ผู้หญิง แฟชั่นปก wallpaper สุขภาพ ความงาม แต่งงาน ฮันนีมูน แม่และเด็ก ตั้งครรภ์ sexy girl  เซ็กซี่ สาวสวย ผู้หญิงเก่ง woman women girl ภาพเซ็กซี่ ภาพหลุด
ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > สุขภาพ > โรคภัยไข้เจ็บ   แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
ไข้เลือดออกเดงกี่
พญ.สมศรี ประยูรวิวัฒน์

ในฤดูฝนปีนี้ไข้เลือดออกระบาดรุนแรงมากขึ้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขคาดว่าปีนี้เป็นที่ครบวงจรการระบาดของไข้เลือดออก ซึ่งระบาดทุก 2 ปี และในปีนี้ก็มีผู้ที่เป็นไข้เลือดออกทั่วประเทศกว่าหมื่นคนแล้ว เสียชีวิตราว 20 คน โดยพบในทุกกลุ่มอายุและพบในทุกภูมิภาคของประเทศ


ไข้เดงกี่ (Dengue fever-DF) และไข้เลือดออกเดงกี่ (Dengue hemorrhagic fever-DHF) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า Dengue virus ระบาดครั้งแรกที่ฟิลิปปินส์เมื่อ พ.ศ.2497 ส่วนประเทศไทยระบาดครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2501 มียุงลายบ้าน (Aedes aegypti) และยุงลายสวน (Aedes albopictus) เป็นพาหะนำโรค

ยุงลายเป็นยุงสีดำขนาดเล็ก มีลายสีขาวที่ท้อง ลำตัวและขา ทำให้เห็นเป็นปล้องสีขาวสลับดำ พบมากตามบ้านอยู่อาศัยและในสวน มักออกหากินในเวลากลางวัน ขยายพันธุ์โดยไข่ในน้ำนิ่ง

ยุงลายได้รับเชื้อไวรัสจากการกัดผู้ที่ติดเชื้อไวรัส Dengue ไวรัสเข้าไปเจริญเติบโตในกระเพาะแล้วไปอาศัยอยู่ที่ต่อมน้ำลาย และเชื้อยังคงอยู่ในยุงจนสิ้นอายุขัยคือ 35-60 วัน

ยุงสามารถถ่ายทอดไวรัสไปสู่ไข่ได้ ราวกับทารกติดเชื้อจากแม่ขณะตั้งครรภ์ และไข่มีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แห้งและร่มได้นานถึง 1 ปี เมื่อเจอสิ่งแวดล้อมที่พอเหมาะก็จะฟักตัวออกมาเป็นลูกน้ำและเจริญเติบโตเป็นยุงแพร่เชื้อต่อไปได้ ส่วนคนติดเชื้อได้โดยถูกยุงลายที่มีเชื้อไวรัสกัดแล้วปล่อยเชื้อไวรัสจากต่อมน้ำลายเข้าสู่ร่างกาย

เชื้อ Dengue virus มีทั้งหมด 4 สายพันธุ์ (serotype) คือ DEN1, DEN2, DEN3, DEN4 การติดเชื้อสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งในครั้งแรกเรียกว่าการติดเชื้อปฐมภูมิ (primary infection) อาจไม่มีอาการหรือมีอาการไม่รุนแรง และมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสสายพันธุ์นั้น (homotypic immunity) ไปตลอดชีวิต อีกทั้งมีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสสายพันธุ์ที่เหลือ (heterotypic immunity) ชั่วคราวคือประมาณ 6-12 เดือน ส่วนการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ ที่เหลือในครั้งต่อไปเรียกว่าการติดเชื้อทุติยภูมิ (secondary infection) มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงและภาวะแทรกซ้อนสูง

เมื่อคนถูกยุงที่มีเชื้อไวรัส Dengue กัด ไวรัสเข้าสู่ร่างกายจะไปเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนที่เยื่อบุหลอดเลือด ตับ ม้าม ต่อมน้ำเหลือง แล้วกระจายไปในกระแสเลือด ทำให้เซลล์ของระบบภูมิคุ้มกันหลั่งสาร (mediators) มากหมายหลายชนิดออกมาในกระแสเลือด ทำให้เกิดสภาพดังนี้
ี้
• เยื่อบุหลอดเลือดเสียหน้าที่ในการรักษาของเหลว (พลาสมา) ไว้ในหลอดเลือด จึงทำให้ของเหลวรั่วซึมออกไปสู่เนื้อเยื่อรอบข้าง เป็นเหตุให้เลือดข้นและช็อก

