ผู้หญิง > แม่และเด็ก > ตั้งครรภ์

อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

คุณกำลังตั้งครรภ์และตื่นตระหนกกับอาการที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะช่วงนี้ร่างกายกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลและแสดงปฏิกิริยาตอบโต้นับตั้งแต่สัปดาห์ที่ 1-40 ด้วยวิธีอันน่าประหลาดใจ ส่วนใหญ่อาการที่ทำให้เราหวาดหวั่นกลับกลายเป็นไม่มีอะไรไปซะนี่ แล้วอาการแบบไหมกันหนอที่พึงระมัดระวังเป็นพิเศษ กุมารแพทย์ ดร.แคธี่ มอส บอกกล่าวเอาไว้ดังนี้

 


 

1. อาการ เลือดออกที่ช่องคลอด : น่าจะเป็น... ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง


เลือดออกระหว่างตั้งครรภ์ อาจมีตั้งแต่ปริมาณเล็กน้อยแบบเป็นจุดหรือมีมาก แต่เลือดออกแบบไหนก็ทำให้กังวลได้ทั้งนั้น ส่งผลกระทบต่อคุณแม่ตั้งครรภ์จำนวน 1 ใน 3 ในช่วงหนึ่งช่วงใด เลือดออกที่เกิดขึ้นตอน 3 เดือนแรกหรือที่เราเคยได้ยินว่าเป็น "เลือดล้างหน้า" แพทย์เชื่อว่าเกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนกับผนังมดลูก ความเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ก็เป็นอีกสาเหตุของอาการเลือดออกได้เช่นกัน เพราะช่วงไตรมาสที่สองหรือไตรมาสที่สามของการตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่ปากช่องคลอดเริ่มอ่อนไหวมากขึ้น สังเกตได้สีของปากมดลูก จะคล้ำขึ้นกว่าเดิมเป็นอย่างมากเนื่องจากมีเลือดมาเลี้ยงมากเป็นพิเศษนั่นเอง


แต่อาจจะเป็น... สัญญาณของการแท้งหรือตั้งครรภ์นอกมดลูก
ที่แย่ที่สุดคืออาการเลือดออกที่เป็นสัญญาณของการแท้ง หากมีเลือดออกมากในช่วง 6-8 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ อาจบ่งชี้ถึงการตั้งครรภ์นอกมดลูกซึ่งตัวอ่อนเจริญเติบโตนอกมดลูก จัดเป็นอาการที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน ด้วยการผ่าตัดหรือรับยาเพื่อยุติการตั้งครรภ์


ถ้าคุณมีเลือดออกบวกด้วยกับอาการปวดท้องตอนช่วงท้ายการตั้งครรภ์ อาจเป็นสัญญาณของการคลอดก่อนกำหนด ให้ติดต่อพบแพทย์ทันทีเพื่อเข้ารับการตรวจอัลตราซาวด์ ตรวจเช็กการเต้นหัวใจ และดูท่าของทารก


สตรีมีครรภ์ 0.5 % มีอาการรกพันคอทารก หรือรกเกาะต่ำ ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ จะทำให้เกิดเลือดออกโดยสีของเลือดค่อนข้างสด เป็นอาการที่เกิดขึ้นก่อนจะนำไปสู่อาการตกเลือด ซึ่งคุณต้องเข้ารับผ่าตัดคลอดโดยด่วน

 

2 อาการ ปวดท้องอย่างรุนแรง : น่าจะเป็น... อาหารไม่ย่อยหรือเนื้อเยื่อยืด


อาการปวดท้องส่วนใหญ่จัดเป็นเรื่องเล็ก เพราะในช่วงตั้งครรรภ์ระบบการย่อยอาหารของคุณทำงานเชื่องช้าลง ทำให้เกิดแก๊สและมีอาการท้องผูก เนื้อเยื่อหน้าท้องหนาขึ้นและยืดขยายออก เพราะมดลูกกำลังเจริญเติบโต ทารกที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ เริ่มเบียดกระเพาะปัสสาวะทำให้รู้สึกเจ็บปวดได้ คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนมีอาการเจ็บท้องหลอกซึ่งทำให้รู้สึกเจ็บได้เช่นกัน


