 |
|
 |
|
รพ.จันทรุเบกษา จ.นครปฐม
"โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย" เป็นโรคที่สร้างความทุกข์ทรมานให้กับผู้ป่วย และทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต
เนื่องจากผู้ป่วยเหล่านี้เป็นโรคของไตที่ไม่สามารถทำการกำจัดของเสียออกจากร่างกายได้เพียงพอ ผู้ป่วยไม่อาจจะมีชีวิตรอดต่อไป นอกจากจะมีการช่วยขจัดของเสียออกจากร่างกายแทนไต โดยการล้างท้อง (Peritoneal Dialysis) และการฟอกเลือด โดยใช้เครื่องไตเทียม (Hemodialysis)
ซึ่งการกระทำทั้ง 2 วิธี ต้องทำเป็นประจำไม่มีโอกาสหยุดทำได้ ทำให้ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับการล้างไต ฟอกเลือดเป็นระยะๆ ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ป่วยจะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโดยวิธีการเหล่านี้อย่างมหาศาล
ปัจจุบันวิวัฒนาการทางการแพทย์เจริญก้าวหน้ามากขึ้น มีการผ่าตัดเปลี่ยนไตได้เป็นผลสำเร็จ การผ่าตัดเปลี่ยนไตนี้เป็นวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย เนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนไตมีข้อดีกว่าการรักษาโดยการล้างท้อง หรือฟอกเลือดโดยใช้ไตเทียม คือ
- มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น สามารถทำงานได้ตามปกติ ออกกำลังกายเล่นกีฬาได้ เรื่องอาหารไม่ต้องจำกัด หรืองดอาหารบางประเภท ภาวะซีด และภาวะสมดุลของเกลือแร่ในร่างกายดีขึ้น อาการอ่อนเพลียดีขึ้นสามารถมีบุตรได้
- ผลในระยะยาว ค่าใช้จ่ายถูกกว่าการรักษาโดยวิธีการล้างท้อง และฟอกเลือด
ปัจจุบันในประเทศไทยมีโรงพยาบาลหลายแห่งที่สามารถทำการผ่าตัดเปลี่ยนไตได้ เช่น รพ.ศิริราช รพ.จุฬาลงกรณ์ รพ.รามาธิบดี รพ.ภูมิพล รพ.พระมงกุฎเกล้า รพ.มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ รพ.มหาวิทยาลัยขอนแก่น รพ.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รพ.ตำรวจ และโรงพยาบาลเอกชนบางแห่ง
ผู้ป่วย "โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย" ที่สมควรได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนไต ควรมีคุณสมบัติดังนี้ คือ
- อายุไม่ควรจะเกิน 55 ปี เพราะถ้าผู้ป่วยอายุมาก ผลในระยะยาวไม่ดีเมื่อเทียบกับผู้ป่วยอายุน้อย
- ไม่มีโรคประจำตัว ซึ่งร้ายแรงหรือเป็นอันตรายต่อการดมยาสลบผ่าตัด เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคติดเชื้อรุนแรง ฯลฯ
- จะต้องมีความพร้อมทั้งร่างกาย จิตใจ เศรษฐฐานะ ตลอดจนพร้อมที่จะร่วมมือในการรักษา และมาตามนัดของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
หลังผ่าตัดเปลี่ยนไต ผู้ป่วยต้องปฏิบัติตัว ดังนี้
- ต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกันอย่างสม่ำเสมอ ห้ามงดยาเอง ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายยอมรับไตที่ปลูกถ่าย โดยไม่มีปฏิกิริยาต่อต้าน (ยานี้ต้องรับประทานตลอดชีวิต)
- ต้องมารับการตรวจหลังผ่าตัดตามที่แพทย์นัดอย่างสม่ำเสมอ
- ถ้ามีไข้ หรือมีอาการผิดปกติ รู้สึกเจ็บป่วยไม่สบายด้วยโรคอะไรก็แล้วแต่ ห้ามซื้อยารับประทานเอง ต้องไปพบแพทย์ที่ดูแลรักษาอยู่ประจำ ทั้งนี้เนื่องจากหลังผ่าตัดอาจจะมีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นได้ เช่น ภาวะแทรกซ้อนจากยา ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด หรือร่างกายไม่ยอมรับไตที่ปลูกถ่าย
- ต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
จะได้เห็นว่า "ไตวาย" นั้น ไม่ได้ทำให้ผู้ป่วยตายไว หรือสิ้นหวังอย่างที่คิด เนื่องจากในปัจจุบันสามารถทำการผ่าตัดเปลี่ยนไตได้เป็นผลสำเร็จ และไตจากร่างผู้บริจาค 1 คนนั้น สามารถนำไปปลูกถ่ายช่วยชีวิตให้กับผู้ป่วยได้ 2 คน นอกจากนี้ หัวใจ ปอด ตับ ตับอ่อน ลำไส้ และดวงตา ยังสามารถบริจาคเพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยอื่นๆ ได้อีก |
|
|
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|
 |

ขอขอบคุณข้อมูล จาก หนังสือพิมพ์คมชัดลึก |
|
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ไตวาย แต่ไม่ตายไว
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 36
Re: ไตวาย แต่ไม่ตายไว
ยายป่วยเป็นโรคไตวาย มีโรคประจำตัวคือ เบาหวาน หัวใจ ตอนนี้กำลังตัดสินกันอยู่ว่าจะให้ ฟอกไต มั้ย เพราะ กลัวเค้าจะทนไม่ได้
ไม่ทราบว่ามีวิธีรักษาอย่างอื่น หรือ วิธีการดูแล อย่างไรดีค่ะ เพราะ พอออกจากโรงพยาบาลกลับมาบ้าน ก็มักจะท้องบวม ขาบวม ต้องไปโรงพยาบาลให้ ยา เพื่อขับปัสสาวะให้มากขึ้น พอบวมน้อยลงก็กลับบ้าน สงสารยายมากค่ะ
ช่วย แนะนำด้วยค่ะ ที่ hk_yo@hotmail.com ขอขอบคุณล่วงหน้า สำหรับคำแนะนำนะค่ะ
Re: ไตวาย แต่ไม่ตายไว
เพาระผมใช้วิธีนี้กับพ่อแล้วได้ผลดีมากช่วยลดการทำงานของไตให้น้อยลงยืดอายุของคุณได้อีกนานอยาผม้มากกว่านี้โทรมา 01-6888931 ให้ปรึกษาฟรี
Re: ไตวาย แต่ไม่ตายไว
Re: ไตวาย แต่ไม่ตายไว
สนใจติดต่อ 06-4057078
Re: ไตวาย แต่ไม่ตายไว
Re: ไตวาย แต่ไม่ตายไว
Re: ไตวาย แต่ไม่ตายไว
Re: ไตวาย แต่ไม่ตายไว
ต้องดูแลอย่างไร
ใครรู้ช่วยแนะนำที puija_u@hotmail.com
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์