ผู้หญิง แฟชั่นปก wallpaper สุขภาพ ความงาม แต่งงาน ฮันนีมูน แม่และเด็ก ตั้งครรภ์ sexy girl  เซ็กซี่ สาวสวย ผู้หญิงเก่ง woman women girl ภาพเซ็กซี่ ภาพหลุด
ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > สุขภาพ > โรคภัยไข้เจ็บ   แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
เมื่อความ"สั่น"มาเยือน PARKINSON’S DISEASE
วิวัฒนาการที่ทำให้มนุษย์มีความแตกต่าง และมีความสามารถเหนือสัตว์โลกอื่นๆ สองประการคือ วิวัฒนาการของสมองที่ทำให้มนุษย์มีความจำ ความคิด ความอ่านที่เฉลียวฉลาดกว่าสัตว์ชนิดอื่นๆ และการใช้มือในการหยิบจับ และทำงานที่ละเอียดมากๆ ได้ ทำให้มนุษย์สามารถสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ที่คิดค้นขึ้นได้อย่างวิจิตรพิสดาร

คุณคงเคยเห็นคนที่เป็นพาร์คินสันกันมาบ้าง เชื่อหรือไม่ว่าเป็นโรคที่มีคนเป็นกันไม่น้อยเลยในเมืองไทย พาร์คินสันเป็นโรคที่ไม่เข้าใครออกใครไม่จำกัดอายุว่าแก่แล้วค่อยเป็น เพราะดูอย่าง ไมเคิล เจ ฟอกซ์ พระเอกของเราอายุยังน้อย ยังแจ๊คพอตกับพาร์คินสันเข้าให้ชนิดที่เรียกว่าพระเจ้าประทานให้ว่างั้นเถอะ โรคนี้จึงน่าสนใจไม่น้อยเลย

พาร์คินสัน เป็นโรคที่มีปัญหาที่การควบคุมการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ แม้ว่าเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับว่าเป็นโรคเรื้อรัง แต่การป่วยเป็นโรคพาร์คินสัน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถดำเนินชีวิตอย่างเต็มที่ได้เหมือนเดิม


มารู้จักกับโรคพาร์คินสัน
โรคพาร์คินสันเกิดจากความผิดปกติในส่วนเล็กๆ ของสมอง ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว และการทรงตัวของคนเรา เซลล์ประสาทในสมองส่วนนี้เกิดหยุดทำงานไปเฉยๆ ด้วยสาเหตุที่ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด เมื่อขาดการควบคุมจากสมอง อาการต่างๆ ของโรคพาร์คินสันจึงแสดงออกมา

ปัญหาอยู่ที่สมอง
ส่วนเล็กๆ ของสมองที่ชื่อ สับสแตนเชีย ไนกรา (SUBSTANTIA NIGRA) เป็นส่วนที่มีเซลล์ที่สร้างสารโดปามีน (DOPAMINE) ซึ่งมีบทบาทในการช่วยส่งผ่านคำสั่งไปยังสมองส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อโดยตรง ถ้าเซลล์ในสับสแตนเชีย ไนกราหยุดทำงาน จะทำให้มีการสร้างโดปามีนน้อยลง ทำให้มีการส่งผ่านคำสั่งที่ช่วยควบคุมให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างราบรื่นได้น้อยลงตามไปด้วย ผลที่เกิดขึ้นก็คือ การสั่น การเกร็งของกล้ามเนื้อ และการเคลื่อนไหวที่ช้ากว่าปกติ

อาการแบบพาร์คินสัน
อาการที่ปรากฏออกมาคือการไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อได้เหมือนเคย จึงเกิดการสั่น กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง และเคลื่อนไหวเชื่องช้าไม่สามารถบังคับได้ เป็นอาการของสภาวะที่เรียกว่า "พาร์คินโซนิสซึม (PARKINSONISM)" แม้ว่ายังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของโรคพาร์คินสัน แต่ก็ยังมีสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้มีอาการพาร์คินโซนิสซึมได้เช่นกัน เช่น การได้รับสารเคมีหรือยาบางชนิด การได้รับการกระเทือนที่ศีรษะ และการติดเชื้อบางชนิด

