ผู้หญิง > สุขภาพ > โรคภัยไข้เจ็บ
โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน โรคสำหรับสาวออฟฟิศ
- 22 ก.พ. 55 14.39 น.
-
พิมพ์หน้านี้ - สนับสนุนเนื้อหา

- (+ให้คะแนนบทความ) (+เก็บเข้าเรื่องที่ชอบ) 0
- เปิดอ่าน
ความคิดเห็น 0
"โรคปวดหลัง" เป็นโรคยอดฮิตของสังคมเมือง โดยเฉพาะคนที่ทำงานออฟฟิศ หรือคนที่ต้องอยู่ในท่าเดิมๆ เป็นเวลานาน วงการแพทย์ใช้งบประมาณอย่างมาก เพื่อทำการวิจัยและศึกษาปัญหาโรคปวดหลัง และหนึ่งในสาเหตุโรคปวดหลังที่สำคัญซึ่งคนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ก็คือ "ภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อน"
วันนี้เรามาทำความรู้จักกับโรคปวดหลังจากภาวะหมอนรองกระดูกเคลื่อน รวมถึงวิธีการดูแลรักษา จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
ดร. มนต์ทณัฐ (รุจน์) โรจนาศรีรัตน์ ไคโรแพรคติกแพทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ศูนย์การแพทย์ ไคโรเมด เปิดเผยว่า "หมอนรองกระดูกเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุด ส่วนหนึ่งของโครงสร้างกระดูก มีคุณสมบัติคล้ายถุงน้ำหุ้มด้วยกระดูกอ่อน (Jelly-Like-Water-Sack) ซึ่งภาวะผิดปกติของหมอนรองกระดูกอาจเกิดขึ้นได้หลายๆ สาเหตุ เช่น อุบัติเหตุ โรคติดเชื้อ โครงสร้างผิดปกติ และอีกมากมาย แต่สาเหตุที่สำคัญที่สุดก็คือ ภาวะการใช้งานที่ผิดปกติ (Mechanical Malfunction)

หรือการรับน้ำหนักที่มากเกินไปของหมอนรองกระดูก อันสืบเนื่องมาจากความผิดปกติของตัวโครงสร้างหรือมาจากท่าทางที่ผิดลักษณะของเรา ไม่ว่าจะเป็น ก้ม, ยืน, ยกของ, บิดตัว, อุบัติเหตุ หรือการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน และถ้าปราศจากการทำงานที่ถูกต้องของหมอนรองกระดูกแล้ว การเคลื่อนไหวของตัวข้อจะผิดปกติ ส่งผลให้เกิดแรงกดไปที่หมอนรองกระดูกมากเกินไป การถ่ายเทสารอาหารสู่ตัวข้อคงเกิดขึ้นน้อย ซึ่งนานวันเข้าจะทำให้เกิดภาวะการเสื่อมสภาพที่ผิวนอกของหมอนรองกระดูก และเกิดการเคลื่อนออกมาจากตำแหน่งปกติ ซึ่งเราเรียกภาวะนี้ว่า โรคหมอนรองกระดูกเคลื่อน"
ความผิดปกติของหมอนรองกระดูกนั้น สามารถส่งผลให้เกิดอาการหลายอย่าง เช่น
- อาการปวดหลังเฉียบพลัน
- อาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ
- การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
- การปวดลงขา
- อาการชาต่างๆ
การรักษาโรคนี้มีหลายวิธี การรับประทานยา การทำกายภาพบำบัด รวมถึงการผ่าตัด แต่การรักษาในปัจจุบันยังมุ่งเน้นเพื่อการรักษาตามอาการ เพื่อลดอาการต่างๆ ที่คนไข้มี แต่มิได้มุ่งเน้น แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น ลักษณะโครงสร้างที่ผิดรูป หรือการทำงานที่ผิดปกติในเชิงชีวกลไกของตัวข้อ จึงทำให้โอกาสที่ปัญหาจะกลับมาจึงสูงอยู่มาก ในปัจจุบันนี้ วิทยาศาสตร์การแพทย์มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น ได้มีการคิดค้นเทคนิคในการดูแลรักษาโรคหมอนรองกระดูกเคลื่อนแบบไม่ต้องผ่าตัด แต่เป็นการลดการกดทับของหมอนรองกระดูก
