ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > แม่และเด็ก > พัฒนาการลูกน้อย > อายุ 1-3 ปี
แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
 
สัตว์เลี้ยงช่วยให้หนูฉลาด
สัตว์เลี้ยงแสนรัก ไม่ว่าจะเป็นสุนัข แมว ปลา หรืออื่นๆ นอกจากจะเป็นเพื่อนเล่น เป็นเพื่อนแก้เหงาของคุณพ่อคุณแม่แล้ว การให้ลูกน้อยได้มีส่วนร่วมในการดูแลสัตว์เลี้ยง ยังช่วยให้เค้าฉลาดได้ด้วยค่ะ

ข้อเท็จจริงนี้มาจากการวิจัยและศึกษาอย่างจริงจัง โดย ดร.เนียนกี เอ็นเด็นเบิร์ก นักจิตวิทยาเด็กแห่ง Holland’s Prestigious University of Utrecht ซึ่งได้ศึกษาวิจัยเรื่อง ‘สัตว์เลี้ยงทำให้เด็กฉลาด’ เขาได้กล่าวในที่ประชุมว่า “สัตว์เลี้ยงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็ก เพราะทำให้เด็กเรียนรู้เร็ว เข้ากับคนง่าย ไม่ค่อยเครียด และยังไม่ค่อยดื้อกับพ่อแม่ เป็นเด็กช่างสังเกต ไม่ค่อยเจ้าอารมณ์ และมีความเชื่อมั่นในตัวเอง ส่วนเด็กซึ่งที่บ้านไม่มีสัตว์เลี้ยงจะค่อนข้างเจ้าอารมณ์ รักคนไม่ค่อยเป็น เข้ากับคนไม่ค่อยได้ และอาจจะไม่ฉลาดเท่าที่ควร”
นอกจากนี้ ผลวิจัยล่าสุดยังพบว่า สัตว์ชนิดต่างๆ มีเซลล์สมองที่มีโครงสร้างและหน้าที่คล้ายกับสมองของมนุษย์เรา เหตุนี้เองทำให้เรารู้สึกผูกพันกับสัตว์เลี้ยงหลายๆ ชนิดค่ะ


เลือกสัตว์เลี้ยงให้ลูกอย่างไร
การเลือกสัตว์เลี้ยงให้ลูกนับเป็นสิ่งสำคัญอย่างแรกค่ะ โดยหลักการง่ายๆ คือ
ต้องปลอดภัย ทั้งด้านความสะอาด และเชื้อโรคต่างๆ เพราะว่าเด็กวัยนี้เค้ายังไม่รู้หรอกค่ะว่าเชื้อโรคเป็นอย่างไร ฉะนั้น ด่านแรกคุณแม่ต้องพิจารณาด้านความปลอดภัยของลูกเป็นหลัก

ประการต่อมาคือ ไม่มีอันตรายต่อตัวเด็ก ทั้งนี้เราต้องดูความพร้อมของลูกน้อยด้วยว่าเค้าอายุเท่าไหร่ ในเด็กอายุ 2 – 3 ขวบ สัตว์เลี้ยงที่เหมาะกับเขา อาจจะเป็นสุนัข แมว นม หรือปลาสวย โตขึ้นมาหน่อยอาจจะเป็นสัตว์เลื้อยคลาน เป็นต้น ขณะเดียวกัน หากคุณแม่เลือกสุนัขเป็นสัตว์เลี้ยงให้ลูก รวมไปถึงสัตว์ที่มีคมเขี้ยวอันตรายต่างๆ คุณแม่ต้องดูพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นด้วย ไม่ควรเลือกสุนัขที่ซึมเศร้าหรือก้าวร้าว เป็นต้น

ที่สำคัญ การดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ว่าจะเป็นด้านอาหาร ที่อยู่อาศัย ต้องคำนึงว่าเด็กวัยนี้เขายังไม่สามารถรับผิดชอบได้เต็มที่ ทางที่ดีคุณแม่ก็ควรเลือกสัตว์เลี้ยงที่ดูแลง่าย โดยคุณแม่จะเป็นผู้คอยทำหน้าที่และค่อยๆ ฝึกให้เค้ารับผิดชอบจนเมื่อเค้าโตขึ้น เด็กจะค่อยๆ ซึมซับ เกิดความรัก ความผูกพัน และรู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตนค่ะ