แต่อาจจะเป็น... ทางเดินปัสสาวะอักเสบหรือตั้งครรภ์นอกมดลูก
ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและมดลูกที่โตขึ้นทำให้การไหลของปัสสาวะจากไตไปยังกระเพาะปัสสาวะเชื่องช้าลง เชื้อแบคทีเรียภายในกระเพาะปัสสาวะจึงมีเวลาเจริญเติบโตขึ้นมาได้ อาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบควรบำบัดด้วยยาปฏิชีวนะเนื่องจากมีการติดเชื้อที่บริเวณไต ซึ่งอาจนำไปสู่การคลอดก่อนกำหนดได้


อาการปวดท้องตอนช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ อาจเป็นสัญญาณการแท้งครรภ์หรือตั้งครรภ์นอกมดลูก ส่วนในกรณีที่มีอาการปวดท้องมากโดยที่มีเลือดออกหรือไม่มีก็ตาม อาจหมายถึงรกเริ่มลอกตัวจากผนังมดลูก ซึ่งถ้าเป็นรุนแรงต้องเข้ารับการผ่าตัดคลอดฉุกเฉิน

 

3 อาการ ปวดหัวอย่างต่อเนื่อง : น่าจะเป็น... ขาดน้ำหรือเหนื่อย


อาการปวดหัวอาจเพิ่มมากขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์ 1-2 % ที่ไม่มีประวัติเป็นโรคไมเกรนมาก่อนสามารถเกิดอาการนี้ขึ้นมาได้ด้วยสาเหตุหลายประการ คือ ขาดน้ำ ฮอร์โมน ความเครียด และเหน็ดเหนื่อย เมื่อครรภ์แก่มากขึ้นอาการปวดหัวอาจเกิดจากทรงตัวได้ไม่ดีเพราะช่วงหลังต้องรับน้ำหนักมากเป็นพิเศษ การดื่มน้ำมากๆและพักผ่อนมากๆ ช่วยลดอาการอันเนื่องจากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ให้ปรับปรุงการทรงตัวและบรรเทาอาการด้วยการพยายามทำกิจกรรมต่างๆ ให้ช้าลง


แต่อาจจะเป็น... ครรภ์เป็นพิษ
ถ้าปวดหัวตามด้วยวิงเวียน คลื่นไส้ ตาพร่า เห็นแสงแว่บ และมีเลือดออกเป็นจุด อาจเป็นสัญญาณของอาการครรภ์เป็นพิษ อาการครรภ์เป็นพิษเล็กน้อยหรือความดันโลหิตสูงก่อนตั้งครรภ์ เกิดกับคุณแม่ตั้งครรภ์ราว 10 % และควรได้รับการดูแลจากแพทย์


สาเหตุยังไม่ชัดเจนแต่มีแนวโน้มว่าเป็นกรรมพันธุ์ที่เกิดขึ้นในครอบครัว แม่ที่เพิ่งมีลูกแฝดท้องแรก และแม่ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้รับการบำบัดอาจทำให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษได้ ซึ่งค่อนข้างอันตราย มีความเสี่ยงในการคลอดก่อนกำหนดและรกเกาะต่ำ วิธีแก้ไขประการเดียวคือต้องทำคลอดทารกในทันที

 

 

4 อาการ กระหายน้ำจัด : น่าจะเป็น... ขาดน้ำ


เป็นเรื่องปกติที่คุณแม่ตั้งครรภ์อาจจะรู้สึกกระหายน้ำ เพราะภายในร่างกายมีเลือดไหลเวียนเพิ่มมากขึ้นและมีเหงื่อออกมาก น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น 25 % ระหว่างตั้งครรภ์มาจากของเหลวส่วนเกิน ดังนั้นต้องหมั่นดื่มน้ำให้มากๆ


แต่อาจจะเป็น... เบาหวานตอนตั้งครรภ์
โดยเฉพาะถ้าเกิดขึ้นตอน 20 สัปดาห์ของการตั้งครรภ์ไปแล้ว ตามด้วยอาการปวดปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นและเหนื่อยเป็นพิเศษ อาการเบาเหวานตอนตั้งครรภ์เกิดกับว่าที่คุณแม่ 1 ใน 3 เพราะฮอร์โมนไปปิดกั้นการทำงานของอินซูลิน ทำให้คุณต้องผลิตมากขึ้นอีก 2-3 เท่า ดังนั้นน้ำตาลจึงคั่งค้างอยู่ในกระแสเลือด แพทย์จะทำการทดสอบเพื่อวัดระดับกลูโคลสที่เพิ่มขึ้น ให้ออกกำลังกายเพิ่มขึ้นและระมัดระวังเรื่องโภชนาการ มีคุณแม่ 10 % ที่ต้องฉีดอินซูลิน ซึ่งเมื่อสามารถควบคุมไว้ได้ ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อแม่หรือลูกในครรภ์ และมักหายไปหลังคลอดไปแล้ว

