจะเรียกมันกลับคืนมาได้หรือเปล่า หรือว่าเซ็กซ์อันแห้งแล้งเช่นนี้ หมายความว่าเราอยู่กับคนที่ “ไม่ใช่” หรือเปล่า?

อย่าเพิ่งให้ชีวิตเซ็กซ์อันอับเฉาหลอกคุณ คุณสามารถปลุกไฟสวาทของคุณขึ้นมาได้ใหม่อีกครั้ง...เสมอ เพียงแต่คุณต้องรับมันให้ได้ว่า มันอาจไม่ร้อนแรงได้เหมือนเมื่อแรกเริ่มเท่านั้นเอง

ก่อนอื่น...เรามาถึงจุดชะงักงันเช่นนี้ได้อย่างไรกัน
แรงกระทบกระทั่งต่างๆ ในแต่ละวันมีบทบาทใหญ่หลวงในการทำให้ความสนใจในเรื่องทางเพศต่อคู่ของเราออกนอกลู่นอกทาง “ความเครียด ความวิตกกังวล อาการซึมเศร้า หรืออะไรก็ตามแต่ ล้วนสามารถส่งผลกระทบต่อการตอบสนองทางเพศของเราได้ทั้งสิ้น” เจนนิเฟอร์ เบอร์แมน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพทางเพศของผู้หญิงให้อรรถาธิบายเช่นนั้น

แต่ “ธรรมชาติ” ก็มีบทบาทสำคัญเช่นกัน เพราะความจริงก็คือ ความต้องการทางเพศของคุณไม่มีวันเป็นเหมือนเมื่อแรกเจอกัน ซึ่งเป็นช่วงที่คุณอยู่ในภาวะของการ “หลงเสน่ห์” ร่างกายของเราไม่อาจต้านทานความหลงใหลนี้ได้ แต่เราไม่สามารถทำงานทำการอะไรได้เลยถ้าเราอยู่ในภาวะเช่นนั้นตลอดเวลา ธรรมชาติจึงต้องหาหนทางที่จะพาเราไปในจุดที่ดีกว่าและทำงานทำการได้มากกว่า ซึ่งเรียกว่าภาวะของ “ความผูกพัน” อันเป็นช่วงเวลาที่สงบกว่า อ่อนหวานกว่า ที่บางคนอาจสับสนกับความหลงเสน่ห์

เมื่อปัญหาทางเพศเริ่มผุดขึ้นมา
ในระหว่างช่วงเวลาของความผูกพันนี้เองที่ปัญหาทางเพศของคู่รักมักโผล่ขึ้นมาให้เห็น นั่นเพราะเมื่อเราเข้ามาสู่ระยะนี้ คนเรามักคิดว่าเซ็กซ์ควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเอง และคุณควรมีความต้องการแบบคลั่งไคล้รุนแรงเช่นเดียวกับที่มีในตอนแรก แต่ความจริงก็คือคุณต้องสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาเอง มันอาจรู้สึกแปลกๆ ในตอนแรก แต่ถ้ามันกลายเป็นนิสัย มันก็จะช่วยชุบชีวิตเรื่องเพศให้ซู่ซ่าขึ้น “บางทีมันก็เป็นการสร้างความรู้สึกที่เหมือนเกิดขึ้นเอง แต่สามารถควบคุมมันได้” เจนนิเฟอร์ขยายความเช่นนั้น

แต่มันจะทำให้คุณขึ้นสู่จุดสุดยอดอีกครั้งหรือเปล่า? ก็คงไม่ขนาดนั้น แต่มันก็ทำให้คุณรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น และช่วยจุดประกายไฟสวาทที่ราโรยให้คุโชนขึ้นอีกครั้ง

เคล็ดลับจุดประกายไฟสวาท

* หาเวลาอยู่ด้วยกัน แยกจากงานหรือลูกๆ และไม่มีการพูดถึงเรื่องงานหรือลูกๆ

* วางแผนออกเดตวันหยุด ไม่ว่าจะเป็นการไปดินเนอร์ด้วยกันหรือการไปเดินเล่น แต่อย่าไปดูหนังหรือไปที่ไหนก็ตามที่คุณจะไม่ได้คุยกันหรือมองหน้ากันตลอด ทั้งคืน แต่ถ้าคุณไม่สามารถออกไปไหนได้ ก็ออกไปนั่งเล่นด้วยกันที่ระเบียงพร้อมไวน์สักแก้ว หลังจากที่เด็กๆ เข้านอนแล้ว

* ทำสิ่งที่น่าสนใจและน่าตื่นเต้นด้วยกัน ในการศึกษากลุ่มคู่แต่งงานสามกลุ่ม คนที่ทำกิจกรรมน่าตื่นเต้น อย่างเช่น เล่นบันจี้จั๊มพ์หรือไปล่องแพด้วยกัน มีความสนิทเสน่หาและความสนใจทางเพศมากที่สุด เนื่องจากความตื่นเต้นและท้าทายของกิจกรรรม รวมทั้งการที่ได้อยู่ด้วยกันแค่สองคน ทำให้คู่แต่งงานรู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น

* หาเวลาให้ตัวเองทุกวัน แม้เพียง 10 หรือ 15 นาทีในแต่ละวันก็สามารถช่วยลดความเครียด และทำให้คุณมีพลังวังชามากขึ้นสำหรับคู่ของคุณ

* แต่งตัวสวยๆ และจองโรงแรมสำหรับสองคน

* สร้างความใกล้ชิดกันทางกาย--กอดก่าย จับมือ สัมผัสกันเสมอๆ โดยไม่ต้องคาดหวังว่าจะต้องตามมาด้วยเซ็กซ์

* ทดลองใช้ท่าร่วมเพศที่แตกต่างออกไป

 

 

 

 

  1. ถ้าความต้องการของคุณกับเขาไม่เข้ากัน? ถ้าความต้องการของคุณกับเ…

    คุณชอบมีเซ็กซ์สัปดาห์ละครั้ง ขณะที่เขาอยากมีเรื่องอย่างว่าวันละสามเวลาหลังอาหารหรือเปล่า?
  2. อยากมีเซ็กซ์ที่ดีสุดๆ…อย่าลืม 4 เงื่อนไขนี้นะสาวๆ! อยากมีเซ็กซ์ที่ดีสุดๆ…อย…

    ไม่มีอะไรการันตีได้หรอกว่า คุณจะได้พบกับเซ็กซ์อันแสนวิเศษที่คุณยังไม่เคยพบ หรืออยากพบมันบ่อยครั้งกว่าเดิม

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>





ร่วมแสดงความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

แชร์ความคิดเห็นนี้ไป Facebook ด้วยไหมคะ?ปิดปิด

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้