รักษาไมเกรนได้... แบบไม่ต้องใช้ยา

รักษาไมเกรนได้... แบบไม่ต้องใช้ยา

รักษาไมเกรนได้... แบบไม่ต้องใช้ยา

นิตยสารเปรียว

สนับสนุนเนื้อหา

 

ยอมรับว่าพวกเราหลายคนมีพฤติกรรมแย่ๆ ในการใช้ชีวิตที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ไม่ว่าจะเป็นการทำงานที่เร่งรีบอยู่ตลอดเวลา นั่งจมอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ติดต่อกันนานกว่า 3 ชั่วโมง พักผ่อนไม่เพียงพอ รับประทานอาหารคุณภาพต่ำเพื่อให้หายหิว หรือรับประทานอย่างรวดเร็ว ไม่ออกกำลังกาย มีภาวะความเครียดสะสมต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นที่มาของโรคทั้งสิ้น

ยิ่งใครที่ต้องใช้สายตาเพ่งมองสิ่งใดสิ่งหนึ่งติดต่อกันครั้งละนานๆ มักจะมีอาการมึนศีรษะ ปวดศีรษะ ปวดคอ ปวดบ่า ปวดสะบัก ปวดหลัง อาการเหล่านี้จะรบกวนวิถีชีวิตประจำวันอยู่เรื่อยๆ แม้จะหยุดใช้สายตาเพ่งมองไปทางอื่นแล้วก็ตาม ถ้าอาการดังกล่าวสามารถหายไปได้เองภายใน 2-3 วัน เมื่อได้พักผ่อน ทายา หรือรับประทานยา ก็โชคดีไป แต่ถ้าไม่ ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจปล่อยเอาไว้

แพทย์อายุรเวท วิภาพร สายศรี แพทย์ประจำคลินิกรักษาไมเกรนและโรคปวด ดอกเตอร์แคร์คลินิก ได้ให้คำแนะนำไว้ว่า อาการปวดศีรษะเป็นโรคยอดนิยมของคนทั่วไปในยุคนี้ เมื่อใครปวดศีรษะขึ้นมาก็จะคิดถึงยาสามัญประจำบ้านอย่างยาแก้ปวดเป็นอันดับ แรก แต่ถ้ากินยาแล้วยังไม่หาย ตรวจร่างกายแล้วไม่พบสิ่งผิดปกติอย่างนี้ถือว่าเข้าข่ายเป็นโรค ‘ไมเกรน' ค่ะ

โรคไมเกรนเป็นโรคที่สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วย พบได้มากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั่วโลก และยังไม่มีวิธีการรักษาใดๆ ช่วยให้หายขาดได้ เป็นแต่เพียงแค่การรักษาเพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะให้ทุเลาลงเท่านั้น อาการของไมเกรนก็คือ ปวดศีรษะข้างเดียว ซึ่งเกิดจากการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อบริเวณบ่า คอ ท้ายทอย และเกิดก้อนเนื้ออักเสบที่เรียกว่า Trigger Point บริเวณดังกล่าว มีผลทำให้เลือดและออกซิเจนไหลเวียนไปเลี้ยงบริเวณศีรษะได้ไม่สะดวก เมื่อได้รับปัจจัยกระตุ้น ที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวมากขึ้น เช่น ความเครียด แสง สี เสียง กลิ่น หรือการ พักผ่อนไม่เพียงพอ จึงเกิดอาการปวดศีรษะข้างเดียวหรือไม่ก็ปวดสลับข้าง

แต่ปัจจุบันนี้มีวิธีการรักษาโรคไมเกรนแบบใหม่ ซึ่งใช้วิธีการของแพทย์สมัยใหม่ร่วมกับการกดจุด เรียกว่า ‘การรักษาแบบ DMT' (DoctorCare Manipulation Technique) วิธีการนี้ ผู้ป่วยไม่ต้องรับประทานยา หรือผ่าตัด เป็นการรักษาไมเกรนที่เห็นผลชัดเจน โดยสามารถรักษาได้ทั้งอาการไมเกรนเฉียบพลัน และป้องกันการกลับมาของอาการไมเกรนได้ดี DMT จะช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับระบบต่างๆ ของร่างกายที่ทำงานผิดปกติ เช่น ระบบกล้ามเนื้อ ประสาท การไหลเวียนเลือด โดยจะช่วยพลิกฟื้นระบบต่างๆ ของร่างกายให้เข้าสู่สภาวะสมดุลอีกครั้ง ทั้งยังช่วยให้การทำงานของอวัยวะต่างๆ รวมถึงสภาวะทางจิตใจ กลับมาทำงานสอดคล้องประสานกันทั้งระบบ ซึ่งกระบวนการนี้ เป็นกระบวนการรักษาสุขภาพที่ยั่งยืน

