ผู้หญิง แฟชั่นปก wallpaper สุขภาพ ความงาม แต่งงาน ฮันนีมูน แม่และเด็ก ตั้งครรภ์ sexy girl  เซ็กซี่ สาวสวย ผู้หญิงเก่ง woman women girl ภาพเซ็กซี่ ภาพหลุด
ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > สุขภาพ > โรคภัยไข้เจ็บ   แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
คุณรู้จักซีสต์ที่ผิวหนังดีแค่ไหน
พ.ญ.กอบกุล อุณหโชค :

คุณหลายคนคงเคยตกใจมาแล้วเมื่อคลำเจอก้อนที่ผิวหนัง เพราะชวนให้คิดมากว่าฉันเป็นอะไรกันแน่ เป็นโรคผิวหนัง เป็นซีสต์ หรือเป็นก้อนมะเร็งที่ผิวหนังหรือเปล่า ? “ซีสต์ (cyst)” เป็นเนื้องอกที่พบได้บ่อย มารู้จักกับซีสต์ให้มากขึ้นกันดีกว่า...

ซีสต์เกิดจากอะไร
ซีสต์เป็นเนื้องอกของผิวหนังชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นถุงซึ่งมีไขมัน เซลล์หนังกำพร้า เส้นผมหรือต่อมเหงื่อ หรือสารคัดหลั่งของร่างกายบรรจุอยู่ภายใน โครงสร้างที่เป็นผนังของซีสต์ก็คือส่วนประกอบของผิวหนัง เช่น รูขุมขน ท่อของต่อมไขมัน หรือต่อมเหงื่อซึ่งพองตัวเป็นถุงเนื่องจากมีการอุดตันของรูเปิดของต่อมต่างๆ เหล่านี้ หรือการฝังตัวของเซลล์ผิวหนังเข้าไปในชั้นหนังแท้ ซึ่งเกิดขึ้นตามหลังจากที่ผิวหนังถูกทิ่มแทง เป็นแผล หรือเกิดขึ้นในระหว่างขั้นตอนการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ โดยซีสต์ที่เกิดจากกลไกประการหลังนี้จะเป็นซีสต์ที่เป็นตั้งแต่กำเนิด

ซีสต์มีกี่ชนิด แต่ละชนิดมีลักษณะต่างกันอย่างไร
สามารถจำแนกซีสต์ที่เกิดขึ้นบนผิวหนังตามลักษณะ ตำแหน่งที่เกิด และส่วนประกอบของซีสต์ ออกเป็นซีสต์ชนิดต่างๆ ซีสต์ที่มีผนังซึ่งมีส่วนประกอบคล้ายผิวหนัง ได้แก่ epidermal cyst, milium, steatocystoma multiplex, vellus hair cyst และ dermoid cyst ซีสต์ที่มีผนังเป็นท่อของต่อมเหงื่อ ได้แก่ apocrine และ eccrine hidrocystoma

ในที่นี้จะเล่าถึงลักษณะของซีสต์ที่มีส่วนประกอบของผนังคล้ายผิวหนังเท่านั้น เพราะซีสต์ประเภทหลังเป็นซีสต์ที่พบได้ไม่บ่อยนัก