ลูกฉลาดเพราะสัตว์เลี้ยงจริงหรือ?
มีข้อดีหลายอย่างของการมีสัตว์เลี้ยง ที่คุณแม่อาจมองข้ามหรือยังไม่รู้ เป็นต้นว่า
1. หากคุณแม่อยากให้ลูกน้อยเป็นเจ้าหนูอารมณ์ดี คุณแม่ควรเลือกสุนัขน่ารักแสนซนสักตัวมาเป็นเพื่อนเล่นให้เขา เพราะสุนัขจะช่วยให้เด็กคลายเครียดได้ เวลาที่เค้าได้โอบกอด ร่างกายเค้าจะผ่อนคลายและมีความสุข

2. การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงช่วยให้ลูกรู้จักควบคุมอารมณ์ได้ดี เพราะเค้าได้เลี้ยงสัตว์ที่ชอบ ทำให้จิตใจของเขาสงบ หรืออย่างเวลาที่ให้อาหาร ก็ต้องอาศัยความใจเย็น ค่อยๆ ให้ และรอดูจนกว่าสัตว์เลี้ยงของเขาจะอิ่มค่ะ

3. การเลี้ยงสัตว์เป็นการฝึกให้ลูกน้อยรู้จักสังคมค่ะ เพราะเด็กจะมีการแลกเปลี่ยนสัตว์เลี้ยงกัน มีการพูดคุยตามประสาเด็กๆ แต่ละคนจะมีความสนใจและชื่นชอบคนละแบบ คุณแม่ก็จะได้รับรู้ถึงอารมณ์จิตใจของเขาด้วยค่ะ

4. สัตว์เลี้ยงก็เหมือนเพื่อนปรับทุกข์ของลูก เวลาที่เค้าเศร้า เขาจะเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้สัตว์เลี้ยงฟัง เกิดความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลลาย เพราะสัตว์เลี้ยงก็จะแสดงความผูกพันต่อเค้าด้วยการเข้ามาคลอเคลีย เป็นต้น

5. เป็นฝึกความรับผิดชอบไปในตัว ซึ่งเขาจะต้องรับผิดชอบเรื่องที่หลับนอน อาหาร และการพาสัตว์ไปเดินเล่น แต่คุณแม่ก็ต้องรอให้เค้าโตสักหน่อย เพราะเด็กวัยนี้อาจจะยังไม่รู้จักรับผิดชอบ ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปค่ะ


การที่เด็กได้รู้จักการให้อาหาร การปกป้อง การพูดคุยกับสัตว์เลี้ยง สิ่งเหล่านี้จะส่งผลให้เด็ก รู้จักคิด รู้จักปรับตัว และใช้ทักษะความสามารถที่มีอยู่ ซึ่งตรงจุดนี้เอง จะเป็นการพัฒนาตัวเขา และช่วยเสริมสร้างสติปัญญาให้เขาค่ะ

เห็นไหมคะ ว่าสัตว์เลี้ยงมีประโยชน์ต่อลูกน้อยเพียงไร แต่ยังมีพ่อแม่บางคนไม่นิยมให้ลูกเลี้ยงสัตว์ เพราะกังวลใจ กับปัญหามากมาย แต่เมื่อทราบถึงประโยชน์ของสัตว์เลี้ยงแล้ว คุณแม่อาจเปลี่ยนใจก็ได้นะคะ เพียงแค่เลือกให้เหมาะ ป้องกันให้ดี เท่านี้ก็ไม่มีเรื่องให้หนักใจแล้วค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความคิดของคุณแม่เอง อย่างไรก็ดี เด็กจะฉลาดหรือไม่นั้น สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูที่ถูกต้องค่ะ

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ของเล่น สร้างจินตนาการเด็ก
เด็กสมาธิสั้น รักษาได้ !
ฟันผุในเด็ก
บ๊ายบายขวดนมเมื่อไหร่ดี
ชวนแม่มารู้จักวิตามินดีๆ สำหรับหนู

สนับสนุนโดย
ขอขอบคุณ นิตยสารแม่และเด็ก
สมัครสมาชิกคลิกที่หน้าปก
กลับหน้าแรก | คลับแม่เก่งลูกกล้า | เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่ | พัฒนาการลูกน้อย | ตั้งครรภ์ | กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ | เมนูน่าหม่ำ | โภชนาการและผลิตภัณฑ์ | สมัครสมาชิก | เว็บบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: สัตว์เลี้ยงช่วยให้หนูฉลาด

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 3

  1. Re: สัตว์เลี้ยงช่วยให้หนูฉลาด

  2. Re: สัตว์เลี้ยงช่วยให้หนูฉลาด

  3. Re: สัตว์เลี้ยงช่วยให้หนูฉลาด

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้