ผู้หญิง แฟชั่นปก wallpaper สุขภาพ ความงาม แต่งงาน ฮันนีมูน แม่และเด็ก ตั้งครรภ์ sexy girl  เซ็กซี่ สาวสวย ผู้หญิงเก่ง woman women girl ภาพเซ็กซี่ ภาพหลุด
ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > สุขภาพ > โรคภัยไข้เจ็บ   แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
รู้จักกับโรคเอสแอลอี SLE
อะไรคือโรค SLE ?
SLE เป็นโรคหนึ่งในกลุ่มโรคแพ้ภูมิตนเอง หรือ autoimmune disease และย่อมาจาก Systemic Lupus Erythematosus ที่เรียกเช่นนั้นเพราะโรคนี้ โดยรวมเกิดจากขบวนการอักเสบที่ไม่ใช่การติดเชื้อ เกิดขึ้นเนื่องจากภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเอง ( ซึ่งโดยปกติจะสร้างไว้เพื่อทำลายและป้องกันการติดเชื้อ ) ถูกสร้างเพื่อต่อต้านเนื้อเยื่อของร่างกายตนเอง การอักเสบจะเกิดได้กับอวัยวะใดก็ได้ในร่างกาย ซึ่งในผู้ป่วยแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ดังนั้นการรักษาจึงมักจะแตกต่างกันไป

อะไรคือสาเหตุของโรค SLE
ดังกล่าวข้างต้น SLE เป็นโรคที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อต้านเนื้อเยื่อของตนเอง พบว่า ระบบการควบคุมการสร้างและทำลายภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่ปกติ แต่สาเหตุแน่ชัดยังไม่เป็นที่รู้กัน เชื่อว่าคงเป็นผลรวมของทั้งทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ในบรรดาสิ่งแวดล้อมซึ่งอาจจะก่อโรค SLE พบว่า แสงอุลตร้าไวโอเลตมีผลค่อนข้างแน่ชัด และยังเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้โรค SLE กำเริบได้ ยาบางตัวโดยเฉพาะยาในกลุ่มลดความดันโลหิตสูง ยาหัวใจ และยากันชัก เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าโรค SLE มีอุบัติการมากขึ้นในคนแถบเอเชียเมื่อเทียบกับโรคทางตะวันตก

ความแตกต่างระหว่างโรค SLE ในเด็ก และในผู้ใหญ่
ความชุกและอุบัติการของโรค SLE ในเด็กของประเทศไทย ยังไม่มีการศึกษาจึงไม่มีข้อมูล แต่จากการศึกษาทางระบาดวิทยา พบว่า ประมาณ 15 - 20 % ของโรค SLE เกิดในเด็กก่อนอายุ 18 ปีบริบูรณ์ โดยอาการของโรคเกิดได้ตั้งแต่หลังคลอดจนถึงวัยผู้ใหญ่ โดยเกิดมากในช่วงอายุ 10 - 14 ปี ( - 40 % ) รองลงมาเป็น 15 - 19 ปี และ 5 - 9 ปี ตามลำดับ

ผลของฮอร์โมนเพศหญิงต่อการเกิดโรคนี้น้อยกว่าในผู้ใหญ่ จะเห็นได้จากอัตราส่วนของการเกิดโรคนี้พบว่า ในเด็กก่อนวัยเจริญพันธุ์อัตราส่วนเพศหญิงต่อเพศชายเป็น 3-4:1 แทนที่จะเป็น 7-9:1 ดังเช่นในผู้ใหญ่

อาการแสดงของโรคตามระบบ พบว่า อาการทางข้อ, ผิวหนัง, ไต และอาการทางประสาท ดูเหมือนจะพบในเด็กมากกว่าในผู้ใหญ่ ซึ่งโรค SLE ในเด็กจะมีอาการรุนแรงมากกว่าและการดำเนินโรคในช่วงกำเริบจะเร็วกว่า ในผู้ใหญ่ ทำให้ช่วงเวลาของการรักษาจะต้องเร็วกว่าในผู้ใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงผลระยะยาวของโรคต่ออวัยวะนั้นๆ

การรักษาและการใช้ยาคงต่างจากผู้ใหญ่ เนื่องจากต้องคำนึงถึงผลระยะยาวต่อทางร่างกายและจิตใจของเด็ก โดยเฉพาะผลทางด้านการเติบโตและพัฒนาการ ตลอดจนผลข้างเคียงที่แก้ไขไม่ได้ถ้าเกิดขึ้น

การตอบสนองต่อการรักษาและผลข้างเคียงของยากดภูมิคุ้มกัน และลดการอักเสบคงแตกต่างกับในผู้ใหญ่ อาจเป็นเพราะเนื่องจากวัยเด็กยังเป็นวัยที่เซลล์มีการเจริญเติบโตอยู่ตลอดเวลา ทำให้การตอบสนองต่อยาบางชนิดอาจจะดีกว่า ถ้าได้รับการบำบัดในระยะแรกๆของโรค ผลข้างเคียงของยาก็น้อยกว่าในผู้ใหญ่ ซึ่งอาจเป็นเพราะในเด็กไม่มีผลข้างเคียงจากการบริโภคสารบางตัวเช่นในผู้ใหญ่