Epidermal cyst เป็นซีสต์ที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเป็นซีสต์ที่เกิดขึ้นกับผิวหนังที่เป็นส่วนประกอบของรูขุมขน โดยมี keratin ซึ่งมีส่วนประกอบเหมือนขี้ไคลบรรจุอยู่ภายใน ซีสต์ชนิดนี้มีลักษณะเป็นก้อนกลมๆ ขนาดแตกต่างกัน สีเดียวกับผิวหนังซึ่งยึดติดอยู่กับผิวหนังด้านบนแต่ไม่ติดกับเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ซีสต์ และอาจมีรูเปิดที่ผิวหนังในส่วนที่ซีสต์ยึดติดอยู่ ซึ่งเมื่อเราดึงผิวหนังให้ตึงจะพบรอยบุ๋มเกิดขึ้นบนซีสต์ในตำแหน่งนี้ และจะพบสารสีขาวๆ คล้ายสังขยาไหลออกมาเมื่อเราบีบซีสต์ แต่ไม่ควรใช้วิธีนี้ในการวินิจฉัยซีสต์ เนื่องจากการบีบซีสต์อาจทำให้ซีสต์มีการอักเสบ เจ็บและบวมแดงขึ้นได้ epidermal cyst จะมีขนาดแตกต่างกันไป เป็นกันได้ในทุกเพศทุกวัยและทุกส่วนของร่างกาย แต่พบบ่อยที่ใบหน้า คอ หน้าอก และหลังส่วนบน

Milium หรือสิวข้าวสาร เป็นซีสต์ที่มีผนังและส่วนประกอบเหมือน epidermal cyst แต่มีขนาดเล็กกว่า โดยมีลักษณะเป็นตุ่มแข็งสีขาวคล้ายสิว ซึ่งอยู่ตื้นและมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-2 ม.ม. ซีสต์ชนิดนี้พบได้ทุกอายุตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึงวัยชรา เป็นได้เท่าเทียมกันทั้งผู้หญิงและผู้ชาย พบได้ทั่วทั้งตัว แต่จะพบบ่อยที่บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จมูกในทารกแรกเกิด และที่หนังตาและแก้มในเด็กสาว นอกจากนี้ milium ยังมักเกิดขึ้นในตำแหน่งที่ผิวหนังเคยถูกทำลายมาก่อน เช่น ในบริเวณที่ผิวหนังเคยเป็นแผลถลอก หรือเกิดขึ้นหลังการขัดหน้า เกิดขึ้นหลังจากได้รับการฉายรังสีหรือตากแดดจนไหม้ หรือหลังจากเป็นโรคผิวหนังที่เป็นตุ่มน้ำพองใส หรือเกิดขึ้นในบริเวณที่เคยทายาสเตียรอยด์อยู่นานๆ ส่วนใหญ่เมื่อผิวหนังมีการสมานแผลภายหลังการที่ผิวถูกทำลายด้วยลักษณะต่างๆ เหล่านี้ ก็อาจมีสิวข้าวสารเกิดขึ้นได้

Steatocystoma เป็นซีสต์ที่เกิดขึ้นที่ท่อของต่อมไขมัน (sebaceous duct) ผนังของซีสต์ชนิดนี้มีลักษณะคล้ายกับซีสต์ชนิดแรกคือ epidermal cyst แต่สารที่บรรจุภายในซีสต์ไม่ใช่ keratin แต่เป็นไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมัน ซีสต์ชนิดนี้มักจะพบในวัยรุ่นและผู้ใหญ่ทั้งหญิงและชาย มีลักษณะเป็นตุ่มใต้ผิวหนังขนาดแตกต่างกันแต่มักไม่เกิน 2 ซ.ม.ซึ่งพบได้บนผิวหนังทุกส่วนของร่างกาย แต่พบบ่อยบริเวณกลางหน้าอก ต้นแขนและต้นขา ถ้าซีสต์ประเภทนี้อยู่ตื้นจะมองเห็นเป็นตุ่มสีเหลืองๆ แต่ถ้าซีสต์อยู่ลึกจะเห็นเป็นตุ่มสีเดียวกับผิวหนัง ลักษณะสำคัญของซีสต์ประเภทนี้ก็คือ ถ้าใช้เข็มเจาะซีสต์จะมีน้ำมันสีเหลืองคล้ายเนยเหลว ๆ ไหลออกมา ซีสต์ประเภทนี้มักจะเกิดขึ้นพร้อมๆ กันหลายๆ ตุ่ม(steatocystoma multiplex)

