 |
|
 |
 |
 |
เข้าใจเรื่องอึ..อึ๊..วัยทารก 1 |
|
การจัดระบบการขับถ่ายของการทำความสะอาดร่างกาย เสื้อผ้า บ้านช่อง ซึ่งจะทำให้เขารู้จักหน้าที่และรู้จักการทำงานเป็นระบบระเบียบในช่วงชีวิตข้างหน้าของเขาต่อไป
อุจจาระกับเด็กเป็นของคู่กันมาตั้งแต่วันแรกคลอด ในช่วงขวบปีแรก ทารกจะไม่รู้เนื้อรู้ตัวเกี่ยวกับท้องไส้ของตัวเอง เนื่องจากยังไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายหรือกลั้นไม่เป็น ตามธรรมชาติหลังจากที่ทารกดูดนมอิ่มแล้วกระเพาะจะมีการกระตุ้นทางเดินอาหารทั้งหมด ทำให้มีการเคลื่อนไหวของลำไส้ เด็กก็จะขับถ่ายออกมา
เด็กแรกคลอดทารกจะถ่ายออกมาเป็นสีดำ เทาหรือสีดำคล้ำ เหนียว ๆ คล้ายยางมะตอย ซึ่งเรียกในทางการแพทย์ว่า เมโคเนียม (Meconium) หรือที่รู้จักกันว่าขี้เทา เป็นการระบายสิ่งที่ตกค้างอยู่ภายในของสำไส้เด็กออกมา เพราะขณะอยู่ในครรภ์มารดา ทารกจะกลืนน้ำคร่ำที่หุ้มตัว ซึ่งจะมีผิวเด็กหลุดลอกอยู่ในน้ำด้วย ซึ่งเด็กแรกเกิดส่วนมากจะถ่ายออกมาภายใน 24 ชั่วโมง
แต่หากผ่านมา 2 วันแล้ว เด็กยังไม่มีการถ่ายขี้เทาออกมา ต้องรีบแจ้งให้คุณหมอทราบ เพราะเด็กอาจเกิดอาการลำไส้อุดตัน หรือรูทวารตีบก็ยังได้
เมื่อเข้าสัปดาห์ที่สอง ทารกอาจถ่ายมีสีเหลือง สีเขียว เหลวเละ และบางครั้งเป็นเมือกเหนียวปะปนอยู่หรือบางครั้งอาจมีเศษขาว ๆ ติดมาด้วย และอาจถึง 7-8 ครั้งต่อวัน ซึ่งแพทย์กล่าวว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะเป็นช่วงที่ทารกได้รับน้ำนมจากคุณแม่มากขึ้น (น้ำนมแม่เริ่มไหลมากขึ้น) จึงถ่ายมากขึ้นตามไปด้วย
การถ่ายเหลวเป็นเรื่องปกติสำหรับเด็กที่ทานนมแม่ แต่จะไม่เกิดโรคท้องเสียจากนม เพราะนมแม่ไม่มีเชื้อโรคปะปนอยู่แน่นอน นอกจากตัวคุณแม่เองท้องเสีย เมื่อทารกได้รับน้ำนมอาจติดเชื้อนั้นเข้าไปด้วย แต่ที่สำคัญคุณแม่ต้องทำความสะอาดมือและเต้านมทุกครั้งในการให้นมทารก
อาการท้องเสียในเด็กมักพบในเด็กที่ทานนมผสม เด็กที่ขาดสารอาหาร ร่างกายอ่อนแอ นอกจากนี้เด็กที่มีอาการเป็นไข้ เป็นหวัด ปอดบวม ออกหัด เป็นหูน้ำหนวก อาจเกิดอาการท้องร่วงได้เช่นกัน
การสังเกตว่าทารกท้องเสียหรือไม่ ให้ดูจากอุจจาระ หากถ่ายเหลวกว่าเดิม หรือถ่ายเป็นน้ำ มีมูกปนเลือด และถ่ายบ่อยครั้งขึ้น ให้ตั้งข้อสงสัยได้เลยว่าลูกมีอาการท้องเสีย ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพราะร่างกายจะสูญเสียน้ำ อาหาร เกลือแร่มากกว่า ปกติส่งผลให้ปริมาณเลือดในร่างกายลดลง ซึ่งอาจทำให้ช็อคและเสียชีวิตได้
ส่วนปัญหาท้องผูกมักพบบ่อยกับเด็กที่ทานนมผสม การเปลี่ยนนมบางครั้งอาจทำให้ลูกท้องผูกหรือเสียชีวิตได้เด็กวัย 2-3 เดือน จะมีพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป เด็กจะถ่ายน้อยลง เหลือเพีงวันละ 1-2 ครั้ง หรืออาจเป็น 3 วันครั้ง เด็กอายุครึ่งเดือนบางคนก็อาจเริ่มถ่ายน้อยลงแล้ว โดยสังเกตได้จากปริมาณนมที่ให้คือ
เด็กที่ทานนมแม่ ถ้าน้ำหนักตัวเฉลี่ยของทารกใน 5 วัน เพิ่มไม่ถึง 100 กรัม แสดงว่านมที่ให้ไม่เพียงพอเด็กจึงท้องผูก ควรจะให้นมผงเสริม
การให้ยาถ่ายกับทารก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะลำไส้อาจเคลื่อนไหวผิดปกติเพื่อบีบรัดสิ่งตกค้างในลำไส้ให้ออกมา อาจทำให้เด็กเกิดโรคลำไส้กลืนกันก็ได้
จึงกล่าวได้ว่าทารก 0-5 เดือน ยังมีระบบขับถ่ายไม่ดีนัก และยังไม่สามารถขับถ่ายได้เป็นเวลาและสม่ำเสมอ เนื่องจากสภาพร่างกายของเด็กโดยเฉพาะกล้ามเนื้อหูรูดที่มีไว้เพื่อบังคับการขับถ่ายยังพัฒนาอยู่
เด็กในวัย 6 เดือน ถึงแม้ว่าเด็กในวัยนี้ บางคนจะเริ่มขับถ่ายอุจจาระเป็นเวลาและสม่ำเสมอแล้ว คือตอนเช้าหลังจากเด็กดูดนมไป 5-10 นาที เด็กจะถ่ายอุจจาระได้คุณสามารถจับทารกนั่งในที่รองรับได้แต่ก็เล็กเกินไปที่จะฝึก
เด็ก 7-9 เดือน พัฒนาการปกติในตอนนี้คือ เขาสามารถเริ่มนั่งได้อย่างมั่นคง และเด็กเองมีช่วงเวลาถ่ายตรงเวลาหลังจากนมมื้อเช้า คุณแม่อาจจับเขาให้นั่งกระโถน สัก 2-3 อาทิตย์ ระบบประสาทของเด็กจะเคยชิน ถ้าคุณเอากระโถนมารองรับได้จังหวะทุกครั้ง ก็ถือว่าสำเร็จและโชคดี
แต่บางคนอาจมีปัญหา เช่น คว้ากระโถนไม่ทันก็ถ่ายออกมาเสียก่อนอย่างนี้ไม่เป็นไรค่ะ เพราะช่วงเวลาที่เหมาะสมคุณควรเริ่มฝึกนิสัยการขับถ่ายของเด็กคือ ระหว่าง 9-15 เดือน เมื่อเด็กเดินได้ใหม่ ๆ โดยถือเอาเวลาของเด็กขับถ่ายเป็นประจำซึ่งอาจเป็นเวลาเช้าหลังอาหาร
|
|
|
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|
|
 |
|
|
| |
|
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์