อาการของผู้ป่วยเป็นโรคพาร์คินสันจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนมีอาการรุนแรง ในขณะที่บางคนมีอาการเพียงเล็กน้อย ในตอนเริ่มต้นของโรคอาจเริ่มมีอาการที่ซีกเดียวของร่างกายก่อน แล้วมักจะเป็นอีกข้างหนึ่งตามมา โดยทั่วไปแล้ว อาการจะค่อยๆ เปลี่ยนไป ในช่วงหนึ่งจะมีอาการลักษณะแบบหนึ่ง แต่พอผ่านไปจะมีอาการเป็นอีกลักษณะหนึ่ง หากไม่รักษาก็จะมีอาการแย่ลงเรื่อยๆ ตามปกติโรคพาร์คินสันจะไม่มีผลต่อความจำและการใช้เหตุผล อาการที่พบบ่อยที่สุดของโรคพาร์คินสันเช่น

การสั่น (TREMOR): เป็นอาการหลักที่พบบ่อยที่สุดของพาร์คินสัน คือมือหรือแขนสั่นโดยอาจจะเป็นข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ อาจมีการสั่นของส่วนอื่นของร่างกายด้วย เช่น ขา เท้า หรือคาง การสั่นในโรคนี้มีลักษณะเฉพาะคือ จะสั่นน้อยลงเวลาที่ขยับร่างกายส่วนนั้น และการสั่นมักจะหายไปในขณะที่หลับ

กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง (RIGIDITY): หรืออาการตึงของกล้ามเนื้อ เกิดขึ้นจากการที่กล้ามเนื้อไม่ได้รับคำสั่งจากสมองให้คลายตัวอย่างเหมาะสม ความแข็งเกร็งของกล้ามเนื้ออาจทำให้มีอาการปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งมักจะอยู่ในท่าตัวงอๆ ห่อไหล

เคลื่อนไหวเชื่องช้า (BRADYKINESIA): จะเริ่มการเคลื่อนไหวได้ลำบาก ทำให้เป็นปัญหาเวลาจะลุกจากเก้าอี้หรือเตียง การเดินก็จะก้าวเดินได้เพียงก้าวสั้นๆ ถี่ๆ บางครั้งรู้สึกเหมือนถูกแช่แข็งเพราะจากความเชื่องช้านี้ แม้แต่การเคลื่อนไหวที่เป็นไปโดยไม่รู้ตัว เช่นการกระพริบตา การแสดงอารมณ์ทางสีหน้า การแกว่งแขนเวลาเดิน ทั้งหมดนี้จะเชื่องช้าไปด้วย

ปัญหาการทรงตัว: ทำให้ล้มง่าย โดยมักจะล้มไปทางด้านหน้าหรือด้านหลัง อาการอื่นๆได้แก่ การพูดที่ออกเสียงได้เบากว่าปกติและเสียงจะไม่มีความสูงต่ำ บางคนอาจมีปัญหาในการกลืน และท้องผูกก็เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเป็นโรคพาร์คินสัน

ดังนั้นคนที่เป็นโรคนี้ต้องเคร่งครัดในการรับประทานยา ห้ามหยุดยาหรือเปลี่ยนขนาดยาเอง นอกเสียจากเป็นคำสั่งของแพทย์ ร่วมกับรักษาโดยทำกายภาพบำบัดอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน

ในคนที่เป็นโรคพาร์คินสันที่มีอาการรุนแรง และกินยาก็ไม่ได้ผล กรณีนี้อาจต้องใช้การผ่าตัดเข้าช่วย แม้ว่าจะไม่ได้รักษาโรคให้หายขาด แต่ก็ช่วยลดอาการบางอย่างได้ โดยเฉพาะการสั่นและการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อ วัตถุประสงค์ของการผ่าตัดก็เพื่อปิดกั้นทางผ่านของคำสั่งจากสมองที่ทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ ระหว่างการผ่าตัด จะมีการทำลายเฉพาะที่ส่วนเล็กมากๆ ส่วนหนึ่งในสมอง เพื่อช่วยลดการสั่นและแข็งเกร็ง ตลอดจนการเคลื่อนไหวเชื่องช้า