 

5 อาการ หน้า นิ้วมือ นิ้วเท้าบวม : น่าจะเป็น... เกิดภาวะเก็บกักของเหลว


อาการบวมบางกรณีจัดเป็นเรื่องปกติในยามตั้งครรภ์ เพราะคุณมีของเหลวในร่างกายมาก มดลูกเติบโต ทำให้การไหลเวียนของของเหลวในร่างกายสะดุดลง หลายคนบอกว่าเท้าบวมตอน 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ ให้นั่งยกขาสูงพาดเก้าอี้และออกกำลังกายพอประมาณ และดื่มน้ำมากๆ

 

แต่อาจจะเป็น... ครรภ์เป็นพิษ (ดูข้อมูลเพิ่มเติมอาการในข้อ 3) โดยเฉพาะถ้าเกิดอาการบวมขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน ปวดหัว ตาพร่า หรือถ้ามีของเหลวเก็บกักอยู่ทั่วทั้งร่างกาย รวมถึงดวงตา ใบหน้า มือ และขา ให้รีบไปพบแพทย์ทันที

 

6 อาการ คันคะเยอสุดจะทน : น่าจะเป็น... ผิวหนังยืดขยายออก


ตอนครรภ์แก่ ผิวหนังจะยืดขยายออกค่อนข้างมาก จนรู้สึกถึงความแห้งและคัน บวกกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นและเหงื่อที่ออกปริมาณมาก มักสร้างความระคายเคืองให้กับผิวของคุณแม่ โดยเฉพาะตามข้อพับส่วนต่างๆ บรรเทาอาการคันด้วยการสวมเสื้อผ้าฝ้ายและใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์ชนิดไร้น้ำหอมเพื่อยับยั้งความแห้งผาก หรือจะใช้เบบี้ออยล์ทาก็ช่วยได้เช่นกัน


แต่อาจจะเป็น... อาการน้ำดีหยุดหลั่งตอนตั้งครรภ์
เป็นอาการแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับตับ ซึ่งถ้าปล่อยไว้ไม่เข้ารับการบำบัดจะทำให้คลอดก่อนกำหนดหรือทารกได้รับอันตราย เพราะน้ำดีอาจเข้าไปปะปนในกระแสเลือดทำให้เกิดอาการคันอย่างมากโดยเฉพาะที่มือและเท้าในตอนช่วง 3 เดือนสุดท้ายของการตั้งครรภ์ สาเหตุของโรคยังไม่ชัดเจนแต่เชื่อว่าเกี่ยวพันกับฮอร์โมน ถ้าคันจนนอนไม่หลับหรือขาดสมาธิ ให้ไปพบแพทย์ อาการดังกล่าวนี้แม้ไม่มีทางบำบัดแต่มีวิธีการบรรเทาอาการคันได้ แพทย์จะติดตามอาการของคุณอย่างใกล้ชิดและอาจทำคลอดเร็วขึ้น (ในช่วง 37-38 สัปดาห์) อาการนี้จะหายไปใน 1 สัปดาห์หลังคลอด

 

7 อาการ ลูกในท้องไม่ขยับเขยื้อน : น่าจะเป็น... ลูกนอนหลับอยู่


มีบางเวลาที่ทารกในครรภ์มักอยู่เงียบๆ นิ่งๆ นอนสบายๆ ไม่ทำกิจกรรมอันใด หรือเมื่อทารกในครรภ์เติบโตขึ้นมากจนไม่มีพื้นที่เหลือให้พลิกหงายไปมาได้อีก คุณจึงรู้สึกเหมือนทารกเคลื่อนไหวเชื่องช้าลง ในช่วงกลางวันเรามักทำอะไรวุ่นวายจนตกเย็นถึงจะนึกได้ว่า วันนี้ลูกไม่ดิ้นเลย แต่ที่จริงแค่นอนพักสักชั่วโมงคุณจะรู้สึกถึงแรงเตะของลูกได้