• เกล็ดเลือดมีจำนวนลดต่ำลง เพราะถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกัน อีกทั้งเกล็ดเลือดทำหน้าที่บกพร่องร่วมด้วย เป็นเหตุให้เลือดออกง่าย

• กระบวนการแข็งตัวของเลือดบกพร่อง เป็นเหตุให้เลือดออกง่าย

อาการสำคัญที่สังเกตได้ คือปวดกล้ามเนื้อรุนแรงกว่าการติดเชื้อไวรัสอื่น และมักไม่มีอาการไอหรือน้ำมูกไหล ถึงแม้จะยังไม่มีการรักษาเฉพาะ และยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค ผู้ที่เป็นเพียงไข้เดงกี่ (Dengue Fever) ซึ่งส่วนใหญ่พบในเด็กเล็กและผู้ใหญ่ก็มีอาการไม่รุนแรงและรักษาให้หายเป็นปกติได้ ส่วนผู้ที่เป็นไข้เลือดออกเดงกี่ (Dengue Hemorrhagic Fever) ส่วนใหญ่พบในเด็กโตและวัยรุ่นที่มีอายุน้อยกว่า 16 ปี มีโอกาสเกิดอาการรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายร้ายแรง คือเกิดการช็อกและมีเลือดออกตามอวัยวะต่างๆ ซึ่งหากได้รับการรักษาไม่ทันอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ผู้ที่มีอาการรุนแรงบางราย แม้ได้รับการรักษาเต็มที่แล้วก็ตาม ยังอาจไม่สามารถรักษาชีวิตไว้ได้

อาการระยะแรกของทั้งไข้เดงกี่และไข้เลือดออกเดงกี่คล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ ดังนี้
• ไข้สูงลอย
• ปวดกล้ามเนื้อและกระดูก
• ปวดกระบอกตา ตาแดงและร้อนที่ตา
• ผื่นที่ผิวหนัง (rash) และผิวแดง (skin flush)

อาการเฉพาะของไข้เลือดออกเดงกี่ ที่ต่างจากไข้ติดเชื้อไวรัสอื่นๆ คือ
• ปวดท้อง อาเจียน (เป็นเวลา 2-4 วัน)
• เลือดออกรุนแรง ที่เยื่อบุจมูก (เลือดกำเดาไหล) เหงือก (เลือดออกตามไรฟัน) ใต้ผิวหนัง (จุดเลือดออก) ทางเดินอาหาร (อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายอุจจาระเป็นเลือด หรืออุจจาระเป็นสีดำ) เลือดออกที่อวัยวะภายใน เช่น ปอด ตับ สมอง เป็นต้น
• จุดเลือดออกขนาดเล็กที่ผิวหนังซึ่งต่างจากผื่นคันทั่วไปคือกดไม่จาง
ซึ่งรูปแบบของอาการการติดเชื้อไวรัส Dengue อาจไม่เกิดอาการ หรือแสดงอาการได้หลายรูปแบบ

ส่วนการดำเนินโรคของไข้เลือดออกเดงกี่ แบ่งออกเป็น 3 ระยะ

ระยะไข้สูง ระยะไข้ส่วนใหญ่กินเวลา 2-7 วัน เป็นระยะที่มีอาการไข้สูงลอยเฉียบพลัน ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย หน้าแดง ไข้มักสูงลอย 39-41?C และไม่ค่อยตอบสนองต่อยาลดไข้ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่หรือชายโครง ตับโต อาเจียน อาจมีผื่นแดงๆ หรือจุดเลือดออกใต้ผิวหนังได้ บางคนมีเลือดกำเดาไหล ซึ่งมักเกิดขึ้นในวันที่ 2-3 ของไข้

ระยะวิกฤตหรือช็อก เป็นระยะที่มีการรั่วซึมของพลาสมาออกนอกหลอดเลือด ในระยะนี้ไข้จะลดลงอย่างรวดเร็วภายใน 24 ชั่วโมง เข้าสู่ภาวะช็อก คืออาการทั่วไปเลวลงกระสับกระส่าย มือเท้าเย็น เล็บเขียว ตาลาย ชีพจรเต้นเบาและเร็ว ความดันโลหิตต่ำ ปวดท้อง อาเจียน ปัสสาวะน้อย ในเด็กเล็กๆ มักร้องงอแงปลอบไม่นิ่ง บ้างก็มีเลือดออกจากกระเพาะอาหาร ตรวจเลือดพบว่า เลือดข้นขึ้น เกร็ดเลือดลดต่ำลง เกิดภาวะเลือดเป็นกรด เป็นสาเหตุของการเสียชีวิต ระยะช็อกนี้จะเป็นอยู่ประมาณ 24-48 ชั่วโมง

