ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > แม่และเด็ก > พัฒนาการลูกน้อย > อายุ 0-1 ปี
แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
 
ก้าว “เดิน” พัฒนาการมหัศจรรย์ของมนุษย์ 1
แต่ละวันที่ผ่านไป เราใช้ขาเดินเหินไปมาอย่างสบาย แต่น้อยครั้งนักที่เราจะหวนนึกว่า ถ้าเราไม่มีขาคู่นี้คงไปไหนมาไหนลำบาก และยิ่งน้อยคนนักที่จะนึกย้อนไปถึงว่า กว่าที่เราจะเติบโตและเดินได้มันไม่ใช่เรื่อง่ายเลย ต้องอาศัยการเติบโต อาศัยพัฒนาการของกล้ามเนื้อและกระดูกที่แข็งแรง ประสานสอดคล้องกันทั้งร่างกาย ตั้งแต่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูกคอ ไหล่ หลัง เอว สะโพก หัวเข่า ข้อเท้า เพื่อคืบ คลาน นั่ง ยืน และก้าวเดิน พัฒนาการที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้พัฒนาต่อเนื่องอย่างน่าอัศจรรย์ค่ะ

ผศ.นพ.สำรวย ไตรติลานันท์ กุมารแพทย์ หัวหน้าหน่วยพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลศิริราช กล่าวว่ามนุษย์มีพัฒนาการเดินแตกต่างจากสัตว์ที่เดินได้ตั้งแต่แรกเกิด แต่มนุษย์ต้องอาศัยระยะเวลาของพัฒนาการในการก้าวเดิน ทั้งนี้มีเรื่องของพันธุกรรม สัญชาตญาณ วิวัฒนาการ ฯลฯ เข้ามาเกี่ยวข้อง มีความเชื่อว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการมาจากลิง Ape ซึ่งเป็นบรรพบุรุษ 4 เท้าในระยะเริ่มแรก ก่อนจะพัฒนาให้มีลำตัวหรือกระดูกสันหลังตั้งตรงและตั้งฉลากกับโลก การพัฒนาระบบประสาทด้านพัฒนาการของร่างกาย จึงเป็นไปอย่างช้า ๆ ตามเวลาของยีน ซึ่งเป็นสวิตซ์เปิดให้มีการสร้างฉนวนเล็ก ๆ มาหุ้มใยประสาท (myelinization) ให้สามารถนำกระแสความคิดซึ่งเป็นกระแสไฟฟ้ามาควบคุมกล้ามเนื้อหรืออวัยวะในแต่ละส่วนให้ทำงาน

ในเดือนที่ 1 – 3 ใยประสาทส่วนบังคับกล้ามเนื้อคอจะพัฒนาจนมีฉนวนเล็ก ๆ มาหุ้ม ทำให้คอตั้งตรง สมองส่วนควบคุมกล้ามเนื้อคอจึงจะสามารถสั่งให้คอหมุนไปมองสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ เดือนที่ 9 ใยประสาทส่วนบังคับกล้ามเนื้อขาจะพัฒนาจนมีฉนวนเล็ก ๆ มาหุ้ม ทำให้สมองสามารถสั่งกล้ามเนื้อขาให้ขยับ สร้างสมดุลของตัวให้อยู่บนฝ่าเท้า ฯลฯ แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมในการเลี้ยงดูด้วย

ทางการแพทย์มีหลักที่พูดถึงการเจริญเติบโตของมนุษย์ สามารถแยกออกเป็นการเติบโต (Growth) และพัฒนาการ (Development) การเติบโตทำให้เราตัวใหญ่ขึ้น น้ำหนักส่วนสูงมากขึ้น เพราะไขข้อและกระดูกยืดขึ้น ส่วนพัฒนาการจะเป็นแง่หน้าที่ (Function) ของการทำงานในระบบอวัยวะต่าง ๆ ทั้งสองคำต้องพัฒนาควบคู่พร้อมกันไปเสมอดังนี้


  1. พัฒนาการของมนุษย์เป็นกระบวนการต่อเนื่อง ไม่ใช่แยกเป็นเดือนที่ 1 จ้องมอง เดือนที่ 3 ชันคอได้แข็ง เดือนที่ 5 พลิกคว่ำเองได้ เดือนที่ 11 ตั้งไข่ ฯลฯ ซึ่งอาจเห็นเหมือนมีรอยต่อเป็นขั้นตอนตามเดือน แท้จริงมันไม่มีรอยต่อของพัฒนาการ แต่มันเกิดขึ้นทีละเล็กละน้อยเป็นเสี้ยววินาทีที่เรามองไม่เห็น (continuous Process) เป็นพื้นเดียวคล้ายถนนที่เริ่มจากหลักกิโลเมตรที่ 1 ไปหลักกิโลเมตรที่ 2 แต่ถนนเรียบต่อกันไป ไม่มีรอยแยก ถ้าหมอถามว่าลูกของคุณแม่เริ่มเกาะเดินได้วันไหน แม่ก็อาจจะนั่งนึกว่าเมื่อไรไม่รู้ เพราะอยู่ดี ๆ ก็เกาะยืน และก็ก้าวไปเรื่อย ๆ แล้ว


