ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > แม่และเด็ก > พัฒนาการลูกน้อย > อายุ 0-1 ปี
แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
 
คู่มือฝึกนิสัยเจ้าตัวน้อย
โดย ศ.จ.เกียรติคุณพ.ญ.ชนิกา ตู้จินดา

การฝึกอบรมลูกที่หมอกล่าวมาในเด็กต่ำกว่า 1 ปี ส่วนมากเน้นหนักในเรื่องทางกาย การพัฒนาความเจริญเติบโตของเด็ก และการฝึกหัดให้เป็นเด็กดีขึ้น เปรียบง่ายๆเหมือนคุณมีลูกที่น่ารัก แข็งแรงไม่ว่าการพลิกคว่ำ เกาะยืน เดิน พูด...ลูกคุณทำได้รวดเร็วดีกว่าหรือดีเท่าๆเด็กคนอื่น เช่น คว่ำได้ตั้งแต่อายุ 3 เดือน นั่งได้อายุ 7 เดือน เกาะยืนเมื่ออายุ 9 เดือน เดินได้ 1 ขวบ ... แสดงว่าลูกคุณมีอวัยวะสมบูรณ์ทุกระบบ

จะเปรียบเสมือนรถยนต์ก็เป็นรถใหม่เอี่ยมอ่องที่เพิ่งจะออกจากอู่ อะไรๆก็ดีหมด แต่เบรคไม่ดีย่อมเกิดอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ ทำอย่างไรจะให้ดีทั้งตัวรถและเบรค นั่นคือ การฝึกหัดนิสัยลูกในทางที่ถูกที่ควรเปรียบเสมือนการใส่เบรคที่ดี ลูกจะได้รู้ว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควรทำ อะไรที่ไหน เมื่อไร จึงจะถูกต้อง...

คุณจะถามว่า " ทำไมจะมาเคี่ยวเข็ญกันตั้งแต่ตัวเท่าหัวกำปั้นล่ะค่ะ " ..คุณอย่าลืมว่า " ไม้อ่อนดัดง่าย " เราไม่ได้ดัดเอาเป็นเอาตาย แต่ค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อยๆมากกว่า ด้วยวิธีใจเย็นๆและใช้สามัญสำนึก ดังนั้น ถ้ามีโอกาสก็กรุณาแทรกบทการอบรมไปในการเลี้ยงดูลูกดังต่อไปนี้

การฝึกหัดนิสัยในระยะ 6 เดือนแรก
ลูกงอแงไม่เข้าเรื่อง เมื่อลูกอายุได้ 6 - 8 อาทิตย์ ลูกที่แจ่มใสน่ารักอาจจะเริ่มร้องไห้โยเยทุกครั้งที่คุณอุ้มแกลงนอน แกล้งร้องนั่นแหละ...คุณก็รู้อยู่แล้วว่าแกล้งร้อง เพราะร้องไห้ไม่มีน้ำตา คอยดูสิ...แม่อุ้มขึ้นก็หยุดร้องเหมือนสวิทซ์ไฟ แถมบางทีก็ยิ้มได้เลย... " ลูกขี้โกง " คุณนึกหมั่นไส้แต่ก็สงสาร ก็ทำอยู่อย่างนี้จนคุณไม่เป็นอันทำงานทำการ ผู้เฒ่าเรียกว่า " อุ้มกันจนติดมือ "

ถ้าคุณจะให้มั่นใจก็ตรวจเช็คดูว่าลูกโกงจริงมั๊ย โดยตรวจดูผ้าอ้อมว่าเปียกแฉะไหม เข็มกลัดเปิดอ้าหรือเปล่า มีมดไต่ตอมหรือไม่ ถ้าตรวจเสร็จสรรพ ทุกอย่างปกติแล้วก็วางลูกได้ ถ้ายังร้องอีกก็ตรวจดูอีกที ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็วางลงใหม่อีก นี่เป็นโอกาสแรกที่คุณจะเริ่มฝึกสอนลูก ว่าแม่ไม่ตามใจลูกไม่เข้าเรื่องนะ

คุณยังมีโอกาสได้สอนลูกอีกหลายตอนคุณรู้ไหมว่าลูกอายุเพียง 8 อาทิตย์แกก็เริ่มเรียนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของคุณ อย่านึกว่า ลูกนอนนิ่งเหมือนตุ๊กตาแกมีชีวิตจิตใจ ไม่ใช่ตุ๊กตา แกมีหัวใจและชีวิตเหมือนผู้ใหญ่ถ้าคุณแสดงจุดอ่อนให้แกเห็นบ่อยๆคุณจะลำบากภายหลัง

ถ้าคุณปฏิบัติตัวสม่ำเสมออย่างนี้ในการดูแลลูก..การอาบน้ำแต่งตัว..การหลับนอน..การขับถ่าย..การให้นม..คุณจะพบว่าลูกคุณเลี้ยงง้าย..ง่าย แต่ถ้าปล่อยตามเรื่องตามราว คุณจะพบกับปัญหาเช่น " หมอคะ ยาที่หมอจ่ายลูกไม่เคยกินเลยค่ะ ก็..แกไม่ยอมกินนี่คะ..ยาหยอดจมูกก็ไม่ได้หยอด ก็..แกไม่ยอมให้หยอดนี่คะ..หมอคะ..ฯลฯ "

