 |
|
 |
คัดกรองสุขภพาทารกพิชิต โรคเอ๋อ 1 |
|
ความสุขสมบูรณ์ทั้งกายและใจของลูก คือสุดยอดปรารถนาของพ่อแม่ ผู้คอยเฝ้าถนอมเลี้ยงเพื่อรอวันที่ลูกเติบใหญ่ แต่หากวันหนึ่งคุณต้องตื่นขึ้นมาเพื่อพบว่า การเจริญเติบโตของลูกต้องชะงักลง คุณจะรู้สึกอย่างไร มันเหมือนโลกทั้งใบกำลังหล่นนงมาทับคุณหรือเปล่า
หลายสิ่งหลายอย่างล้วนอนิจจัง ผันเปลี่ยนเวียนกันเข้ามาทดสอบอยู่ร่ำไป สิ่งเดียวที่คนเป็นพ่อแม่ทำได้คือ ดูแล ระวัง และป้องกันไม่ให้เรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นกับลูก
ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเด็กที่สำคัญ ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังเร่งรณรงค์อยู่ ณ ขณะนี้คือ ภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิด ชื่อนี้อาจจะไม่คุ้นหูเท่ากับ โรคเอ๋อ โรคที่ทำให้การพัฒนาของร่างกาย สติปัญญาล่าช้า ก่อให้เกิดภาวะปัญญาอ่อน ซึ่งหลาย ๆ คนเข้าใจว่าจะเป็นได้ก็ต่อเมื่อ เด็กนั้นขาดสารไอโอดีนเท่านั้น ถูกต้องค่ะ
แต่ไม่ทั้งหมด เพราะโรคนี้มีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่น ๆ อีก นั่นก็คือ สามารถเกิดจากความผิดปกติของต่อมธัยรอยด์
รู้รอบทันโลก ในกรณีที่ขาดสารไอโอดีนนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในระหว่างที่คุณแม่กำลังตั้งครรภ์และรับประทานอาหารที่มีไอโอดีนน้อย สามารถแก้ได้โดยการเสริมไอโอดีนในน้ำดื่มหรืออาหารเสริมให้กับเด็ก ปัญหานี้มักจะพบตามถิ่นทุรกันดารมากกว่าในเมืองหลวง แต่สำหรับภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน (Hypothyroidism) นั้นสามารถพบได้กับคนทุกคนที่การพัฒนาการของต่อมธัยรอยด์ฮอร์โมนในครรภ์มารดาผิดปกติ
ภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน คือการที่ร่างกายสร้างธัยรอยด์ฮอร์โมนไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แบ่งเป็น 2 พวกใหญ่ คือ
1. Congenital hypothyroidism เป็นภาวะแต่กำเนิดที่ร่างกายไม่สามารถสร้างธัยรอยด์ฮอร์โมน หรือสร้างได้ แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ส่งผลให้ทารกมีการเจริญเติบโตทางร่างกายและพัฒนาการทางสมองล่าช้า มีความสำคัญมาก เพราะถ้าเด็กได้รับการวินิจฉัยและรักษาล่าช้ากว่าอายุ 3 เดือนมากกว่าร้อยละ 80 จะมีปัญญาอ่อน ถ้ารักษาก่อนอายุ 3 เดือนมากกว่าร้อยละ 85 จะมีระดับสติปัญญาเป็นปกติ
2. Acquired hypothyroidism เป็นภาวะที่ร่างกายแสดงอาการขาดธัยรอยด์ฮอร์โมนที่ไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด และมักพบหลังอายุ 2 ขวบ ซึ่งเป็นระยะที่สมองของเด็กพัฒนาเกือบสมบูรณ์แล้ว เพราะฉะนั้นเด็กจึงมีภาวะปัญญาอ่อน แต่จะมาพบแพทย์ด้วยเรื่องโตช้า คอพอก เซื่องซึม ฯลฯ เป็นต้น
ภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน มีอุบัติการณ์โดยรวม 1 ต่อ 2,500 ของทารกคลอดมีชีพ และเป็นที่ทราบกันดีว่าทารกที่ป่วยด้วยโรคนี้ หากได้รับการรักษาล่าช้าเกินไป แม้การเจริญเติบโตจะปกติ แต่ภาวะปัญญาอ่อนไม่สามารถฟื้นคืนมาได้ ซึ่งเป็นการสูญเสียอย่างมากต่อครอบครัวและประเทศชาติ การป้องกันไม่ให้มีอาการแสดงของภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน ทำได้โดยคัดกรองสุขภาพทารกแรกเกิด และให้การรักษาก่อนมีอาการ ยิ่งให้การรักษาได้เร็วเท่าไรจะลดการเกิดภาวะปัญญาอ่อนได้ดียิ่งขึ้น
แล้วพ่อแม่จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกปลอดภัยจากภาวะนี้หรือไม่? สามารถรู้ได้โดยการตรวจเลือดทารกแรกเกิด ที่มีอายุตั้งแต่ 2 วัน (48 ชั่วโมง) แต่ไม่เกิน 7 วัน โดยคุณพ่อคุณแม่จะเป็นผู้อนุญาตให้ทางสถานพยาบาลทำการเจาะเลือดทารก เพื่อส่งตรวจคัดกรองและบันทึกในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก เพื่อให้รู้ว่าเด็กได้รับการเจาะเลือดเพื่อตรวจคัดกรองภาวะขาดธัยรอยด์ฮอร์โมนแล้ว
หากคุณปล่อยไว้คงเป็นเรื่องยากที่จะสังเกตเองได้ สิ่งที่คุณพอจะพบได้จากอาการของลูกคือ เด็กมีตัวเหลืองหลังคลอดนานกว่าปกติ ซึม หลับมาก ไม่ค่อยดูดนม เลี้ยงง่าย ไม่โยเย ท้องผูก สะดือจุ่น ผิวแห้ง ลิ้นโต ร้องเสียงแหบ และหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา เด็กจะมีอาการชัดเจนขึ้น มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการช้า เสียงแหบ ลิ้นโต หน้าบวม ผิวเย็นแห้ง
สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจ คือ ทารกแรกคลอดทุกคนควรตรวจเลือดเพื่อหาระดับธัยรอยด์ภายใน 2 3 วันหลังคลอด มารดาที่เป็นโรคธัยรอยด์ จะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบทันทีตั้งแต่เริ่มฝากครรภ์ และจะต้องได้รับการตรวจเลือด กรณีที่พบว่า มีภาวะพร่องธัยรอยด์ฮอร์โมน ควรเริ่มรักษาด้วยยาแต่เนิ่น ๆ เด็กก็จะมีระดับสติปัญญาเหมือนปกติได้
ประเทศไทยนับเป็นประเทศกำลังพัฒนาประเทศแรกและประเทศเดียวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่มีระบบการคัดกรองสุขภาพทารกแรกเกิดอย่างครบวงจร ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่า ภายในปี 2545 เด็กทุกคนที่เกิดมาจะต้องได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพอย่างทั่วถึง ถ้าคุณพ่อคุณแม่อยากจะช่วยให้ฝันของกระทรวงสาธารณสุขเป็นจริง ก็น่าจะช่วยกันคัดกรองสุขภาพของลูกคุณตั้งแต่แรกคลอดนะคะ
เรื่องอย่างนี้มีแต่ได้กับได้นะคะ มาเถิดค่ะมาคัดกรองสุขภาพลูกน้อยของคุณก่อนที่อะไร ๆ มันจะสายเกินไปนะคะ
|
|
|
 |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|
 |
|
|
 |
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์