เราเรียกวิธีนี้ว่า "Spinal Decompression Therapy" ซึ่งเป็นการลดภาวะการรับน้ำหนักที่มากเกินไปของหมอนรองกระดูก และช่วยฟื้นฟูหมอนรองกระดูกให้กลับมาสู่สภาวะปกติมากที่สุด รวมถึงในเรื่องของการจัดแนวของกระดูกสันหลังให้กลับให้กลับสู่สภาวะสมดุล เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ รวมถึงการพัฒนาความแข็งแรง สมดุลของกล้ามเนื้อพยุง โดยไม่ต้องผ่าตัด การรักษาโดยการใช้ยา มักให้ผลในการรักษาค่อนข้างเร็ว แต่ว่าฤทธิ์ในการรักษา มักคงอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น อาการมักกลับมาเป็นซ้ำ
นอกจากนี้การใช้ยายังมีผลข้างเคียงอีกด้วย เช่น ยาลดอาการอักเสบในกลุ่ม NSAIDS ใช้ลดอาการปวด อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในกระเพาะอาหารได้ หรือยากลุ่ม Steroid (สเตอรอยด์) ก็มีผลข้างเคียงที่รุนแรงได้เช่นกันหากใช้อย่างไม่ถูกต้อง ดังนั้นการใช้ยา ไม่ว่าจะเป็นการทา, รับประทาน หรือแม้กระทั่งการฉีดยาบางชนิด มักใช้เพื่อบรรเทาอาการเป็นครั้งคราว และต้องทำการรักษาควบคู่ไปกับการรักษาอื่นๆ เพื่อรักษาที่ต้นเหตุของปัญหา
เพราะฉะนั้น การดูแลลักษณะการทำงานชองโครงสร้างร่างกาย รวมทั้งการดูแลความแข็งแรงของกล้ามเนื้อพยุง จึงเป็นหนึ่งในวิธีการดูแลปัญหาของหมอนรองกระดูกเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิผล จากการวิจัยทางการแพทย์ในช่วงที่ผ่านมาก็จะพบว่าการเริ่มต้นดูแล และป้องกันเป็นสิ่งสำคัญที่สุด สำหรับผู้ที่มีแนวโน้มจะมีอาการปวดหลัง และถ้าคิดว่าอาจมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง และหมอนรองกระดูก ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง เพราะปัญหานี้ "ป้องกันไว้ ดีกว่าแก้ไขแน่นอน"
-
ดูแลอาหารการกินให้ปลอดภัยห่างไกลโรคเมื่ออากาศร้อนมาเยือน
อาหารเป็นพิษ มันมากับอาก…
4515 0 2 พ.ค. 55 14.12 น.
Tags: สุขภาพ , โรคภัยไข้เจ็บ , หน้าร้อน , ฤดูร้อน , อาหารเป็นพิษ
-
เล่นน้ำสงกรานต์ ภาวะสุ่มเสี่ยงของการเกิดโรค
โรค ที่อาจมาพร้อมกับการเ…
4456 0 18 เม.ย. 55 15.56 น.
Tags: โรคภัยไข้เจ็บ , สงกรานต์ , โรคที่มากับน้ำ , โรคต่างๆ , การเกิดโรค , เล่นน้ำสงกรานต์
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด >>
มุมสาวนักช้อป 26.05.2012
เว็บบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่ | ตั้งกระทู้โหวต | กระทู้ทั้งหมด
ประเด็นร้อนสุดๆ ความคิดเห็นล่าสุด
-
ช็อค 2 โรคร้าย เพราะรักมากไป สุดท้ายก็ป่วย 28 ก.พ. 2012, 17:6 น
-
โกจิเบอร์รี่สุดยอดผลไม้ ชะลอความแก่ 22 ก.พ. 2012, 18:14 น
-
หนาวนี้...กินอะไรที่ดีต่อรูปร่างและสุขภาพ? 21 ธ.ค. 2011, 13:2 น
-
บีเอ็นเอชดูแลผู้ประสบภัย 18 พ.ย. 2011, 15:40 น
-
7 โรคจากการกิน 24 ส.ค. 2011, 15:49 น











