ผู้หญิง แฟชั่นปก wallpaper สุขภาพ ความงาม แต่งงาน ฮันนีมูน แม่และเด็ก ตั้งครรภ์ sexy girl  เซ็กซี่ สาวสวย ผู้หญิงเก่ง woman women girl ภาพเซ็กซี่ ภาพหลุด
ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > สุขภาพ > โรคภัยไข้เจ็บ   แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
ปัสสาวะเล็ด
น.พ.อุทารชัย โรจนวิภาต
สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา


"ปัสสาวะเล็ด" เป็นภาวะที่พบบ่อยในเพศหญิง โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุมากขึ้น ส่วนใหญ่คิดว่าเกิดจากอายุที่มากขึ้น ทำให้มาพบแพทย์ไม่มากนัก ทั้งๆ ที่ภาวะดังกล่าวก่อให้เกิดความทุกข์ทรมาน และมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก เช่น อับอาย วิตกกังวลเรื่องกลิ่นปัสสาวะที่เล็ดออกมา ซึมเศร้า นอนหลับไม่เต็มที่ เนื่องจากต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะ

ตามปกติน้ำปัสสาวะจะไหลจากไตลงมาเก็บไว้ในกระเพาะปัสสาวะ เมื่อมี น้ำปัสสาวะมากประมาณ 100-300 มิลลิลิตร จะเริ่มรู้สึกปวดปัสสาวะ แต่คนส่วนใหญ่ยังทนได้ หากยังไม่สามารถหาสถานที่ที่เหมาะสม หรือเวลาที่เหมาะสม จะสามารถกลั้นปัสสาวะได้โดยไม่ทรมาน แต่ถ้าปัสสาวะมากถึง 300-500 มิลลิลิตร จะรู้สึกปวดปัสสาวะมาก และต้องรีบเข้าห้องน้ำ

ทำให้ผู้หญิงหลายคนที่ประสบปัญหา "ปัสสาวะเล็ด" ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านต่างๆ เช่น ดื่มน้ำให้น้อยลง เลือกที่จะไม่ไปสถานที่ที่ไม่สามารถปัสสาวะได้อย่างสะดวก เลือกที่จะไม่เดินทางไปยังสถานที่ไกลๆ พกพาแผ่นอนามัยติดตัวไว้เสมอ รวมทั้งเลือกที่จะใส่กางเกงสีเข้มเพื่ออำพรางรอยเปื้อน

อาการผิดปกติของการขับถ่ายปัสสาวะ ประกอบด้วย การปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ การที่ต้องตื่นขึ้นมาปัสสาวะในตอนกลางคืนมากกว่าหนึ่งครั้งขึ้นไป มีอาการเร่งรีบทำให้ไม่สามารถกลั้นปัสสาวะได้ ปัสสาวะเล็ดราดเมื่อไอหรือจาม

ปัจจุบันพบว่า มีความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะชนิดหนึ่งคือ ทั้งๆ ที่ปริมาณน้ำปัสสาวะในกระเพาะปัสสาวะยังไม่มากพอที่จะทำให้รู้สึกปวดในคนปกติ แต่ผู้ที่เป็นโรคนี้กระเพาะปัสสาวะจะบีบตัว ทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะมากต้องรีบเข้าห้องน้ำทันที รวมถึงต้องตื่นในตอนกลางคืนเพื่อมาปัสสาวะบ่อยครั้ง ซึ่งกลุ่มอาการดังกล่าวข้างต้น ในปัจจุบันจะเรียกว่า ภาวะกระเพาะปัสสาวะไวเกิน (overactive bladder, OAB) ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของภาวะดังกล่าว

การวินิจฉัย ภาวะกระเพาะปัสสาวะไวเกิน (Overactive Bladder, OAB) จำเป็นต้องซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยเฉพาะระบบประสาท รวมถึงการตรวจภายใน และการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตัดโรคอื่นๆ ที่อาจมีอาการและอาการแสดงคล้ายกันเสียก่อน ได้แก่


1.การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ

2.เนื้องอกในอุ้งเชิงกราน ที่กดดันกระเพาะปัสสาวะ จนทำให้ปัสสาวะบ่อย

3.การหย่อนยานของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน

4.ภาวะการขาดฮอร์โมนเพศหญิง

5.โรคเบาหวาน โรคเบาจืด การได้รับยาที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ

6.ความผิดปกติของระบบประสาท

7.กระเพาะปัสสาวะยืดตัวผิดปกติ (Overflow Incontinence)

8.เกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน


แนวทางการรักษา เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ดังนั้น การรักษาจึงใช้แนวทางรักษาหลายชนิดมาผสมผสานกัน กล่าวคือ
  1. รักษาภาวะที่ก่อให้เกิดปัญหากระเพาะปัสสาวะไวเกิน ตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น


  2. การใช้ยาที่มีฤทธิ์คลายการหดตัวของกระเพาะปัสสาวะ


  3. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การงดดื่มน้ำก่อนนอน หลีกเลี่ยงยา หรืออาหารที่มีฤทธิ์กระตุนการขับปัสสาวะ เช่น ยาขับปัสสาวะ น้ำชา กาแฟ การจัดที่นอนใหม่ให้เข้าห้องน้ำได้สะดวกขึ้น


  4. การฝึกกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นหนึ่งในพฤติกรรมบำบัด โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้สมองส่วนกลางส่งสัญญาณมายับยั้งวงจรการปัสสาวะ โดยการฝึกปัสสาวะให้เป็นเวลา และเพิ่มช่วงเวลาการถ่ายปัสสาวะให้มากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งหลักการเบี่ยงเบนความสนใจ


  5. การฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เพื่อทำให้กล้ามเนื้อที่รองรับอวัยวะในอุ้งเชิงกรานและกล้ามเนื้อหูรูดส่วนนอกของท่อปัสสาวะหนาตัวและแข็งแรงขึ้น โดยปกติการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน จะใช้ในการรักษาภาวะไอ-จามจนปัสสาวะเล็ด แต่พบว่าสามารถนำมาใช้รักษาภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินได้ด้วย

ภาวะกระเพาะปัสสาวะไวเกิน เป็นกลุ่มอาการของความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง ที่แม้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตมากนัก แต่ก็ทำให้คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมาก จึงจำเป็นที่แพทย์ในสาขาต่างๆ ที่อาจมีส่วนดูแลผู้ป่วย เช่น สูตินรีแพทย์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ อายุรแพทย์ และแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ให้ความสำคัญ และให้การรักษาอย่างจริงจัง เพื่อให้หายหรือบรรเทาจากภาวะดังกล่าว และให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ร่วมลงนาม เพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูล จาก
หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ปัสสาวะเล็ด

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 21

  1. Re: ปัสสาวะเล็ด

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้