แต่อาจจะเป็น... สัญญาณอันตรายจากทารก
แม้เราจะรู้สึกวิตกกังวลมากเป็นพิเศษ แต่โอกาสที่ทารกในครรภ์จะเสียชีวิตมีน้อยมาก ยากจะบอกได้ว่าคุณควรสัมผัสการเคลื่อนไหวทารกได้มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการปรับตัวของร่างกายคุณเอง สังเกตรูปแบบและความถี่ซึ่งเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาเมื่อคุณกับลูกต่างก็เติบโตไปด้วยกัน ถ้าคุณไม่รู้สึกอะไรตอนกลางวันแม้ตอนนอนพัก ให้ติดต่อแพทย์ซึ่งจะทำการตรวจอัลตราซาวด์เพื่อเช็กดูว่าทารกน้อยยังสบายดีอยู่หรือเปล่า

 

  1. ชวนคุณแม่ท้องร่วมเวิร์คชอป Pregnancy WorkShop ครั้งที่ 1 ชวนคุณแม่ท้องร่วมเวิร์คช…

    สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 25 พฤษภาคม 2555 เท่านั้น
  2. ระวัง ! ลูกน้อยโดนไฟดูด ระวัง ! ลูกน้อยโดนไฟดูด

    เด็กกับกระแสไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด แต่ระวังเท่าไรก็ไม่ทันเจ้าตัวเล็ก

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>



ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 14

  1. Re: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

  2. Re: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

  3. Re: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

  4. Re: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

  5. Re: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

  6. Re: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

  7. Re: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

  8. Re: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

  9. Re: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

  10. Re: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

    • ความคิดเห็นที่3
    • ตัวดิฉันเองเจอมากับตัว กับอาการครรภ์เป็นพิษ สุดท้ายต้องผ่าคลอดฉุกเฉิน ตอนนั้นบวมทั้งตัว ปวดลิ้นปี่ ความดันขึ้น 230 ถึงขนาดว่าต้องฉีดยากันชักแต่ยาช่วยไม่ได้ เลยชัก ลูกออกมา 1390 กรัม ต้องอยู่ตู้อบ 1 เดือนเต็ม ผ่าคลอดก่อนกำหนด 2เดือนครึ่ง ตอนแรกหมอบอกให้ทำใจลูกไม่รอดแน่ แต่จะช่วยชีวิตแม่ให้ได้ สามีดิฉันเสียใจมาก เพราะท้องนี้เป็นท้องที่ 3 2ท้องแรกแท้ง เราทำบุญกันเยอะมากจนหมอบอกว่าลูกรอดมาได้เพราะบุญจริง ถ้าอาการไม่ค่อยดีอย่าปล่อยไว้นะคะเพราะดิฉันเจ็บมาแล้วและไม่สามารถมีลูกได้อีกค่ะ
    • kan รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: kan
      • เมื่อ[27 มิถุนายน 2554 - 12:22 น.]
      • IP[182.93.205.XXX]
  11. Re: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

    • ความคิดเห็นที่2
    • ตัวดิฉันเองเจอมากับตัว กับอาการครรภ์เป็นพิษ สุดท้ายต้องผ่าคลอดฉุกเฉิน ตอนนั้นบวมทั้งตัว ปวดลิ้นปี่ ความดันขึ้น 230 ถึงขนาดว่าต้องฉีดยากันชักแต่ยาช่วยไม่ได้ เลยชัก ลูกออกมา 1390 กรัม ต้องอยู่ตู้อบ 1 เดือนเต็ม ผ่าคลอดก่อนกำหนด 2เดือนครึ่ง ตอนแรกหมอบอกให้ทำใจลูกไม่รอดแน่ แต่จะช่วยชีวิตแม่ให้ได้ สามีดิฉันเสียใจมาก เพราะท้องนี้เป็นท้องที่ 3 2ท้องแรกแท้ง เราทำบุญกันเยอะมากจนหมอบอกว่าลูกรอดมาได้เพราะบุญจริง ถ้าอาการไม่ค่อยดีอย่าปล่อยไว้นะคะเพราะดิฉันเจ็บมาแล้วและไม่สามารถมีลูกได้อีกค่ะ
    • กาญ รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: กาญ
      • เมื่อ[27 มิถุนายน 2554 - 12:18 น.]
      • IP[182.93.205.XXX]
  12. Re: อาการที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งเฉยระหว่างตั้งครรภ์

ร่วมแสดงความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

แชร์ความคิดเห็นนี้ไป Facebook ด้วยไหมคะ?ปิดปิด

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้