  2. กระบวนการพัฒนาของมนุษย์จะมีทิศทางจากศีรษะไล่ไปจรดเท้า (Cepholo – Caudal) โดยไล่จากตา ยิ้ม หันหัว ชันคอ พลิกคว่ำ นั่ง คลาน ยืน เดิน ถ้าเด็กขวบปีแล้วไม่เริ่มเดิน ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติของร่างกาย ความผิดปกติจากการเป็นโรคบางอย่าง หรือขาดโอกาสจากสิ่งแวดล้อมกระทำ เช่น ไม่ได้รับการกระตุ้นประสาทสัมผัส (Sensory Deprivation) ขาดความรัก ความอบอุ่น ปกป้องภัย และความปรารถนาดีในการให้เด็กได้พัฒนา (Maternal deprivation) ซึ่งแพทย์ต้องวิเคราะห์พัฒนาการย้อนหลังกลับไปว่า เด็กคนนั้นมีพัฒนาการถึงตรงไหนแล้ว เช่น ดูว่าเด็กขวบปีเดินได้หรือยัง นั่งได้หรือยัง ถ้าขวบปีแล้วยังนั่งไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าจะยืนและเดินได้ งานที่ต้องพัฒนาของเด็กคนนั้นก็คือกระดูกสันหลัง และสะโพก แล้วค่อยไล่ตามขั้นตอนมา


  3. ทุกอย่างต้องรอร่างกายเมื่อพร้อม ซึ่งประกอบด้วยระบบประสาทและกล้ามเนื้อที่พร้อม หรือที่เรียกว่า Neuro-muscular maturation (neuro = ระบบประสาท muscular = กล้ามเนื้อ maturation = พร้อม) สมมุตินักเรียนแพทย์นำเด็กอายุ 2 เดือนมาฝึกนั่ง หลังจะเด็กจะงุ้มเพราะกล้ามเนื้อหลังไม่พร้อม ไม่มีระบบประสาทควบคุมและป้องกัน ถ้าฝืนทำ เด็กจะหลังหักและเป็นอัมพาต จึงต้องรอความพร้อมของร่างกายเด็ก และสิ่งที่พ่อแม่ส่งเสริมพร้อมกัน เพราะการกระตุ้นพัฒนาการเป็นสิ่งดี แต่ถ้าส่งเสริมเร็วเกินไป จะเป็นอันตรายได้


  4. ทุกอย่างเป็นไปตามลำดับขั้นตอน คือ ไม่มีการยืนแล้วค่อยมาชันคอ คือ จาก 1 จะต้องไป 2 หรือข้ามขั้นจาก 1 แล้วไป 3 เลย แต่จะไม่มี 1 ไป 3 แล้วกลับมา 2 เช่น เด็กบางคนไม่เคยคลาน จากนั่งไปเกาะยืนเลย ซึ่งไม่ผิดปกติ แต่จะไม่มีการยืนก่อนแล้วค่อยชันคอ


  5. เด็กแต่ละคนมีลักษณะจำเพาะเป็นของตัวเอง (Individualization) คือ มีแนวทางในการเจริญเติบโตที่คล้ายกันแต่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน เช่น พี่น้องท้องเดียวกัน สูงไม่เท่ากัน นิสัยไม่เหมือนกัน เดินได้ไม่พร้อมกัน ถามว่าของเด็กว่า เด็กทุกคนปกติไหม? แม่เด็กบอกว่าลูกปกติ แต่ที่ไม่เหมือนกันเลย เป็นเพราะลักษณะเฉพาะของยีนแต่ละคน สิ่งแวดล้อม และการเลี้ยงดู




 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เลี้ยงลูกด้วยการอ่าน
โยคะเด็กเล็ก
อ่านนิทาน ให้เด็กๆฟัง
อะไรๆ หนูก็เอาเข้าปาก
สัมผัสลูกน้อยถูกวิธี ช่วยให้ฉลาดพัฒนาการดี

สนับสนุนโดย
ขอขอบคุณ นิตยสาร บันทึกคุณแม่
กลับหน้าแรก | คลับแม่เก่งลูกกล้า | เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่ | พัฒนาการลูกน้อย | ตั้งครรภ์ | กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ | เมนูน่าหม่ำ | โภชนาการและผลิตภัณฑ์ | สมัครสมาชิก | เว็บบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ก้าว

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 12

  1. Re: ก้าว

    • ความคิดเห็นที่10
    • ลูกชายอายุ 8 เดือน น้ำหนัก 7.4 ก.ก. น้ำหนักน้อยไปหรือเปล่าคะ ลูกคลอดหนัก 2,650 กรัม ไม่ได้ทานนมแม่เลยเพราะลูกไม่ยอมดูดนมแม่ ตอนนี้ทานนมผสมกลางวัน 15 ออนด์ กลางคืน 6-8 ออนด์ ทานอาหารเสริม 2 มื้อ ๆ ละ 2ช้อนโต๊ะ อยากทราบวิธีเพ่มน้ำหนักให้ลูกค่ะ
    • แม่น้องภู รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: แม่น้องภู
      • เมื่อ[28 กุมภาพันธ์ 2549 - 10:11 น.]
      • IP[172.28.10.XXX]
  2. Re: ก้าว

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้