 |
|
 |
|
การทำรีแพร์หรือที่เรียกง่ายๆ ว่าเย็บซ่อมทำสาวนั้น เป็นการเย็บช่องคลอดที่หย่อนยานให้กระชับขึ้น โดยผ่าตัดเอาเนื้อส่วนเกินออก ตบแต่งเย็บซ่อมแซมกล้ามเนื้อและผนังช่องคลอดใหม่ ให้ดูสวยงาม ขนาดช่องคลอดแคบลง แข็งแรงขึ้น เพื่อผลพวงทางเพศสัมพันธ์ 
การรีแพร์ดังกล่าวมี 2 แบบ สำหรับคนที่ไม่หย่อนยานมาก อาจเย็บเฉพาะช่องคลอดด้านหลัง เพื่อให้กระชับ เรียกว่า P-repair (Posterior Repair) หรือเย็บซ่อมทั้งช่องคลอดด้านหน้าและด้านหลัง กรณีที่หย่อนยานมาก เรียก AP-repair(Antero-Posterior repair)
การตรวจกล้ามเนื้อช่องคลอดว่าหย่อนยานหรือไม่เพื่อทำรีแพร์นั้นอาศัยการซักประวัติ ว่าสามีบ่นหลวมไม่กระชับ (ซึ่งนอกจากช่องคลอดมีปัญหาแล้ว ยังอาจเกิดจากปัญหาอื่นๆ อีกนานัปการ เช่นสามีบ่นเพื่อเป็นข้ออ้างมีกิ๊ก มีตกขาวมาก อ้วนมาก ฯลฯ) อาศัยการตรวจภายในซึ่งจะพบการหย่อนยานของช่องคลอดจนหย่อนเป็นถุงถุงช่องคลอดด้านบนเรียก Cystocele ซึ่งมีกระเพาะปัสสาวะหย่อนตาม ถุงด้านล่างเรียกRectocele มีลำไส้ใหญ่ส่วนทวารหนักหย่อนตาม อาศัยการดูและคลำกล้ามเนื้อรอบๆ ช่องคลอด พบว่าหายไปหรืออ่อนแอเป็นต้น
ส่วนเรื่องปัสสาวะเล็ดเวลายกของหนักไอ จาม หัวเราะ (Stress incontinence) ภาวะนี้เป็นในคุณผู้หญิงมากกว่าคุณผู้ชาย 2 เท่า เกิดจากหูรูดรูปัสสาวะอ่อนแอหรือรูปัสสาวะไม่ยึดแน่นและเคลื่อนไหวเวลาเบ่งสัมพันธ์กับอายุที่มากขึ้นโดยเฉพาะในวัยทอง เช่นในคุณผู้หญิงอายุเกิน60 ปี 1 ใน 3 คนจะมีอาการปัสสาวะเล็ด สัมพันธ์กับน้ำหนักตัวที่มากท้องผูกเรื้อรัง คนที่เป็นโรคหอบหืด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง การรับประทานยาขับปัสสาวะ ยกของหนักประจำ มีลูกมาก คลอดยากมาก หรือคลอดง่ายเกินไป ได้รับบาดเจ็บจากการผ่าตัดหรือฉายแสงรักษามะเร็งบริเวณใกล้รูปัสสาวะ ฯลฯ
สมัย10-20 ปีก่อน เชื่อว่าโรคปัสสาวะเล็ดสามารถแก้ไขด้วยการทำรีแพร์ช่องคลอดด้านบนและเย็บคอปัสสาวะ (Anterior repair and Kelly's plication) ปัจจุบันพบว่าการผ่าตัดดังกล่าวได้ผลไม่ดีในการรักษาปัสสาวะเล็ด งานวิจัยของประเทศไทยพบว่า การผ่าตัดนี้ไม่ทำให้ปัสสาวะเล็ดหายขาด เมื่อติดตามคนไข้เป็นในเวลา 5 ปี เกือบครึ่ง (ร้อยละ46.81) ภาวะนี้ได้กลับคืนมาเป็นอีก
การแก้ไขภาวะปัสสาวะเล็ดมีทั้งวิธีผ่าตัดและไม่ผ่าตัดวิธีไม่ผ่าตัดมีดังนี้
ขมิบช่องคลอดบริหารกล้ามเนื้อ PC โดยทำวันละ 100 ครั้ง เชื่อว่าได้ผลดี เกินครึ่งของคนไข้สามารถหายขาด แต่ต้องทำต่อเนื่อง 3-6 เดือนขึ้นไปจนเห็นผล
ลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดปัสสาวะเล็ดได้แก่ ลดความอ้วน ไม่ยกของหนัก ไม่กลั้นปัสสาวะ ระวังท้องผูก ไม่ไอจามรุนแรง ฯลฯ
ใช้เครื่องพยุงรูปัสสาวะ(Pessaries) หรือเครื่องอุดรูปัสสาวะ (Urethral plugs) หรือฉีดสารคอลลาเจนไปลดขนาดรูปัสสาวะ ในกรณีนี้ต้องปรึกษา แพทย์ศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ
ปัสสาวะเป็นเวลาเช่นทุก 2-3 ชั่วโมงเพื่อไม่ให้ปัสสาวะคั่งจะได้ไม่เกิดปัสสาวะเล็ด
ใช้ผ้าอนามัยช่วยในบางเวลา
หากแก้ไขไม่ได้ผลจึงเลือกแก้ไขปัสสาวะเล็ดด้วยการผ่าตัด เช่น Burch, MMK, Sling, TVT ฯลฯ ขอย้ำอีกครั้งว่า ปัจจุบันการรีแพร์ไม่ใช่มาตรฐานการผ่าตัดรักษาปัสสาวะเล็ดค่ะ
|
|
|
 |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|
 |
|
|
 |
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์