ถ้าคุณทำด้วยความรักลูกและมีกฎเกณฑ์ไม่ตามใจลูกเมื่อลูกงอแงไม่เข้าเรื่องลูกก็จะไม่มีปัญหาดังกล่าวแน่

การฝึกอบรมนิสัยในวัย 6 - 9 เดือน
ก็วัยนี้แหละที่ติดคุณแม่จังเลย คุณแทบจะกระดิกตัวไม่ได้เชียวแหละพอเอาลูกวางลงในเพลเพน กะจะหมุนตัวไปตั้งหม้อข้าวสักหน่อย ลูกก็ร้องกรี๊ดกร๊าดขึ้นมาเสียแล้ว งอแงไม่เข้าเรื่อง นมก็ให้แล้วน้ำก็อาบแล้ว เล่นก็เล่น ทั้งอึทั้งฉี่เสร็จสรรพ ยังมาร้องงอแงอ้อนแม่อีกแน่ะ

ถ้าคุณหัดให้ลูกอยู่ในกฎเกณฑ์มีระเบียบมาตลอดตั้งแต่ก่อน 6 เดือน คุณจะฝึกหัดให้แกมีระเบียบ ให้รู้ว่าอะไร ที่ไหน เมื่อใด คือ แม่เล่นกับลูกมานานพอแล้ว ลูกถึงเวลาต้องนั่งพักเล่นเอง แม่ไม่มีเวลาเล่นกับลูกอีก..ถ้าคุณเคยทำให้แกเห็นตัวอย่างมาก่อนเที่ยวนี้ คุณก็จะทำสำเร็จโดยง่าย แต่ถ้าคุณไม่เคยทำสำเร็จจนครั้งเดียวครั้งนี้ก็ล้มเหลวแล้วคุณก็จะอารมณ์เสีย

สรุปว่า การฝึกหัดลูกให้มีระเบียบในวัย 9 เดือนแรกมีดังนี้
  1. ไม่ตามใจลูก ถ้าแน่ใจว่าลูกโยเยไม่เข้าเรื่อง

  2. อุ้มลูกลงนอนเล่นด้วยความรัก ( ใส่ในเพลเพน ) ในขณะที่คุณมีงานอื่นที่จำเป็นต้องทำ

  3. อธิบายด้วยคำพูดง่ายๆน้ำเสียงอ่อนโยนในความจำเป็นที่คุณต้องทำ

  4. จงทำในสิ่งที่กล่าวมาอย่างสม่ำเสมอ เสมอต้นเสมอปลาย ไม่ใช่ " ลมดีลมร้าย " หรือ " ผีเข้าผีออก " คือ บทจะลมดีก็ใจดี โอ๋...เอาใจทุกอย่าง บทจะลมเสียแม่ฟาดเสียก่อนพูดทีหลัง ...

การฝึกอบรมนิสัยในวัย 9 เดือนขึ้นไป
ลูกอยู่ในวัยของคลาน คืบ ถัด เกาะยืน เดิน..วิ่ง แกจะซุกซนทั้งวันคุณจะเหน็ดเหนื่อยเหมือน " จับปูใส่กระด้ง " คุณไม่รู้หรอกว่า แกจะทำอะไรได้รวดเร็วเช่นนั้น อุบัติเหตุเกิดขึ้นง่ายมาก และมีอันตรายด้วย วัยนี้คุณมักจะใช้คำว่า " อย่า " " ไม่ได้ " " อย่าแตะต้องนะ " คุณใช้มันตลอดเวลา อาจตามด้วยคำขู่จะเฆี่ยนตี หรือ " ให้หมอฉีดยานะ " อะไรที่คิดว่าเด็กจะกลัวก็นำมาใช้หมด

คำปฏิเสธ คำห้ามเหล่านี้ต้องใช้ให้รัดกุม ไม่พร่ำเพรื่อ ใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น ถ้าคุณใช้พร่ำเพรื่ออย่างไม่มีความหมายก็จะไม่ศักดิ์สิทธิ์ เด็กจะไม่เข้าใจ แต่ถ้าคุณใช้อย่างมีความหมาย พร้อมทั้งอธิบาย...เด็กจะเข้าใจได้