ระยะฟื้น เป็นระยะที่ของเหลวซึมกลับสู่กระแสเลือด อาการทั่วไปดีขึ้น ความดันโลหิตและชีพจรปกติ เริ่มกินอาหารได้ ปัสสาวะออกมากขึ้น มีผื่นคันตามแขนขาเป็นวงขาวอยู่ในพื้นสีแดง อาจมีอาการคันร่วมด้วย

รูปแบบและความรุนแรงของการเกิดโรคขึ้นกับปัจจัยหลายประการ ที่สำคัญคืออายุและภาวะภูมิคุ้มกันของผู้ติดเชื้อ พบว่าผู้ที่มีอาการรุนแรงมักอายุน้อยและมีร่างกายสมบูรณ์ภาวะโภชนาการดี การติดเชื้อปฐมภูมิรุนแรงน้อยกว่าทุติยภูมิ ไวรัสแต่ละสายพันธุ์ก่อโรครุนแรงไม่เท่ากัน

ภาวะแทรกซ้อนที่พบในไข้เลือดออกเดงกี่…
• เลือดออกตามอวัยวะต่างๆ ทั่วร่างกาย รวมถึงที่สมองด้วย
• ช็อก ซีด หายใจเร็ว เหงื่อแตก ผิวเย็นชื้น ชีพจรเต้นเร็ว ซึมลง หมดสติ
• ดีซ่าน (ตาเหลือง ตัวเหลือง) สมรรถภาพการทำงานของตับเสื่อมไป
• ปอดอักเสบ
• สมองทำงานผิดปกติ
• เสียชีวิต

แต่ทั้งนี้หากเป็นเพียงไข้เดงกี่ก็มักจะไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ในบางคนไข้อาจลดลงใน 3 วัน แล้วมีไข้ขึ้นอีกครั้ง หลังจากนั้นไข้มักลดลงแล้วหายเป็นปกติใน 7-14 วัน

การดูแลตัวเอง
๐ ไปพบแพทย์หากมีอาการไข้สูง
๐ ไข้เดงกี่ที่มีอาการไม่รุนแรง อาจดูแลกันเองที่บ้านได้โดยมีข้อปฏิบัติดังนี้
  • ในระยะที่มีไข้สูง ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวเพื่อลดไข้ หากจำเป็นต้องใช้ยาลดไข้ ควรใช้ยาพาราเซตามอลในขนาดน้อยๆ เท่านั้น ไม่ควรกินในขนาดสูงเพราะมีผลเสียต่อตับ ห้ามใช้ยาแอสไพริน ibuprofen เป็นอันขาด เพราะจะทำให้เลือดออกง่าย ระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหาร และอาจเกิดภาวะ Reye’s syndrome คือมีความผิดปกติของสมองที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในเด็กและอาจทำให้เสียชีวิตได้

  • ดื่มน้ำมากๆ หากมีอาการอ่อนเพลียให้ดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำเกลือแร่บ่อยๆ ไม่ควรดื่มน้ำที่มีสีแดงหรือสีน้ำตาล เพราะมีสีคล้ายเลือดในกระเพาะอาหาร

  • หากมีอาการอาเจียนมาก มีเลือดปน ปวดท้อง ถ่ายอุจจาระเป็นสีดำ ปัสสาวะออกน้อยลง กระสับกระส่าย มือเท้าเย็นพร้อมๆ กับไข้ลดให้รีบไปโรงพยาบาลทันที

  • ส่วนผู้ที่เป็นไข้เลือดออกเดงกี่ ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์เท่านั้น

การบำบัดรักษา ยังไม่มีวิธีรักษาที่จำเพาะ มีเพียงการรักษาแบบประคับประคองตามอาการเท่านั้น
• วินิจฉัยให้ได้ว่าเป็นไข้เดงกี่หรือไข้เลือดออกเดงกี่ การวินิจฉัยและรักษาได้ทันเวลาสามารถลดอัตราตายจากโรคนี้
• รับเข้ารักษาในโรงพยาบาล เฝ้าสังเกตอาการและติดตามดูแลอย่างใกล้ชิดทุกวัน โดยต้องตรวจประเมินภาวะขาดสารน้ำบ่อยๆ โดยสังเกตจากการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิต ชีพจร
• ติดตามตรวจความเข้มข้นของเลือดและเกร็ดเลือดเป็นระยะๆ
• เฝ้าสังเกตภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด
• รักษาภาวะแทรกซ้อน ประกอบด้วยภาวะเลือดออกรุนแรง ช็อก ซึ่งพบได้ในไข้เลือดออกเดงกี่ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ ได้แก่ การให้สารน้ำ เลือด พลาสมา เกล็ดเลือด แล้วแต่กรณี อย่างเร่งด่วน

