 |
|
 |
|
สถานการณ์ล่าสุดของผู้ป่วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
สถานการณ์ของโรคมะเร็งปีพ.ศ.2543 พบตัวเลขผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งมากกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก และมีคนตายด้วยโรคนี้สูงถึงกว่า 6 ล้านคน ในอนาคตหรือประมาณปีพ.ศ.2563 คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยใหม่ที่เป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นถึง 50% หรือประมาณ 15 ล้านคน และคาดว่าจะมีคนตายด้วยโรคนี้ถึง 10 ล้านคนทุกๆ ปี
สำหรับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ทั่วโลกถือว่าเกิดมากเป็นอันดับ 3 ของมะเร็งทั้งหมด และในประเทศไทยก็มีสถิติเดียวนี้โดยเฉพาะในเพศชาย และในปีหน้านี้คาดว่าจะมีผู้ป่วยใหม่มะเร็งสำไล้ใหญ่ในไทยมากกว่า 10,000 ราย ที่ผ่านมายังไม่มียาตัวไหนสามารถต้านมะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะลุกลามได้ แต่ปัจจุบันจากการค้นคว้าวิจัยทางการแพทย์ระดับโลกพบว่ามีตัวยาที่สามารถรักษาที่เฉพาะเจาะจงต่อเป้าหมายได้
มะเร็งลำไส้ใหญ่คืออะไร ลำไส้ใหญ่เป็นส่วนล่างของระบบทางเดินอาหารซึ่งติดต่อโดยตรงกับลำไส้เล็ก และปลายสุดของลำไส้ใหญ่ก็คือทวารหนัก มะเร็งสำไส้ใหญ่คือการมีเนื้อร้ายบริเวณลำไส้(Colon) หรือทวารหนัก(Rectum) ด้วยลักษณะโรคที่คล้ายคลึงกันจึงเรียกรวมกันว่าเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้เซลมะเร็งยังอาจแพร่กระจายผ่านทางเลือดและน้ำเหลืองไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อีกด้วย
อาการของมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้ใหญ่มีการพัฒนาของโรคโดยไม่มีอาการ ส่วนใหญ่จึงพบว่าเป็นโรคนี้เมื่ออาการลุกลามแล้ว อย่างไรก็ตามในผู้ป่วยแต่ละคนก็จะมีอาการของโรคที่แตกต่างกัน แต่อาการที่พบบ่อยคือ 1.มีเลือดเก่าและมูกออกทางทวารหนัก หรือพบเลือดในอุจจาระ 2.มีการเปลี่ยนแปลงนิสัยในการถ่ายอุจจาระ เช่น ท้องผูกสลับกับท้องเสีย ทั้งจำนวนครั้งและลักษณะอุจจาระที่ออกมา เช่น อุจจาระลำเล็กกว่าปกติ 3.ท้องอืด ท้องเฟ้อ เรื้อรัง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 4.เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย ซีดหรือโลหิตจาง โดยไม่รู้สาเหตุ 5.อาเจียน 6.คลำก้อนได้ที่บริเวณท้อง และมีการอุดตันของลำไส้ใหญ่
ปัจจัยเสี่ยง อายุ ผู้ป่วยที่พบมักมีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป แต่อย่างไรก็ตามโรคนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย ติ่งเนื้องอกในลำไส้(Polyps) การเจริญของติ่งเนื้องอกบริเวณผนังลำไส้หรือทวารหนัก และบางชนิดอาจกลายเป็นมะเร็งได้ ประวัติส่วนตัว กรณีมีประวัติเป็นมะเร็งรังไข่ มะเร็งมดลูก หรือมะเร็งเต้านม ก็มีแนวโน้มและความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ประวัติครอบครัว ผู้ที่มีญาติในลำดับติดกันเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และโรคพันธุกรรมบางอย่างของลำไส้ใหญ่ อาหาร การรับประทานอาหารประเภทเนื้อสัตว์มาก ไขมันสูง หรือมีเส้นน้อยเป็นประจำ การออกกำลังกาย ผู้ที่ออกกำลังน้อยและมีน้ำหนักเกินจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากกว่าผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกฮอลล์ การสูบบุหรี่กระตุ้นให้เกิดเซลมะเร็งถึงร้อยละ 12 และการดื่มแอลกฮอลล์ในปริมาณมากก็สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งได้
แนวทางการตรวจรักษาโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ การรักษาโดยยาชีวบำบัด(Biological Therapy) คือแนวโน้มของการรักษาโรคนี้ในอนาคต ด้วยการพัฒนาและค้นคว้าวิจัยของชีวพันธุเทคโนโลยี(Biogenetic Technology) ทำให้เกิดความก้าวหน้าของการรักษาโรคมะเร็งในรูปแบบที่เรียกว่าชีวบำบัด คือการให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำหน้าที่ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม เพื่อทำลายเซลมะเร็ง ลดขนาดเซล หรือลดผลข้างเคียงของการรักษามะเร็งแบบอื่นๆ โดยออกแบบการรักษาด้วยการซ่อมแซม กระตุ้น หรือเพิ่มประสิทธิภาพการต่อต้านเซลมะเร็งของระบบภูมิคุ้มกัน สำหรับมะเร็งลำไส้ยาที่เฉพาะเจาะจงต่อ EGFR(Epidermal Growth Factor Receptor) หรือที่เรียกว่า TARGET EGFR คือกลุ่มยาชีวบำบัดที่เป็น Monoclonal Antibody กำลังมีบทบาทในการรักษาผู้ป่วยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ออกฤทธิ์โดยการเข้าไปกีดขวางตัวรับสัญญาณบนพื้นผิวของเซลมะเร็งเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของมัน
ยากลุ่ม TARGET EGFR เป็นรูปแบบสารหรือวัคซีนที่เรียกว่า Monoclonal Antibody ซึ่งไม่ใช่เป็นการรักษาแบบเคมีบำบัด แต่เป็นการรักษาแบบชีวบำบัดที่ใช้เทคโนโลยีทางพันธุวิศวกรรม นับเป็นยาชนิดแรกที่ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลมะเร็ง ซึ่งได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้เป็นการรักษาในรูปแบบชีวบำบัดที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงในการทำลายเซลมะเร็งลำไส้ใหญ่ จัดเป็นแนวทางการรักษาใหม่ล่าสุดที่เรียกว่า TARGET EGFR หรือยารักษาตามเป้าหมายอย่างเฉพาะเจาะจง
ยากลุ่ม TARGET EGFR มีกลไกเลียนแบบธรรมชาติของภูมิคุ้มกันในร่างกายที่ต่อต้านการติดเชื้อ ซึ่งในที่นี้คือการต่อต้านเซลที่แบ่งตัวผิดปกติหรือเซลมะเร็งนั่นเอง และจากรายงานการประชุมประจำปีของสมาคมมะเร็งวิทยา ประเทศสหรัฐอเมริกา(The American Society of Clinical Oncolgy ASCO) พบว่า กรณีที่มีการรักษาด้วยเคมีบำบัดแล้ว Cetuximab ที่ใช้ในการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักไม่สามารถควบคุมอาการของโรคได้อีกต่อไป แต่อย่างน้อยยากลุ่ม TARGET EGFR ก็ถือเป็นทางเลือกและความหวังใหม่ของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยระยะลุกลามหรือระยะสุดท้าย ที่ไม่สามารถผ่าตัดก้อนเนื้อมะเร็งออกได้และมีอัตราการรอดชีวิตต่ำมาก
ผู้ที่ไม่เคยป่วยก็คงไม่ตะหนัก แต่ที่แน่ๆ ผู้ป่วยเกือบร้อยทั้งร้อยต่างคิดเห็นตรงกันว่า ป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ป้องกันไว้ก่อนการรักษาย่อมดีกว่า เริ่มจากการดูแลตัวเองให้ดีทั้งเรื่องของอาหาร การออกกำลังกาย และปฏิบัติตัวให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดโรคนี้ดั่งที่กล่าวไว้ในตอนต้น |
|
|
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|
 |
|
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: มะเร็งสำไล้ใหญ่รักษาได้
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 9
Re: มะเร็งสำไล้ใหญ่รักษาได้
อยู่แบบพอเพียงอย่างที่พ่อหลวงสอน
ไม่ต้องแข่งกันมากมาย รู้จัพอ แล้วจะมีความสุข
ไม่เครียดแล้วก็***งไกลโรค
Re: มะเร็งสำไล้ใหญ่รักษาได้
Re: มะเร็งสำไล้ใหญ่รักษาได้
Re: มะเร็งสำไล้ใหญ่รักษาได้
Re: มะเร็งสำไล้ใหญ่รักษาได้
Re: มะเร็งสำไล้ใหญ่รักษาได้
Re: มะเร็งสำไล้ใหญ่รักษาได้
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์