 |
|
 |
 |
 |
ก้าว เดิน พัฒนาการมหัศจรรย์ของมนุษย์ 2 |
|
ร่างกายของเด็กมีกระบวนการต่อเนื่องของการเติบโต (Growth) และพัฒนาการ (Development) ที่ควบคู่กันไป ซึ่งมีกระบวนต่อเนื่อง ตามพัฒนาการก่อนก้าวเดินดังนี้
พัฒนาการ: มองจ้อง อายุ: แรกเกิด ส่วนที่พัฒนา: การปรับสายตาระยะการมอง และภาพให้ชัดขึ้น ส่วนที่กำลังพัฒนาต่อมา: ความแข็งแรงของกระดูกคอ เพื่อชันคอ มองตามสิ่งที่เคลื่อนไหวและตามเสียง สิ่งที่คุณช่วยกระตุ้น: ดูแลเมื่อเด็กร้อง ควรเข้ามาอุ้มทันที กุมารแพทย์แนะนำ: อุ้มและสัมผัสบ่อย ๆ เพื่อกระตุ้นระบบประสาททั้ง 5 (ตา หู จมูก ปาก ผิวหนัง) ให้ตื่นตัว ทำงาน
พัฒนาการ:ชันคอ อายุ:1 3 เดือน ส่วนที่พัฒนา:กระดูก คอ และ หัวไหล่ ที่แข็งแรงเพื่อยกศีรษะ และยกตัวขึ้น ชันคอได้ดีขึ้น 45 องศา จนคอตั้งตรง ส่วนที่กำลังพัฒนาต่อมา:เมื่อชันคอได้แข็งแรงขึ้นมาก เด็กจะหันหน้าไปมาได้ การชันคอทำให้กล้ามเนื้อหน้าอกและแขนแข็งแรงขึ้น กระดูกสันหลัง และกล้ามเนื้อเอว ถูกยกขึ้น และพัฒนาขึ้นตามมา สิ่งที่คุณช่วยกระตุ้น:สัมผัสตัวเด็กอย่างนุ่มนวล มองสบตาเอียงหน้าไปมาช้า ๆ ให้ลูกมองตาม, อุ้มนั่งตัก ให้เด็กหัดตั้งศีรษะให้ตรง ได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพิง กุมารแพทย์แนะนำ:จับให้นอนคว่ำบ้างในขณะตื่น และเมื่อร้องควรอุ้มขึ้นพาดบ่าหรือพิงอก เพื่อเป็นการส่งเสริมให้กระดูกคอแข็งแรงขึ้น
พัฒนาการ:พลิกคว่ำ พลิกหงายได้เอง อายุ:4 5 เดือน ส่วนที่พัฒนา:ความแข็งแรงของกระดูกสันหลัง สะโพก และกล้ามเนื้อแขน ส่วนที่กำลังพัฒนาต่อมา: กล้ามเนื้อต้นขาเริ่มทำงาน เพื่อยันตัวให้พลิกคว่ำได้ง่ายและเร็วขึ้น สิ่งที่คุณช่วยกระตุ้น:จัดให้เด็กอยู่ในพื้นที่ราบที่ปลอดภัย เพื่อให้มีโอกาสพลิกคว่ำ กุมารแพทย์แนะนำ:ไม่แนะนำให้นอนเปลผูกผ้า เพราะนอกจากจะทำให้เด็กขาดการกระตุ้นทางสายตาแล้ว (ขณะนอนจะเห็นแต่เพดานบ้าน) อาจทำให้มีพัฒนาการช้า เนื่องจากไม่มีโอกาสพลิกตัวตามขั้นตอน พัฒนาการ จึงทำให้คืบ นั่ง ยืน เดิน ช้าไปด้วย
