 |
|
 |
|
มีคนไข้ 3 คน พ่อ แม่ ลูกสาวตัวน้อยตาแป๋ว มาหาหมอพร้อมกันทั้งครอบครัวด้วยผื่นคันมากจนสุดทนบริเวณง่ามมือ และตามตัวจนนอนไม่หลับ เมื่อดูผื่นก็เห็นรอยเกาจนตัวลาย โดยเฉพาะเจ้าตัวเล็กอายุเพียงขวบกว่าเกาจนน่าเวทนา
อีกรายเป็นเด็กแบเบาะอายุประมาณ 4-5 เดือนเท่านั้น คุณแม่พามาหาหมอด้วยผื่นที่ง่ามมือเห็นเป็นตุ่มใสและรอยแดง ที่น่าขำคือ หนูน้อยตัวเล็กนิดเดียว นอนหลับตาเกาทั้งฝ่ามืออยู่บนตักแม่แบบเด็กๆ ทั้งที่กล้ามเนื้อที่นิ้วยังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา ยังไม่สามารถทำงานเป็นเอกเทศได้
ในกรณีที่พบผู้มีผื่นคันที่ง่ามมือที่เป็นกันทั้งครอบครัว และคันรุนแรงจนนอนไม่หลับ กระทั่งเด็กวัยไม่น่าจะเกา ยังเกาไม่หยุดทั้งยังหลับอย่างนี้ ไม่มีโรคอื่นเป็นหิดแน่นอน
หิด (Scabies) คือ ไร (mite) ชนิดหนึ่ง เป็นปรสิต (สัตว์ตัวเล็กๆ ที่อาศัยในร่างกายคน) ที่อาศัยอยู่ใต้หนังกำพร้า มีขนาดประมาณ 0.4 มิลลิเมตร มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า

เมื่อหิดโตเต็มวัยจะผสมพันธุ์กันบนผิวหนัง แล้วตัวผู้จะตาย ส่วนตัวเมียเจาะอุโมงค์ในชั้นหนังกำพร้าวันละ 2-3 มิลลิเมตรในตอนกลางคืน เพื่อวางไข่ครั้งละ 2-3 ฟอง จนถึง 10-25 ฟองในตอนกลางวัน ไข่ใช้เวลาฟักเป็นตัวอ่อน 3-4 วัน ตัวอ่อนมี 6 ขา มันจะคลานออกจากอุโมงค์เพื่อหาที่อยู่ใหม่ ตัวอ่อนใช้เวลาโตเต็มที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ตัวโตเต็มวัยจะมี 8 ขา มีอายุขัย 30-60 วัน แต่ถ้าอยู่นอกร่างกายในอุณหภูมิปกติ มันจะมีชีวิตอยู่ได้เพียง 2-3 วันเท่านั้น
หิดชอบอาศัยอยู่ตามผิวหนังที่มีความชื้น ได้แก่ ง่ามนิ้วมือ นิ้วเท้า สะดือ รักแร้ อวัยวะเพศ ขาหนีบ แต่ก็สามารถอยู่ได้ที่ข้อมือ ข้อเท้า ข้อศอก รักแร้ เอว หัวนม สะดือ ต้นขา สะบัก หัวหน่าว ก้นย้อย ไม่ค่อยพบหิดบริเวณใบหน้าและศีรษะซึ่งเป็นบริเวณที่มีไขมันมาก และฝ่ามือฝ่าเท้าที่ผิวหนังหนา ยกเว้นเด็กเล็กที่ผิวหนังยังมีไขมันน้อยและไม่หนา จึงพบรอยโรคได้ทั้งตัว คือมีผื่นที่หน้า ศีรษะ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า หลังหู ร่องรอบคอด้วย
โรคหิดติดต่อกันโดยง่ายดายเพียงการสัมผัสใกล้ชิดทางผิวหนังเท่านั้น จึงพบบ่อยในที่ที่ผู้คนอยู่กันหนาแน่นแออัด คนในครอบครัวเดียวกันอาจติดต่อผ่านทางการใช้ของใช้ร่วมกัน เช่น เครื่องนอน เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม หิดไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง และการเป็นหิดก็ไม่ได้บ่งบอกว่าคนๆ นั้นไม่รักษาความสะอาดหรือมีสุขอนามัยไม่ดี
สาเหตุ เกิดจากหิด ซึ่งเป็นไรชนิดหนึ่งเข้าไปอาศัยอยู่ใต้หนังกำพร้า
อาการ อาการทางผิวหนังจะเริ่มปรากฏหลังจากหิดอาศัยอยู่ใต้ผิวหนังเป็นเวลา 10-20 วัน เกิดเมื่อร่างกายได้รับการกระตุ้นจากโปรตีนในน้ำลายหรือสิ่งขับถ่ายของตัวหิด แล้วเกิดปฏิกิริยาไวเกินของร่างกายต่อหิด ส่วนการติดโรคในครั้งต่อไป ใช้เวลาในการเกิดอาการประมาณ 24 ชั่วโมง โดยมีอาการดังต่อไปนี้
ผื่นเป็นเส้นนูนขยุกขยิกคดเคี้ยวคล้ายเส้นด้ายสั้นๆ 5-15 มิลลิเมตร ในระยะแรกของโรค อาจเป็นร่องคดเคี้ยวเป็นเส้นสีแดงหรือ สีเทาอ่อนซึ่งเป็นอุโมงค์เล็กๆ ปลายสุดเป็นตุ่มน้ำใสซึ่งเป็นตำแหน่งที่หิดอาศัยและวางไข่ ตุ่มแข็ง หรือเม็ดสีแดงขนาด 0.5 เซนติเมตร เป็นลักษณะที่มักพบที่อวัยวะเพศชาย อัณฑะ คันมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกลางคืนเมื่อร่างกายได้รับความอบอุ่น ในบรรดาโรคผิวหนังที่มีอาการคันทั้งหลาย หิดเป็นโรคที่มีอาการคันมากที่สุด มากกว่าอาการคันจากโรคผิวหนังใดๆ ผื่นลมพิษ รอยเกา อาจมีเลือดออกและแผลที่เกิดจากการเกา ผิวหนังอักเสบที่เกิดจากการเกาจนอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เกิดเป็นตุ่มหนองได้ เจ็บบริเวณรอยเกาและตุ่มหนอง ภาวะแทรกซ้อน ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนที่รอยเกา ผิวหนังอักเสบ