• แนวทางการรักษา

การรักษาแบบ DMT นั้น แพทย์อายุรเวทจะสอบถามถึงอาการปวด ตำแหน่งที่ปวด และปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการปวด โดยนำข้อมูลที่ได้จากผู้ป่วยไปเข้าโปรแกรมการสร้างความสมดุลของร่างกาย ร่วมกับเทคนิคการกดจุด เพื่อกระตุ้นการทำงานของทุกระบบในร่างกาย ร่วมกับการยืดกล้ามเนื้อ และการบริหารร่างกาย

• ขั้นตอนการรักษาแบบ DMT

- ตรวจสภาพกล้ามเนื้อ และตรวจหาตำแหน่ง Trigger Point ที่มีการกดทับ
- กดคลายกล้ามเนื้อที่แข็งเกร็งเหนือจุด Trigger Point
- กดสลาย Trigger Point เพื่อให้ Trigger Point คลายตัวออกเป็นกล้ามเนื้อปกติ
และกระตุ้นให้เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงศีรษะได้ดีขึ้น
- ยืดกล้ามเนื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น คลายตัว และเคลื่อนไหวได้ดี

กระบวนการดังกล่าวจะช่วยฟื้นฟูระบบต่างๆ ของร่างกาย ให้เข้าสู่สภาวะปกติได้ใหม่อีกครั้ง การรักษาใช้เวลาเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง โดยประมาณ 4-6 ครั้ง ผู้ที่เข้ารับการรักษากว่า 80% จะไม่มีอาการปวดรบกวนอีก อย่างไรก็ตาม หลังจากครบโปรแกรมการรักษาแล้ว ก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้กล้ามเนื้อต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานด้วย

อย่างไรก็ตาม การป้องกันตัวเองไม่ให้เจ็บป่วยจากโรคเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ซึ่งโรคไมเกรนนี้สามารถป้องกันได้ไม่ยาก ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตัว เช่น อย่าใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเกินกว่า 2 ชั่วโมง ยุติกิจกรรมที่ใช้กล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอทันทีที่รู้สึกเกร็ง บริหารกล้ามเนื้อบริเวณบ่าและคอ ด้วยการยืดกล้ามเนื้อหลังการใช้คอมพิวเตอร์ทุกครั้ง หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เมื่อมีอาการปวดศีรษะ พักผ่อนและทำสมาธิเมื่อมีความเครียดเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ประคบน้ำอุ่นบริเวณบ่าและต้นคอเพื่อทำให้กล้ามเนื้อคลายจากการเกร็งตัว หลีกเลี่ยงแสงจ้า หรือสวมแว่นตากันแดด เป็นต้น

 

 

 

 

ผู้หญิงมีเรื่องอีกเยอะ.. ดูต่อ

ขอบคุณภาพประกอบ : http://www.photos.com

เนื้อหาโดย : นิตยสารเปรียว

6 อาหารพาอ้วน หากกินหลังออกกำลังกาย รู้แล้ว.. เลี่ยงเลย !

6 อาหารพาอ้วน หากกินหลังออกกำลังกาย รู้แล้ว.. เลี่ยงเลย !

เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพมาแรงในปี 2017 คอเฮลตี้ ไม่ควรพลาด!

เทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพมาแรงในปี 2017 คอเฮลตี้ ไม่ควรพลาด!

ทำไมมนุษย์แม่ถึงชอบอวดลูก?

ทำไมมนุษย์แม่ถึงชอบอวดลูก?

เลือดออกจากจุดซ่อนเร้น แต่ไม่ใช่ประจำเดือน เช็คด่วน อันตรายไหม?

เลือดออกจากจุดซ่อนเร้น แต่ไม่ใช่ประจำเดือน เช็คด่วน อันตรายไหม?