ตัวอย่างเช่น ลูกวัยกำลังคลาน ตรงไปที่ตู้หนังสือ " เอ็นไซโคลพีเดีย " ของคุณพ่อด๊อกเตอร์ พยายามดึงลงมาเล่น คุณพ่อก็ห้ามว่า " อย่าลูก " ลูกไม่ฟัง พ่อตรงเข้ามาบอกว่า " พ่อบอกว่าลูกอย่ามาเล่นหนังสือของพ่อ " ลูกไม่ฟังอีก คุณก็อุ้มลงตรงไปอีกมุมห้องที่แกมีของเล่นมากมาย คุณเองเก็บหนังสืออันมีค่านั้นเสีย ถ้าลูกยังไม่ฟังคลานกลับมาเล่นจะเป็น " ด๊อกเตอร์แว่น " อีก คุณก็อุ้มแกลงในเพลเพน แกจะทราบว่า " อะไร ที่ไหน เมื่อไร " คือ " หนูเล่นหนังสือของพ่อไม่ได้ หนูจะมาฉีกหนังสือไม่ได้ด้วยเพราะไม่งั้นหนูจะถูกจำกัดที่เล่น " แต่คุณไม่ต้องทำอารมณ์เสียถึงกับฟาดลูก เรายังมีเวลาที่จะอบรมเขาได้อีกหลายครั้งหลายหน...อย่าเพิ่งใจร้อนไปล่ะ

การฝึกสอนนี้ พ่อแม่ต้องร่วมมือกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เช่น คุณแม่อยู่บ้านอบรมบ่มนิสัยจนลูกเลิกโยเยงอแงโดยหาสาเหตุไม่ได้ เลิกเป็นเด็กโกง แต่พอคุณพ่อมาถึงบ้าน ลูกรักโยเยนิดเดียวก็ใจอ่อน ตรงเข้าโอ๋เอาอกเอาใจเป็นการใหญ่ คุณแม่นั่นแหละจะลำบากอีก ดังนั้น พ่อ-แม่จึงควรร่วมมือในการฝึกอบรมลูกพูดจากันให้เข้าใจ ( ลับหลังลูกนะ ไม่ใช่มาเถียงกันต่อหน้าลูก ) ตกลงปลงใจกันอย่างใดก็นำมาปฏิบัติให้อยู่ในแนวทางเดียวกัน

สรุปว่า การฝึกอบรมลูกนั้นยากที่สุด อาจจะยากกว่าการเลี้ยงดูทางกายกินอยู่หลับนอนในวัยแบเบาะด้วยซ้ำ " เด็กที่เชื่อฟังพ่อแม่ จะเป็นเด็กที่ได้รับอุบัติเหตุน้อยกว่าเด็กที่ดื้อรั้น " ก็เหมือนรถยนต์ที่มี เบรคดีย่อมเกิดอุบัติเหตุน้อย เด็กเหล่านี้เวลาเข้าเพื่อนเข้าฝูงจะมีคนรักคนนิยมกว่าเด็กที่ไม่ได้รับการอบรมที่ดี แม้แต่ครูที่โรงเรียนและเพื่อนๆก็จะรัก และนิยมเด็กที่เชื่อฟังพ่อแม่มาก่อน เพราะเป็นเด็กยอมรับฟังผู้อื่น มีเหตุมีผล ไม่เอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ่

ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลสมิติเวช

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เลี้ยงลูกด้วยการอ่าน
โยคะเด็กเล็ก
อ่านนิทาน ให้เด็กๆฟัง
อะไรๆ หนูก็เอาเข้าปาก
สัมผัสลูกน้อยถูกวิธี ช่วยให้ฉลาดพัฒนาการดี

สนับสนุนโดย
กลับหน้าแรก | คลับแม่เก่งลูกกล้า | เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่ | พัฒนาการลูกน้อย | ตั้งครรภ์ | กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ | เมนูน่าหม่ำ | โภชนาการและผลิตภัณฑ์ | สมัครสมาชิก | เว็บบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: คู่มือฝึกนิสัยเจ้าตัวน้อย

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 62

  1. Re: คู่มือฝึกนิสัยเจ้าตัวน้อย

  2. Re: คู่มือฝึกนิสัยเจ้าตัวน้อย

  3. Re: คู่มือฝึกนิสัยเจ้าตัวน้อย

  4. Re: คู่มือฝึกนิสัยเจ้าตัวน้อย

    • ความคิดเห็นที่54
    • ให้ลูกทานนมตอนกลางวันให้เยอะๆ โดยร่นเวลาจาก 4 ช.มครั้ง เป็น 3 ชม.ครั้ง หรือให้เขานอนดึกขึ้น หรือค่อย ๆลดนมลงที่ละน้อย หรือให้ดูดน้ำแทนเอาแค่ให้พอหายหิวทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เขาก็จะเลิกร้องกินนมและนอนหลับจนถึงเช้า วิธีเหล่านี้ใช้ได้ผลจริง ๆ นะคะเพราะทำมาแล้วทุกวันนี้ลูกสาวไม่ร้องกินนมเลยจนถึงเช้า สุขภาพจิตดีทั้งแม่ทั้งลูกอีกด้วยคะ นำไปใช้นะค
    • ตอบคุณเปเป้ รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: ตอบคุณเปเป้
      • เมื่อ[16 มีนาคม 2549 - 23:14 น.]
      • IP[58.147.49.XXX]

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้