Vellus hair cyst เป็นซีสต์ขนาดเล็กซึ่งมีผนังและสารที่บรรจุอยู่ในซีสต์คล้ายกับ epidermal cyst และ steatocystoma แต่มีเส้นผมขนาดเล็ก (vellus hair) บรรจุอยู่ภายในซีสต์ด้วย ทำให้ซีสต์มีลักษณะเป็นตุ่มสีคล้ำ ซีสต์ชนิดนี้มักเกิดขึ้นพร้อมกันหลายๆ ตุ่มทั่วร่างกาย (eruptive vellus hair cyst)

Dermoid cyst เป็นซีสต์ที่พบไม่บ่อย ซีสต์ชนิดนี้มักเป็นตั้งแต่กำเนิดหรือวัยเด็ก และเป็นซีสต์ที่มีส่วนประกอบเหมือนผิวหนังมากที่สุด โดยผนังของซีสต์ประกอบด้วยเซลล์ผิวหนัง เส้นผม ต่อมเหงื่อและต่อมไขมัน ลักษณะของซีสต์เป็นก้อนกลมใต้ผิวหนัง ขนาดประมาณ 1-4 ซ.ม. ซึ่งอาจมีปอยผมงอกออกมาจากซีสต์ ตำแหน่งที่พบบ่อย ได้แก่ บริเวณหางคิ้ว จมูก และหนังศีรษะ ซีสต์ชนิดนี้ถ้าเป็นที่บริเวณกึ่งกลางของร่างกาย เช่น จมูก และศีรษะบริเวณท้ายทอยอาจมีทางเปิดติดต่อกับสมอง

ซีสต์จะกลายเป็นเนื้อร้ายได้หรือไม่
เนื่องจากผนังของซีสต์ประกอบด้วยเซลล์ผิวหนัง จึงมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้เช่นเดียวกับผิวหนังทั่วๆ ไป แต่อุบัติการณ์ในการเกิดมะเร็งจากซีสต์ต่ำมากจนไม่จำเป็นต้องกังวลจนกลัดกลุ้ม โรคแทรกซ้อนที่เกิดจากซีสต์ส่วนใหญ่จึงเป็นการอักเสบและการติดเชื้อแทรกซ้อน ซึ่งมักเกิดขึ้นในกรณีที่ซีสต์แตก จากการถูกเจาะหรือบีบซีสต์ หรือการที่ซีสต์นั้นอยู่ในตำแหน่งที่ถูกเสียดสีบ่อยๆ ทำให้สารที่บรรจุอยู่ในซีสต์เล็ดลอดออกมากระตุ้นให้ร่างกายเกิดขบวนการอักเสบ และเชื้อแบคทีเรียที่อยู่บนผิวหนังแทรกซึมเข้าไปเจริญเติบโตในซีสต์ ทำให้ซีสต์มีขนาดใหญ่ขึ้น แดงและเจ็บ

สำหรับ dermoid cyst นั้นนอกจากจะมีโอกาสเกิดการอักเสบและติดเชื้อเช่นเดียวกับซีสต์ชนิดอื่นๆ แล้ว ในกรณีที่ซีสต์มีทางเปิดติดต่อกับสมอง การติดเชื้อที่ซีสต์จึงอาจลุกลามเข้าไปในสมองเกิดเป็นฝีในสมองได้ ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นซีสต์แบบไหนไม่ควรเจาะ แคะ แกะ เกาบ่อยๆ เพราะจะทำให้ติดเชื้อได้โดยไม่รู้ตัว