กระฉับกระเฉงเข้าไว้ด้วยหัวใจนักสู้
ใครก็ตามที่พระเจ้าประทานโรคพาร์คินสันนี้มาให้ จะเป็นญาติมิตรคนรู้จักของคุณที่เป็นโรคนี้ จงเข้าใจเขาเถอะว่าเขาต้องทนทุกข์อยู่กับการที่เคลื่อนไหวได้อย่างเชื่องช้าลง ตอบสนองอะไรก็ไม่ไวเหมือนเดิม กำลังใจ คือสิ่งสำคัญที่คนรอบข้างมอบให้เขาได้ เพราะยิ่งเขาเคลื่อนไหวได้ไม่เหมือนเดิม จากการที่ไม่สามารถควบคุมและสั่งการอวัยวะตัวเองได้ก็จะยิ่งทำให้เขาไม่อยากเคลื่อนไหว อย่าท้อแท้ ทั้งที่จริงในทางตรงกันข้ามควรจะกระฉับกระเฉงเข้าไว้ เพราะการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น และยังช่วยให้ร่างกายโดยรวมทำงานได้ดีขึ้นด้วย ต้องออกกำลังกายทุกวัน

การเดินเป็นวิธีออกกำลังที่ดีที่สุดวิธีหนึ่ง เต้นรำก็เป็นกิจกรรมที่ดีเช่นกัน แม้แต่การทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถช่วยให้ได้ขยับร่างกายแล้ว แต่ก็อย่าหักโหมเกินไป เพราะมักจะเหนื่อยง่าย

อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องต้องยอมรับว่าคนที่เป็นโรคพาร์คินสันนั้นไม่ได้กระทบกระเทือนสติปัญญาแต่อย่างใด แต่วิถีชีวิตสิที่เปลี่ยนไป เพราะทำอะไรๆ ได้ลำบากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหว การพูดจา การใส่เสื้อผ้า การกินอาหาร เขียนหนังสือ แต่ก็ต้องปรับตัวเรียนรู้และฝึกฝนให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างดีที่สุด

ปรับตัวปรับอารมณ์
แน่นอนความไม่สบายทุกชนิดย่อมมีผลกับอารมณ์ กายไม่สบาย ใจจะปรอดโปร่งสดชื่นได้อย่างไร ไม่แปลกที่ป่วยเป็นโรคเรื้อรังจะทำให้รู้สึกอึดอัดรำคาญใจ กระวนกระวาย โกรธเกรี้ยว หรือกลัว ความรู้สึกเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ และตัวโรคพาร์คินสันเองยังทำให้รู้สึกเหนื่อย อารมณ์เสีย อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสมองยังทำให้มีอารมณ์ซึมเศร้าได้อีกด้วย อาการทางอารมณ์ก็ควรบอกหมอประจำตัวด้วยเพราะรักษาให้ดีขึ้นได้ไม่ยาก

อย่าแยกตัวอยู่คนเดียว อย่าให้การป่วยเป็นเหตุให้ต้องแยกตัวจากคนรอบข้าง คนรอบข้างอาจช่วยให้ชีวิตสนุกขึ้นได้บ้าง คนรอบตัวก็ควรมีความเอื้ออาทรห่วงใย และให้กำลังใจแก่กัน การเข้ากลุ่มกับคนอื่นที่ป่วยเป็นโรคเดียวกัน เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และเรียนรู้ว่าคนอื่นปรับตัวกันอย่างไร ก็น่าจะเป็นประโยชน์เหมือนกัน

กำลังใจจึงเป็นสิ่งสำคัญที่คนเหล่านี้ต้องการเพื่อก้าวเดินต่อไป แม้ว่ายังไม่สามารถรักษาโรคนี้ให้หายได้ แต่อาการทั้งหลายก็สามารถควบคุมได้ ซึ่งทำให้ยังคงกระฉับกระเฉงและใช้ชีวิตได้เต็มที่ การค้นคว้าวิจัยและเทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นสิ่งที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ความหวังยังมีอยู่เสมอตราบที่ลมหายใจคงอยู่

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง

Health Today
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้