Q : ดิฉันขอเรียนถามว่า การลอกหน้า หรือที่บางครั้งเรียกว่า ลอกหน้าเบบี้เฟซ จะช่วยทำให้ผิวพรรณสดใสขึ้นได้อย่างไรคะ เจนสุดา / กรุงเทพฯ
A : สำหรับการลอกหน้าที่คุณเจนสุดาถามมา ส่วนใหญ่ที่นิยมกันคือการลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ (alpha hydroxy acid, AHA) มีส่วนทำให้ผิวหน้าเนียนใสได้จริง ทั้งนี้เพราะกรดผลไม้จะซึมผ่านผิวหนังชั้นนอกทำให้ผิวหนังชั้นนอกสุดที่เรียกว่า ขี้ไคล หลุดลอกออกไป จึงเห็นว่าผิวจะมีลักษณะสดใส เนียน และแลดูเป็นสีชมพูมากขึ้น ส่วนที่ว่ากรดผลไม้จะไปช่วยเร่งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันพวกอีลาสติกและคอลลาเจนในชั้นหนังแท้ ทำให้หน้าเด้งตึงขึ้นนั้น ยังไม่มีหลักฐานพอที่จะพิสูจน์ได้ ประสิทธิภาพของ AHA ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นและค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ของกรดผลไม้ ถ้าค่า pH ต่ำ กรดผลไม้นั้นจะเป็นกรดสูง เวลาลอกหน้าจะระคายเคืองมากกว่า แต่ก็ได้ผลดีกว่านะครับ อย่างไรก็ตามแพทย์ผิวหนังหลายท่านเชื่อว่ากรดผลไม้ที่มีค่า pH เป็นกลาง ซึ่งระคายเคืองน้อยกว่า ก็จะได้ผลการลอกหน้าไม่ต่างกันมากนัก
สำหรับการลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ชนิดตื้น (superficial peels) องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) อนุญาตให้ช่างเสริมสวยลอกหน้าได้ในร้านเสริมสวย แต่ความเข้มข้นของกรดผลไม้ต้องไม่เกินร้อยละ 30 และมีค่า pH 3 แต่ถ้าช่างเสริมสวยลอกหน้าภายใต้การควบคุมของแพทย์ ก็อาจใช้ความเข้มข้นของกรดผลไม้ได้สูงถึงร้อยละ 70 และใช้ค่า pH ที่ต่ำกว่า 3 ได้ครับ ยิ่งผู้ที่มารับการลอกหน้า ด้วยกรดผลไม้ที่มีความเข้มข้นสูงเท่าใด ก็ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังขึ้นเท่านั้น เพราะกรดผลไม้ที่เข้มข้นมากก็จะยิ่งลอกผิวได้ลึกและเกิดความระคายเคืองมากกว่านะครับ ควรไปลอกหน้าตามร้านเสริมสวยหรือตามคลินิกแพทย์
Q : ปัจจุบันดิฉันสังเกตว่ามีการรักษาผิวหน้าให้สดใสด้วยวิธีลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ เห็นได้ชัดเจนว่าตามศูนย์การค้าใหญ่ๆ จะมีคลินิกที่ดูแลผิวพรรณและร้านเสริมสวยที่รับลอกหน้าเป็นจำนวนมาก ขอถามว่า การลอกหน้านั้นควรทำในคลินิกแพทย์หรือลอกตามร้านเสริมสวยคะ สุดารัตน์ / กรุงเทพฯ
A : เรื่องของการลอกหน้าด้วยกรดผลไม้นั้น ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าควรให้แพทย์เป็นผู้ลอกหรือให้ช่างเสริมสวยทำก็ได้ แม้ในสหรัฐอเมริกาในแต่ละรัฐก็ยังมีกฎหมายควบคุมที่แตกต่างกัน เช่น ในรัฐนิวยอร์คถือว่าช่างเสริมสวยที่ได้รับการฝึกหัดอบรมมาแล้วสามารถลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ที่มีความเข้มข้นไม่เกินร้อยละ 30 และมีค่า pH ไม่ต่ำกว่า 3 แต่ในบางรัฐเช่น รัฐนิวเจอร์ซี่ ซึ่งก็อยู่ติดกับรัฐนิวยอร์คนั่นเอง กฎหมายกลับกำหนดว่า ผู้ที่จะทำการลอกหน้าต้องเป็นแพทย์เท่านั้นและถือว่าเป็นการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (the practice of medicine) ซึ่งช่างเสริมสวยในรัฐนี้ก็เรียกร้องว่าพวกเขาน่าจะลอกหน้าได้ การที่กฎหมายห้ามเป็นการจำกัดสิทธิ์และรายได้ของพวกเขา แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าใบอนุญาตของช่างเสริมสวย (licenses of aestheticians) อนุญาตให้ทำงานเกี่ยวกับผม, เล็บ และผิวหนังส่วนนอกสุดที่ตายแล้ว ในขณะที่การลอกหน้านั้นจะออกฤทธิ์ถึงผิวหนังชั้นในที่ยังคงมีชีวิตอยู่
แพทย์เชื่อว่าช่างเสริมสวยอาจได้รับการฝึกอบรมมาไม่เพียงพอที่จะสังเกตและรักษาข้อแทรกซ้อนจากการลอกหน้า เช่น ลอกหน้าแล้วเกิดบาดแผล ไหม้ แผลเป็น ติดเชื้อ หรือข้อแทรกซ้อนอื่นๆ จากการศึกษาของสมาคมศัลยแพทย์ผิวหนังแห่งสหรัฐอเมริกาพบว่าแพทย์ร้อยละ 45 เคยพบข้อแทรกซ้อนจากการลอกหน้าที่ไม่ได้ทำโดยแพทย์
|
|