ถ้าถูกกระตุ้นหรือเสียดสีอยู่เสมอๆ ทำให้เป็นซีสต์ได้หรือไม่
มีความเชื่อที่ว่าการถูกกระตุ้นหรือเสียดสีอยู่เสมอๆ ทำให้เป็นซีสต์ได้ เช่น การถอนขนรักแร้เป็นประจำ การนั่งนานๆ จะทำให้เป็นซีสต์หรือไม่ ขอคลายข้อสงสัยให้ค่ะว่าการถอนขนรักแร้เป็นประจำไม่ใช่สาเหตุของการเกิดซีสต์ แต่อาจทำให้เกิดการอักเสบที่รูขุมขนขึ้นได้ เนื่องจากการถอนขนอาจทำให้เส้นขนที่งอกใหม่แทงทะลุออกมานอกรูขุมขน จึงเกิดเป็นตุ่มแดง มีอาการเจ็บที่รูขุมขนบริเวณดังกล่าว รูขุมขนที่อยู่ในตำแหน่งที่ถูกกระตุ้นหรือเสียดสีบ่อยๆ เช่น ที่คอ รักแร้ และก้น มีโอกาสเป็นแผลมีการฝังตัวของเซลล์ผิวหนังเข้าไปในชั้นหนังแท้จนเกิดเป็นซีสต์ และมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่ซีสต์ในบริเวณนี้ได้ง่าย การนั่งนาน ๆ จึงอาจเป็นสาเหตุของการเกิดซีสต์ได้ค่ะ

เป็นซีสต์แล้วรักษาหายหรือไม่
เนื่องจากซีสต์เป็นเนื้องอกที่มีโอกาสกลายเป็นมะเร็งได้น้อย จึงไม่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดออก แต่ควรผ่าตัดเอาซีสต์ออกในกรณีที่ซีสต์นั้นมีการอักเสบติดเชื้อบ่อยๆ หรือมีโอกาสที่จะเกิดการอักเสบติดเชื้อจากการที่ซีสต์นั้นอยู่ในตำแหน่งที่ได้รับการเสียดสีบ่อยๆ สำหรับซีสต์ที่มีขนาดเล็กและอยู่ตื้น เช่น milium อาจให้การรักษาด้วยการเจาะและใช้เครื่องมือสำหรับกดสิว กดเอาสารที่บรรจุอยู่ในซีสต์ออก ส่วนการรักษาซีสต์ชนิดอื่นก็ทำได้โดยการผ่าตัดเอาก้อนซีสต์ออก ส่วน steatocystoma นั้น เนื่องจากสารที่อยู่ในซีสต์เป็นน้ำมัน จึงอาจรักษาได้ด้วยการใช้เข็มเจาะดูดเอาน้ำมันที่บรรจุอยู่ในซีสต์ และลอกเอาผนังของซีสต์ออก ในกรณีที่ซีสต์มีการอักเสบติดเชื้อต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะร่วมกับการผ่าซีสต์เพื่อระบายหนองออก สำหรับ dermoid cyst ที่อยู่ในตำแหน่งที่อาจมีทางเปิดติดต่อกับสมองนั้น ก่อนให้การรักษาแพทย์จะต้องทำการตรวจอย่างละเอียดร่วมกับการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อพิจารณาว่าซีสต์มีทางเปิดต่อกับสมองหรือไม่ จะได้วางแผนการผ่าตัดได้ถูกต้องและป้องกันภาวะแทรกซ้อนไว้ล่วงหน้าค่ะ

เรื่องของซีสต์เป็นเรื่องไม่น่าต้องกังวลมากนัก เพราะโอกาสกลายเป็นมะเร็งค่อนข้างต่ำมาก ที่สำคัญไม่ว่าคุณจะเป็นซีสต์แบบไหน หรือถ้ายังไม่แน่ใจว่าเป็นซีสต์ก็ลองไปให้แพทย์ผิวหนังช่วยวินิจฉัยดูได้เพื่อความสบายใจ สิ่งที่ต้องดูแลตัวเองให้ดีคืออย่ามือซนไปบีบ เจาะซีสต์เองเพราะสามารถทำให้ติดเชื้อได้ เป็นแผลขึ้นมาได้
ร่วมลงนาม เพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง

Health Today
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้