ผู้หญิง แฟชั่นปก wallpaper สุขภาพ ความงาม แต่งงาน ฮันนีมูน แม่และเด็ก ตั้งครรภ์ sexy girl  เซ็กซี่ สาวสวย ผู้หญิงเก่ง woman women girl ภาพเซ็กซี่ ภาพหลุด
ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > สุขภาพ > โรคภัยไข้เจ็บ   แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
หิด
มีคนไข้ 3 คน พ่อ แม่ ลูกสาวตัวน้อยตาแป๋ว มาหาหมอพร้อมกันทั้งครอบครัวด้วยผื่นคันมากจนสุดทนบริเวณง่ามมือ และตามตัวจนนอนไม่หลับ เมื่อดูผื่นก็เห็นรอยเกาจนตัวลาย โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กอายุเพียงขวบกว่าเกาจนน่าเวทนา

อีกรายเป็นเด็กแบเบาะอายุประมาณ 4-5 เดือนเท่านั้น คุณแม่พามาหาหมอด้วยผื่นที่ง่ามมือเห็นเป็นตุ่มใสและรอยแดง ที่น่าขำคือ หนูน้อยตัวเล็กนิดเดียว นอนหลับตาเกาทั้งฝ่ามืออยู่บนตักแม่แบบเด็กๆ ทั้งที่กล้ามเนื้อที่นิ้วยังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา ยังไม่สามารถทำงานเป็นเอกเทศได้

ในกรณีที่พบผู้มีผื่นคันที่ง่ามมือที่เป็นกันทั้งครอบครัว และคันรุนแรงจนนอนไม่หลับ กระทั่งเด็กวัยไม่น่าจะเกา ยังเกาไม่หยุดทั้งยังหลับอย่างนี้ ไม่มีโรคอื่นเป็นหิดแน่นอน

หิด (Scabies) คือ ไร (mite) ชนิดหนึ่ง เป็นปรสิต (สัตว์ตัวเล็กๆ ที่อาศัยในร่างกายคน) ที่อาศัยอยู่ใต้หนังกำพร้า มีขนาดประมาณ 0.4 มิลลิเมตร มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า



เมื่อหิดโตเต็มวัยจะผสมพันธุ์กันบนผิวหนัง แล้วตัวผู้จะตาย ส่วนตัวเมียเจาะอุโมงค์ในชั้นหนังกำพร้าวันละ 2-3 มิลลิเมตรในตอนกลางคืน เพื่อวางไข่ครั้งละ 2-3 ฟอง จนถึง 10-25 ฟองในตอนกลางวัน ไข่ใช้เวลาฟักเป็นตัวอ่อน 3-4 วัน ตัวอ่อนมี 6 ขา มันจะคลานออกจากอุโมงค์เพื่อหาที่อยู่ใหม่ ตัวอ่อนใช้เวลาโตเต็มที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ตัวโตเต็มวัยจะมี 8 ขา มีอายุขัย 30-60 วัน แต่ถ้าอยู่นอกร่างกายในอุณหภูมิปกติ มันจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2-3 วันเท่านั้น

หิดชอบอาศัยอยู่ตามผิวหนังที่มีความชื้น ได้แก่ ง่ามนิ้วมือ นิ้วเท้า สะดือ รักแร้ อวัยวะเพศ ขาหนีบ แต่ก็สามารถอยู่ได้ที่ข้อมือ ข้อเท้า ข้อศอก รักแร้ เอว หัวนม สะดือ ต้นขา สะบัก หัวหน่าว ก้นย้อย ไม่ค่อยพบหิดบริเวณใบหน้าและศีรษะซึ่งเป็นบริเวณที่มีไขมันมาก และฝ่ามือฝ่าเท้าที่ผิวหนังหนา ยกเว้นเด็กเล็กที่ผิวหนังยังมีไขมันน้อยและไม่หนา จึงพบรอยโรคได้ทั้งตัว คือมีผื่นที่หน้า ศีรษะ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หลังหู ร่องรอบคอด้วย

โรคหิดติดต่อกันโดยง่ายดายเพียงการสัมผัสใกล้ชิดทางผิวหนังเท่านั้น จึงพบบ่อยในที่ที่ผู้คนอยู่กันหนาแน่นแออัด คนในครอบครัวเดียวกันอาจติดต่อผ่านทางการใช้ของใช้ร่วมกัน เช่น เครื่องนอน เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม หิดไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง และการเป็นหิดก็ไม่ได้บ่งบอกว่าคนๆ นั้นไม่รักษาความสะอาดหรือมีสุขอนามัยไม่ดี

สาเหตุ
• เกิดจากหิด ซึ่งเป็นไรชนิดหนึ่งเข้าไปอาศัยอยู่ใต้หนังกำพร้า

อาการ
อาการทางผิวหนังจะเริ่มปรากฏหลังจากหิดอาศัยอยู่ใต้ผิวหนังเป็นเวลา 10-20 วัน เกิดเมื่อร่างกายได้รับการกระตุ้นจากโปรตีนในน้ำลายหรือสิ่งขับถ่ายของตัวหิด แล้วเกิดปฏิกิริยาไวเกินของร่างกายต่อหิด ส่วนการติดโรคในครั้งต่อไป ใช้เวลาในการเกิดอาการประมาณ 24 ชั่วโมง โดยมีอาการดังต่อไปนี้