การรักษาไข้เลือดออกเดงกี่นั้น แพทย์ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะระยะวิกฤต 24-48 ชั่วโมง โดยประเมินภาวะขาดสารน้ำเป็นระยะๆ จากสัญญาณชีพและปริมาณปัสสาวะ เพื่อพิจารณาให้สารน้ำที่มีความเข้มข้นที่พอเหมาะในเวลาที่เหมาะสม ด้วยอัตราความเร็วและปริมาณต่อชั่วโมงให้พอดี เพื่อชดเชยตามอัตราการรั่วซึมของพลาสมาซึ่งไม่เท่ากันในแต่ละระยะ และต้องรีบหยุดการให้สารน้ำให้ทันเมื่อการรั่วซึมของพลาสมาหยุดลง พ้นระยะวิกฤตเข้าสู่ระยะฟื้นไข้ ไม่เช่นนั้นสารน้ำอาจเกินเมื่อพลาสมาที่รั่วออกไปซึมกลับเข้าหลอดเลือด เป็นเหตุให้หัวใจวายและปอดบวมน้ำได้ ส่วนการให้เกล็ดเลือดนั้น จะให้ก็ต่อเมื่อมีเลือดออกรุนแรงเท่านั้น เพราะเกล็ดเลือดจะถูกทำลายไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีประโยชน์ในกรณีที่มีเลือดออกไม่รุนแรง นอกจากนี้ยังต้องแก้ไขภาวะความเป็นกรดในเลือดให้ดี

นับว่าระยะวิกฤตเป็นระยะที่แพทย์ผู้รักษาต้องเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด คำนวณสารน้ำที่ให้ผู้ป่วยตามน้ำหนักที่ควรจะเป็น (ideal body weigh) ต่อชั่วโมง เพื่อรักษาสมดุลให้ดีเป็นรายๆไป แต่ถึงจะเฝ้าดูแลอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม การดำเนินโรคในบางรายก็ยังคงรุนแรง ไม่สามารถแก้ไขภาวะช็อกได้ จนนำไปสู่ภาวะตับวาย ไตวาย เลือดออกรุนแรงทั้งอวัยวะภายในและทุกทวาร

แม้ส่วนใหญ่ของผู้ที่ติดเชื้อไวรัส Dengue จะมีอาการไม่รุนแรงและหายเป็นปกติใน 1-2 สัปดาห์ แต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งที่ป่วยรุนแรงจนเข้าสู่ภาวะเลือดข้นและช็อก ซึ่งหากรักษาทันก็หายเป็นปกติ แต่ก็ยังมีบางรายที่แม้ได้รับการรักษาทัน โรคก็ยังดำเนินไปสู่ภาวะช็อกและเลือดออกมากจนเสียชีวิต โดยไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ว่าคนใดจะมีอาการหนัก สร้างความเศร้าเสียใจแก่แพทย์ผู้ดูแลที่ทุ่มทั้งกำลังกายและสติปัญญากับการดูแล ทั้งวันทั้งคืน แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตเขาไว้ได้ และที่ยิ่งเสียใจมากที่สุดคือบรรดาญาติที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักก่อนวัยอันควร

ด้วยเหตุนี้การป้องกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เริ่มด้วยป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด ตามด้วยการกำจัดยุงลายให้สิ้น ซึ่งต้องอาศัยการร่วมแรงร่วมใจจากทุกฝ่ายช่วยกันกำจัดลูกน้ำยุงลายอันเป็นเป้านิ่งที่กำจัดง่ายที่สุด หากมีเพียงบ้านใดบ้านหนึ่งในชุมชนไม่ให้ความร่วมมือ ยุงจากบ้านนั้นก็สามารถบินไปกัดผู้อื่นได้ไกลในรัศมีถึง 200 เมตร และไม่แน่ว่าวันหนึ่งผู้โชคร้ายที่ป่วยรุนแรงอาจเป็นคนใกล้ตัวที่เรารักก็ได้ ใครจะรู้ พร้อมหรือยังคะที่จะร่วมแรงกันกำจัดลูกน้ำยุงลายให้หมดไป

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง

Health Today
 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ไข้เลือดออกเดงกี่

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 51

  1. Re: ไข้เลือดออกเดงกี่

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้