พัฒนาการ:คืบ อายุ:6 7 เดือน ส่วนที่พัฒนา:พลังของกล้ามเนื้อแขน ไหล่ สันหลัง สะโพก และขาในการถีบตัวเคลื่อนที่ ส่วนที่กำลังพัฒนาต่อมา:พัฒนากระดูกสันหลัง และสะโพกให้แข็งแรงขึ้น เพื่อเตรียมนั่ง สิ่งที่คุณช่วยกระตุ้น:ของเล่นที่เคลื่อนไหวได้ เพื่อกระตุ้นให้คืบ,กระพรวนผูกข้อเท้า เพื่อให้เด็กเคลื่อนไหวชามากขึ้น กุมารแพทย์แนะนำ:เก็บทำความสะอาดพื้นให้เรียบร้อย เพราะเขาเริ่มไปไหนมาไหนเองได้บ้างแล้ว จึงสามารถคว้าหยิบสิ่งของสกปรกตามพื้นเข้าปากได้ นอกจากอาจติดคอเด็กแล้ว อาจทำให้ท้องร่วงด้วย, ไม่ปล่อยเด็กอยู่บนเตรียงที่ไม่มีคอกกันตามลำพัง เพราะอาจตกเตียงศีรษะกระแทกพื้นได้
พัฒนาการ:นั่ง อายุ:6 8 เดือน ส่วนที่พัฒนา:พัฒนากล้ามเนื้อและกระดูกสันหลัง สะโพก เพื่อรับน้ำหนักตัวให้เกิดความสมดุลของร่างกาย ส่วนที่กำลังพัฒนาต่อมา:พัฒนากระดูกสันหลัง สะโพก และต้นขา เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพัฒนาการขั้นต่อไป สิ่งที่คุณช่วยกระตุ้น:ให้ถือของเล่น เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมือและจับยืนเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อ แขน หลัง สะโพกและขา โดยประคองตัวไว้ เพื่อให้พร้อมสำหรับการคลาน และพัฒนาการอื่น ๆ ในช่วงต่อไป กุมารแพทย์แนะนำ:ช่วงแรกเด็กยังนั่งได้ไม่มั่นคง ควรดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะอาจนั่ง ๆ อยู่แล้วหัวทิ่มได้ การให้นั่งบนเก้าอี้ทรงสูงสำหรับเด็กเล็กที่มีถาดกว้าง มีเข็มขัดนิรภัยคาดเอว นอกจากมีประโยชน์ในการฝึกนั่ง ยังสามารถให้เด็กทำกิจกรรมที่ต้องใช้มือและสายตาได้ในขณะเดียวกันด้วย
พัฒนาการ:คลาน อายุ:7 9 เดือน ส่วนที่พัฒนา:พัฒนากล้ามเนื้อและกระดูกสันหลัง สะโพก ต้นขา และกระดูกหน้าแข้ง ส่วนที่กำลังพัฒนาต่อมา: พัฒนากระดูกหน้าแข้ง เพื่อยกตัวในระหว่าคลานบางครั้ง เพื่อเตรียมพร้อมสู่พัฒนาการก้าวต่อไป สิ่งที่คุณช่วยกระตุ้น: ปล่อยให้คลานเล่นในพื้นที่กว้างพื้นเรียบ ไม่เป็นอันตราย, ประคองให้ลุกยืน เท้ายันพื้น วางของเล่นบนโต๊ะ เก้าอี้เตี้ย ๆ เพื่อฝึกเกาะยืน กุมารแพทย์แนะนำ:เด็กสามารถไปไหนมาไหนมากขึ้น จึงควรระมัดระวังอุบัติเหตุต่าง ๆ ให้มาก
การคลานขึ้นลงบันได อาจหาสิ่งกีดกั้นมาปิดทางไว้ เพื่อความปลอดภัยจากการตกที่สูง ปลั๊กไฟ เตารีด น้ำร้อนลวก และการหยิบสารพิษเข้าปาก เป็นสิ่งที่ควรใส่ใจระวังอย่างยิ่ง