การดูแลตนเอง ไปพบแพทย์ ทายาฆ่าหิดให้ทั่วตัวตั้งแต่ลำคอจรดปลายเท้าตามคำสั่งแพทย์ ระวังอย่าให้ยาเข้าตา ทายาฆ่าหิดให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัวที่สัมผัสโรคแม้จะยังไม่มีอาการคัน เพราะอาจอยู่ในระยะแรกที่ยังไม่มีอาการคัน
การวินิจฉัย จากประวัติและลักษณะผื่นก็สามารถให้การวินิจฉัยโรคได้แล้ว อาจยืนยันโดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ด้วยการขูดบริเวณรอยโรคที่เป็นอุโมงค์และตุ่มใสซึ่งเป็นบริเวณที่หิดอาศัย แล้วนำไปส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ จะพบตัวหิด ไข่หิด และสิ่งขับถ่ายของหิด
การบำบัดรักษา ให้ยาทาต้านหิด การทายาต้องทาให้ทั่วทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะส่วนที่เป็นซอกอับ มิฉะนั้นอาจกำจัดตัวหิดไม่หมด สำหรับเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ควรทาที่หน้าและคอด้วย
0.3% gamma benzene hexachloride (Jacutin) เป็นยาที่ได้ผลดีที่สุด ใช้ทาหลังอาบน้ำและเช็ดตัวให้แห้งแล้วในตอนเย็น โดยทาให้ทั่วตัวหลังตั้งแต่คอจรดปลายเท้ายกเว้นศีรษะ ทิ้งไว้ 12 ชั่วโมง แล้วจึงล้างออกตอนเช้า เป็นเวลา 3 วันติดต่อกัน ทำซ้ำแบบเดิมอีก 1 สัปดาห์ถัดมา จนกว่าจะหาย เด็กอายุ 3-10 ปี ให้ทาทิ้งไว้เพียง 3 ชั่วโมงแล้วล้างออก การรักษาในเด็กเล็ก ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพราะหากใช้ยามากเกินไป ยาอาจถูกดูดซึมเข้าทางผิวหนังในปริมาณมากพอที่จะทำให้เป็นพิษต่อระบบประสาททำให้เด็กชักได้
25% benzyl benzoate suspension ทาทั้งตัวตั้งแต่คอจรดปลายเท้าหลังอาบน้ำเช็ดผิวหนังให้แห้งแล้วในตอนเย็น ทิ้งไว้ 24ชั่วโมง จึงล้างออก หรือทาทิ้งไว้ 12 ชั่วโมงแล้วล้างออก 3 วันติดต่อกัน ทายาซ้ำอีกครั้งหลังจากครั้งแรก1 สัปดาห์ เพื่อฆ่าหิดรุ่นหลังที่ฟักออกจากไข่ เพราะยาชนิดนี้ฆ่าไข่หิดไม่หมด
ขี้ผึ้งกำมะถัน (6-10%sulfur ointment ) ทาทั่วตัว 2-3 วัน
ให้ยาต้านฮิสตามีนแก้คัน
ให้ยาต้านจุลชีพกรณีติดเชื้อแบคทีเรีย
รักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น
การป้องกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับผู้ที่เป็นหิด ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ที่เป็นหิด เช่น เครื่องนุ่งห่ม ผ้าเช็ดตัว ฯลฯ ทายาทำลายหิดหลังสัมผัสผู้ป่วยแม้ไม่มีอาการคัน เนื่องจากอาจอยู่ในระยะฟักตัวของโรค งดมีเพศสัมพันธ์ในช่วงที่ยังมีอาการ ซักของใช้ผู้ป่วย ได้แก่ เครื่องนุ่งห่ม เครื่องนอน เช่น มุ้ง ปลอกหมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง ด้วยน้ำร้อน หรือต้ม แล้วอบแห้งด้วยความร้อน หรือรีดด้วยเตารีด เพื่อกำจัดตัวหิดและไข่ที่ตกค้างในบ้านในระหว่างการรักษา นำของใช้ในครัวเรือน เช่น ที่นอน หมอน เสื่อ พรม ฯลฯ ออกมาตากแดดจัดๆ ของใช้ที่ต้มไม่ได้ ให้ทำความสะอาดแล้วเก็บแยกไว้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อรอจนกว่าหิดตายหมด บ้านที่ปูพรมให้ใช้เครื่องดูดฝุ่นแล้วนำผงไปทิ้งนอกบ้าน
|
|
|
 |
Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง): หิด
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|
 |
|
|
 |
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์