• ผื่นเป็นเส้นนูนขยุกขยิกคดเคี้ยวคล้ายเส้นด้ายสั้นๆ 5-15 มิลลิเมตร ในระยะแรกของโรค อาจเป็นร่องคดเคี้ยวเป็นเส้นสีแดงหรือ
สีเทาอ่อนซึ่งเป็นอุโมงค์เล็กๆ ปลายสุดเป็นตุ่มน้ำใสซึ่งเป็นตำแหน่งที่หิดอาศัยและวางไข่
• ตุ่มแข็ง หรือเม็ดสีแดงขนาด 0.5 เซนติเมตร เป็นลักษณะที่มักพบที่อวัยวะเพศชาย อัณฑะ
• คันมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกลางคืนเมื่อร่างกายได้รับความอบอุ่น ในบรรดาโรคผิวหนังที่มีอาการคันทั้งหลาย หิดเป็นโรคที่มีอาการคันมากที่สุด มากกว่าอาการคันจากโรคผิวหนังใดๆ
• ผื่นลมพิษ
• รอยเกา อาจมีเลือดออกและแผลที่เกิดจากการเกา
• ผิวหนังอักเสบที่เกิดจากการเกาจนอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เกิดเป็นตุ่มหนองได้
• เจ็บบริเวณรอยเกาและตุ่มหนอง
ภาวะแทรกซ้อน
• ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนที่รอยเกา
• ผิวหนังอักเสบ


การดูแลตนเอง
• ไปพบแพทย์
• ทายาฆ่าหิดให้ทั่วตัวตั้งแต่ลำคอจรดปลายเท้าตามคำสั่งแพทย์ ระวังอย่าให้ยาเข้าตา
• ทายาฆ่า
หิดให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่สัมผัสโรคแม้จะยังไม่มีอาการคัน เพราะอาจอยู่ในระยะแรกที่ยังไม่มีอาการคัน

การวินิจฉัย
จากประวัติและลักษณะผื่นก็สามารถให้การวินิจฉัยโรคได้แล้ว อาจยืนยันโดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ด้วยการขูดบริเวณรอยโรคที่เป็นอุโมงค์และตุ่มใสซึ่งเป็นบริเวณที่หิดอาศัย แล้วนำไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะพบตัวหิด ไข่หิด และสิ่งขับถ่ายของหิด

การบำบัดรักษา
• ให้ยาทาต้านหิด การทายาต้องทาให้ทั่วทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะส่วนที่เป็นซอกอับ มิฉะนั้นอาจกำจัดตัวหิดไม่หมด สำหรับเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ควรทาที่หน้าและคอด้วย

• 0.3% gamma benzene hexachloride (Jacutin) เป็นยาที่ได้ผลดีที่สุด ใช้ทาหลังอาบน้ำและเช็ดตัวให้แห้งแล้วในตอนเย็น โดยทาให้ทั่วตัวหลังตั้งแต่คอจรดปลายเท้ายกเว้นศีรษะ ทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง แล้วจึงล้างออกตอนเช้า เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน ทำซ้ำแบบเดิมอีก 1 สัปดาห์ถัดมา จนกว่าจะหาย เด็กอายุ 3-10 ปี ให้ทาทิ้งไว้เพียง 3 ชั่วโมงแล้วล้างออก การรักษาในเด็กเล็ก ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพราะหากใช้ยามากเกินไป ยาอาจถูกดูดซึมเข้าทางผิวหนังในปริมาณมากพอที่จะทำให้เป็นพิษต่อระบบประสาททำให้เด็กชักได้

• 25% benzyl benzoate suspension ทาทั้งตัวตั้งแต่คอจรดปลายเท้าหลังอาบน้ำเช็ดผิวหนังให้แห้งแล้วในตอนเย็น ทิ้งไว้ 24ชั่วโมง จึงล้างออก หรือทาทิ้งไว้ 12 ชั่วโมงแล้วล้างออก 3 วันติดต่อกัน ทายาซ้ำอีกครั้งหลังจากครั้งแรก1 สัปดาห์ เพื่อฆ่าหิดรุ่นหลังที่ฟักออกจากไข่ เพราะยาชนิดนี้ฆ่าไข่หิดไม่หมด

• ขี้ผึ้งกำมะถัน (6-10%sulfur ointment ) ทาทั่วตัว 2-3 วัน

• ให้ยาต้านฮิสตามีนแก้คัน

• ให้ยาต้านจุลชีพกรณีติดเชื้อแบคทีเรีย

• รักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น


การป้องกัน
• หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับผู้ที่เป็นหิด
• ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ที่เป็นหิด เช่น เครื่องนุ่งห่ม ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ
• ทายาทำลายหิดหลังสัมผัสผู้ป่วยแม้ไม่มีอาการคัน เนื่องจากอาจอยู่ในระยะฟักตัวของโรค
• งดมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่ยังมีอาการ
• ซักของใช้ผู้ป่วย ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องนอน เช่น มุ้ง ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง ด้วยน้ำร้อน หรือต้ม แล้วอบแห้งด้วยความร้อน หรือรีดด้วยเตารีด เพื่อกำจัดตัวหิดและไข่ที่ตกค้างในบ้านในระหว่างการรักษา
• นำของใช้ในครัวเรือน เช่น ที่นอน หมอน เสื่อ พรม ฯลฯ ออกมาตากแดดจัดๆ
• ของใช้ที่ต้มไม่ได้ ให้ทำความสะอาดแล้วเก็บแยกไว้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อรอจนกว่าหิดตายหมด
• บ้านที่ปูพรมให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นแล้วนำผงไปทิ้งนอกบ้าน


ร่วมลงนาม เพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง

Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง): หิด
 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ภัยสังคมเน็ต-ซึมเศร้า กรณีศึกษานางเอกฆ่าตัว
แพทย์แนะ 10 วิธีลดเสี่ยง โรคมะเร็ง
นอนกรนแก้ไขได้ ไม่เป็นเรื่องน่าอาย
ตายเยอะแม้ป้องกันได้ มะเร็งปากมดลูก หญิงไทย ต้องกลัว!
สบายใจ- ช่วยให้ปลอดมะเร็ง

Health Today
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้