พัฒนาการ:เกาะยืน เกาะเดิน และตั้งไข่ อายุ:10 11 เดือน ส่วนที่พัฒนา:พัฒนากล้ามเนื้อสันหลัง สะโพก ต้นขา และหน้าแข้ง ความสมดุลในการทรงตัว ส่วนที่กำลังพัฒนาต่อมา:การทำงานของระบบประสาทในการทรงตัว ซึ่งอยู่ในกระดูกหูชั้นใน และส่วนของสมองน้อย (cerebellum สิ่งที่คุณช่วยกระตุ้น:ทำท่าประกอบเพลงง่าย ๆ การบิดตัวไปมาเพื่อให้ร่างกายทุกส่วนได้ขยับออกกำลัง, ให้โอกาสยืน ปีนป่ายในที่ปลอดภัย กุมารแพทย์แนะนำ:รถหัดเดินไม่ช่วยให้เด็กเดินเร็วขึ้น หรือมีพัฒนาการไวกว่าเด็กอื่น เพราะมีลูกล้อเยอะ แค่เอาเท้าถีบ ล้อก็เคลื่อนที่ เด็กจึงไม่ได้หัดยืนบนฝ่าเท้า สมองส่วนการทรงตัว จึงไม่ถูกกระตุ้นให้พัฒนา และยังทำให้เกิดอุบัติเหตุที่เป็นอันตรายต่อศีรษะถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิต
พัฒนาการ:เดิน 2 3 ก้าว อายุ:12 เดือน ส่วนที่พัฒนา:พัฒนากล้ามเนื้อสันหลัง สะโพก ต้นขา และหน้าแข้ง ความสมดุลในการทรงตัว การทำงานของน้ำในหูชั้นใน ส่วนที่กำลังพัฒนาต่อมา: การทรงตัวในการก้าวเดินเด็กจึงมักเดินกางแขนกางขา เพื่อปรับสมดุลในทางร่างกายให้มีมากขึ้น สิ่งที่คุณช่วยกระตุ้น:จูงเดินไปยังที่ต่าง ๆ เช่นสนามหญ้า สนามเด็กเล่น เพื่อสร้างบรรยากาศใหม่ ๆ ให้อยากเดิน กุมารแพทย์แนะนำ:เลือกพื้นรองเท้าสำหรับเด็กที่มีไม่อ่อน ไม่แข็ง ไม่ลื่นหรือหลวมจนเกินไป มีดอกยางของรองเท้า เพราะมีส่วนช่วยให้เด็กก้าวเดินได้อย่างมั่นคงขึ้น
เรื่องน่าคิดอีกเรื่อง ว่าเหตุใดมนุษย์เดินได้ช้ากว่าสัตว์ ที่สามารถเดินได้ตั้งแต่แรกเกิด ทั้งนี้เพราะช่วงเวลาดังกล่ายังถือเป็นช่วยโอกาสทอง ที่ธรรมชาติเปิดโอกาสให้ยีนและสิ่งแวดล้อม (รวมถึงวิธีการเลี้ยงดูจากผู้ใหญ่) เข้ามากระทำร่วมกัน มนุษย์กับสัตว์จึงมีความแตกต่างทางศักยภาพ ความฉลาดทางร่างกายและความคิด แม้แต่กับมนุษย์ด้วยกันเองด้วย
มนุษย์จึงสร้างวัฒนธรรมความเจริญให้กับโลกมากมาย ก็เพราะเท้าและมือ ที่ค่อย ๆ พัฒนาหลังจากการเดิน แสดงให้เห็นว่า คำว่าช้าใช่ว่าจะไม่ดี คำว่าช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม จึงเป็นสัจธรรมแม้แต่กับพัฒนาการและการเรียนรู้ของมนุษย์ ดังนั้นอย่าสบประมาทธรรมชาติและมนุษย์ด้วยกันเอง ด้วยความไม่ประมาทจะดีที่สุดค่ะ
|
|
|
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|
|
 |
|
|
| |
|
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์