5 ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว ดีเน้นๆ แบบนี้ มองข้ามได้ไง !

5 ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว ดีเน้นๆ แบบนี้ มองข้ามได้ไง !

คุณแม่ชาวญี่ปุ่น กับไอเดียถ่ายรูปสุดครีเอท เมื่อลูกแฝดหลับ image

คุณแม่ชาวญี่ปุ่น กับไอเดียถ่ายรูปสุดครีเอท เมื่อลูกแฝดหลับ

รู้จัก "หญิงน้ำปรุง จรุงจิตร" เน็ตไอดอลผู้ปลุกกระแสใส่ชุดไทย image

รู้จัก "หญิงน้ำปรุง จรุงจิตร" เน็ตไอดอลผู้ปลุกกระแสใส่ชุดไทย

อาหารที่ควรกินหลังออกกำลังกาย เรียกคืนพลังได้แจ๋ว แต่ไม่ทำให้อ้วน !

อาหารที่ควรกินหลังออกกำลังกาย เรียกคืนพลังได้แจ๋ว แต่ไม่ทำให้อ้วน !

สาวๆ ห้ามมองข้าม! ความเครียดในที่ทำงาน ปัญหาเล็กที่กลายเป็นเรื่องหลัก

สาวๆ ห้ามมองข้าม! ความเครียดในที่ทำงาน ปัญหาเล็กที่กลายเป็นเรื่องหลัก

สาวอเมริกันอายุ 27 กลายเป็นผู้หญิงอายุน้อยที่สุด ที่ได้ไปเยือนทุกประเทศทั่วโลก image

สาวอเมริกันอายุ 27 กลายเป็นผู้หญิงอายุน้อยที่สุด ที่ได้ไปเยือนทุกประเทศทั่วโลก

น่าเอ็นดู! เมื่อเพื่อนรักที่หายไปเจอกันอีกครั้ง ทำสาวน้อยกลั้นน้ำตาไม่อยู่ vdo

น่าเอ็นดู! เมื่อเพื่อนรักที่หายไปเจอกันอีกครั้ง ทำสาวน้อยกลั้นน้ำตาไม่อยู่

รีวิว 5 สเปรย์กันแดด ตัวไหนดี ตัวไหนเด็ด ตามมา! รีวิว

รีวิว 5 สเปรย์กันแดด ตัวไหนดี ตัวไหนเด็ด ตามมา!

สุดยอดสาวผิวสวยของญี่ปุ่นอยู่จังหวัดไหนกันนะ?

สุดยอดสาวผิวสวยของญี่ปุ่นอยู่จังหวัดไหนกันนะ?

เคล็ดลับการเลือกใส่ชุดชั้นในให้สวยโดดเด่นจากกูรูด้านแฟชั่นชื่อดัง

เคล็ดลับการเลือกใส่ชุดชั้นในให้สวยโดดเด่นจากกูรูด้านแฟชั่นชื่อดัง

แฟนนางงานเตรียมลุ้น! เปิดตัว PD Miss Grand Thailand 2017 image

แฟนนางงานเตรียมลุ้น! เปิดตัว PD Miss Grand Thailand 2017

เกาะติดชีวิต 24 ชั่วโมง ของ ณิชา ณัฏฐณิชา image

เกาะติดชีวิต 24 ชั่วโมง ของ ณิชา ณัฏฐณิชา

8 สิ่งที่ทำให้คุณดูเฮลท์ตี้

8 สิ่งที่ทำให้คุณดูเฮลท์ตี้

ซึ้ง!! คู่รักวัย 90 ปี เขียนจดหมายรัก "ฉันจะอยู่อย่างไร ถ้าไม่มีเธอ"

ซึ้ง!! คู่รักวัย 90 ปี เขียนจดหมายรัก "ฉันจะอยู่อย่างไร ถ้าไม่มีเธอ"

เผลอตวาดแว้ดใส่ลูก ทางออกที่ถูก ควรทำอย่างไร

เผลอตวาดแว้ดใส่ลูก ทางออกที่ถูก ควรทำอย่างไร

5 คำถามสุดฮิตที่แม่ท้องอยากรู้

5 คำถามสุดฮิตที่แม่ท้องอยากรู้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์