เมื่อไรจึงสงสัยว่า อาจเป็นโรค SLE ?
โรค SLE เป็นผลจากการอักเสบของหลายๆอวัยวะในเด็กอาการโดยส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยจำเพาะจึงทำให้การวินิจฉัยล่าช้าเป็นผลให้การรักษาล่าช้าตามไปด้วย อย่างไรก็ตามควรคำนึงถึงโรค SLE เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้

1) ไข้เรื้อรังไม่ทราบสาเหตุ
2) มีอาการเพลียมากผิดปกติเป็นเวลานาน
3) มีอาการเบื่ออาหาร รวมถึงน้ำหนักลด
4) รู้สึกเพลียมากขึ้นหรืออาจมีผื่นขึ้นร่วมด้วยเมื่อถูกแสงแดด
5) มีผื่นขึ้นโดยเฉพาะที่หน้า และส่วนอื่นๆของร่างกาย ซึ่งไม่ได้เกิดจากผื่นแพ้
6) มีอาการปวด บวมตามข้อ โดยเฉพาะตอนเช้าๆหลังตื่นนอน
7) มีอาการผมร่วงมากขึ้น
8) มีอาการบวมตามตัว ตามหน้า หรือ ตามเท้า
9) โรคที่อาจไม่ได้รับการวินิจฉัยที่แน่นอน

เมื่อสงสัยควรต้องรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคข้อและรูห์มาติกเด็ก เพื่อรับการค้นคว้า วินิจฉัยและ รักษาต่อไป

การวินิจฉัยโรค SLE
เนื่องจาก SLE ยังเป็นโรคที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด เช่นเดียวกับโรครูห์มาติกหรือโรคแพ้ภูมิตนเอง จึงได้มีการกำหนดเกณฑ์ในการวินิจฉัยเอาไว้ เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัย สื่อสารระหว่างแพทย์ และการวิจัยต่อไป โดยผู้ป่วยจะต้องมี 4 อาการ ใน 11 อาการ ดังจะกล่าวต่อไป ซึ่งจะมีความแม่นยำถึง 96 % แต่อาการทั้ง 4 ไม่จำเป็นต้องมีในเวลาเดียวกัน แพทย์เฉพาะทางโรคข้อและรูห์มาติกเด็กสามารถจะบอก และให้การวินิจฉัยได้เร็วกว่า ซึ่ง บางครั้งอาการแสดงดังกล่าวอาจจะรอไม่ได้

>>การรักษา<<
หน้า [1] 2 >
ร่วมลงนาม เพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ภัยสังคมเน็ต-ซึมเศร้า กรณีศึกษานางเอกฆ่าตัว
แพทย์แนะ 10 วิธีลดเสี่ยง โรคมะเร็ง
นอนกรนแก้ไขได้ ไม่เป็นเรื่องน่าอาย
ตายเยอะแม้ป้องกันได้ มะเร็งปากมดลูก หญิงไทย ต้องกลัว!
สบายใจ- ช่วยให้ปลอดมะเร็ง

 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: รู้จักกับโรคเอสแอลอี SLE

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 42

  1. Re: รู้จักกับโรคเอสแอลอี SLE

  2. Re: รู้จักกับโรคเอสแอลอี SLE

    • ความคิดเห็นที่41
    • น้ำท่วมปอด ไต โปรตีนรั่ว SLE หายได้มีผู้ป่วยยืนยัน

      จากที่ไม่เคยเป็นอะไรเลย ร่างกายแข็งแรง แต่เพียงชั่วคืน ชีวิตก็เปลี่ยน ร่างกายอ่อนแอ น้ำท่วมปอดฉับพลัน ต้องสูบออกหลายครั้ง มีคนบอกว่ารอดมาได้อย่างไร แล้วก็มาโปรตีนรั่วอีกต้องตัดเนื้อเยี่อไตไปตรวจตั้งหลายครั้ง ทรมานจนน้ำตาไหลสุดท้ายหมอก็บอกว่าเป็น SLE คือโรคเดียวกับพุ่มพวงนะคะ เม็ดเลือดขาวทำงานแบบไม่มีประสิทธิภาพทำให้ได้รับเชื้อได้ง่าย เป็นโรคต่างๆได้อย่างฉับไว และเคยกินปลาสลิดท้องเสียต้องเข้าโรงพยาบาล น้ำหนักลดไป 8 กก ภายใน 2วัน เท่านั้น ตั้งแต่นั้นมาฉันก็ดูแลตัวเองให้ดีมาตลอด เมื่อก่อนตัวบวมแต่ตอนนี้กลับมาเหมือนเดิมแล้ว ตามรูป สาหร่ายังบอกว่าอาการดีมากจนเหมือนคนปกติ ก็ต้องขอบคุณยาวิฌศษ โดยมีการค้นคว้าวิจัยจาก อเมริกา เรื่องนี้โกหกกันไม่ได้ เพราะตัวฉันเองก็ต้องตรวจกับคุณหมอประจำทุกเดือนอยู่แล้ว ปรึกษาได้นะคะ 083-7132612
    • แดง รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: แดง
      • เมื่อ[14 มีนาคม 2550 - 15:17 น.]
      • IP[203.155.72.XXX]

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้