ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > แม่และเด็ก > พัฒนาการลูกน้อย > อายุ 3-6 ปี
แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
 
เทคนิคหัดให้ลูกพูดเป็นนกแก้ว
คุณแม่อาจสงสัยว่า ทำไมเด็กแต่ละคนถึงมีลักษณะการพูดไม่เหมือนกัน เช่น คนหนึ่งพูดจ้อไม่หยุด อีกคนไม่ยอมพูดกับใคร ความแตกต่างนี้ขึ้นอยู่ที่ปัจจัยหลายด้านค่ะ ทั้งด้านพัฒนาการของเด็กว่าปกติหรือไม่ สภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู และที่สำคัญคือ การเรียนรู้

อย่างไรก็ดี การพูดเป็นเรื่องที่หัดกันได้ คุณแม่ท่านไหนอยากหัดให้ลูกพูดเก่งๆ ก็คงทำตามดูค่ะ


การพูดช้าๆ ออกเสียงให้ชัด
จะทำให้ลูกจดจำไปเป็นแบบสำหรับสร้างคำพูดของตัวเอง และง่ายในการเลียนแบบ และยังเป็นการฝึกประสาทของเด็กให้สามารถแยกแยะความแตกต่างของเสียงที่ได้ยินได้ ซึ่งจะส่งผลที่ดีต่อการฝึกอ่านเมื่อลูกโตขึ้น

เน้นคำ
การเน้นคำใดคำหนึ่งในประโยค จะเป็นการสร้างจุดสนใจให้ลูก เช่น “มาทานข้าวได้แล้ว” “นี่หมาน้อยของหนู” เป็นต้น เพราะเมื่อลูกสนใจแล้ว ลูกก็จะจำคำๆ นั้นได้ง่ายขึ้นค่ะ

พูดซ้ำๆ
การพูดซ้ำก็เหมือนกับการขีดเส้นใต้ประโยคคำนั่นเอง แต่การพูดซ้ำๆ นั้นไม่ต้องใช้คำที่ยากนะคะ เพราะลูกน้อยอาจจะเบื่อหรือเซ็งซะก่อนค่ะ และที่สำคัญ ต้องมีการโต้ตอบกันเกิดขึ้นค่ะ คุณแม่จึงควรหัดให้ลูกได้พูดคุยโต้ตอบกับคุณแม่หรือคุณพ่อนะคะ และขณะที่พูด ก็ควรใช้มือชี้ประกอบไปด้วย เช่น พูดว่า เตียง ก็ชี้ไปที่เตียง ลูกจะเชื่อมโยงความหมายเข้าด้วยกันได้เร็วขึ้นค่ะ

กระตุ้นให้ลูกพูดโต้ตอบ
เมื่อเด็กอายุเพียง 4 เดือน เค้าจะสามารถสังเกตเห็นรูปปากได้แล้วค่ะ จะสังเกตได้ว่าเสียงไหนต้องทำปากยังไง ดังนั้น เวลาที่คุณแม่พูด ก็ให้คุณแม่ยื่นหน้าไปคุยกับเค้าใกล้ๆ แล้วคุณแม่ก็ต้องตั้งใจฟังด้วยนะคะ ว่าลูกพูดว่าอะไรตอบมา เพราะวัยนี้เค้าจะเริ่มชอบการพูดคุยโต้ตอบค่ะ แม้ว่าช่วงแรกๆ จะเป็นเสียงพูดที่ไม่มีความหมายก็เถอะ

พูดคุยกับลูกบ่อยๆ
ยิ่งคุณแม่พูดคุยกับลูกบ่อยเท่าไหร่ ลูกก็จะจำศัพท์ได้เยอะขึ้นเท่านั้น และยังช่วยให้ลูกพูดได้เร็วขึ้น คุณแม่บางคนบอกว่า เค้าคุยกับลูกตั้งแต่ยังเล็กๆ ทั้งเช้า กลางวัน เย็น แต่สิ่งสำคัญคือ การพูดคุยต้องมีการโต้ตอบกันซึ่งกันและกันค่ะ เพื่อพัฒนาการทางด้านภาษาที่ดี เพราะมีการสื่อสารทั้งสองทางนั่นเองค่ะ

ไม่ต้องกลัวประโยคยาวๆ
เด็กที่พ่อแม่ชอบใช้ประโยคที่มีวลีขยายซับซ้อน อย่างเช่น ประโยคที่มีคำว่า “เพราะว่า” “ที่ซึ่ง” เด็กมักจะพัฒนาการพูดด้วยประโยคง่ายๆ ได้เร็วกว่าเด็กที่มีพ่อแม่ไม่ค่อยพูดประโยคเหล่านี้ค่ะ คุณแม่จึงไม่ต้องห่วงนะคะว่าลูกจะสับสน


จับสังเกตลูกมีปัญหาเรื่องการพูดหรือไม่
- ลูกพูดช้ากว่าวัยที่ควรจะพูด เวลาเล่าเรื่องที่เป็นลำดับเหตุการณ์มักจะสับสน เรียงลำดับคำในประโยคไม่ถูกต้อง หัดนับเลข และจำตัวพยัญชนะได้ช้า
- ความยุ่งยากในการหาคำ ชอบใช้คำหนึ่งแทนอีกคำหนึ่ง ชอบหลงลืมคำที่อยู่ในท่อนกลางของประโยค
- สับสนในการใช้คำ เช่น “เมื่อวานนี้” หรือ “พรุ่งนี้” พูดสลับคำ เช่น “หนูหิวข้าว” เป็น “หนูข้าวหิว”
- มีปัญหาในการเปล่งเสียงตั้งแต่เด็ก เช่น พูดคำคล้องจองไม่ค่อยได้หรือพูดได้ไม่ดี และมีปัญหาในการพูดคำที่มีสัมผัสอักษร

เห็นไหมคะ การฝึกลูกให้พูดเก่งนั้นง่ายนิดเดียว เพียงแค่รู้จักวิธีการและปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอเท่านั้นเอง และการฝึกภาษาที่สองก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคุณแม่คุณพ่อค่ะ เพียงแต่ใส่ใจและอย่าใจร้อนจนเกินไป


สิ่งที่คุณแม่ควรทำ เพิ่มเติม
เด็กบางคนสามารถเรียนรู้ภาษาได้เร็ว และพูดได้ตั้งแต่อายุ 1 ขวบ แต่ก็มีเด็กหลายคนที่ยังไม่ยอมพูดจนกระทั่ง 2 ขวบ คุณแม่พยายามหมั่นสังเกต แต่ไม่ควรกังวลมากเกินไปค่ะ เพราะแม้แต่ อัลเบิร์ต ไอสไตน์ ยังเริ่มพูดตอนอายุ 3 ขวบเลยค่ะ

คุณแม่ควรฝึกให้ลูกเรียนภาษาใหม่เพิ่มอย่างน้อย 1 ภาษา ก่อนอายุ 3 ขวบนะคะ และเรียนต่อไปจนโต โดยภาษาที่สองนั้น เด็กควรได้เรียนรู้จากพ่อแม่ ครูและเพื่อนหรือคนที่เด็กเจอทุกวัน แต่ไม่ควรเปลี่ยนภาษาเรื่อยๆ เพราะเด็กจะสับสนและไม่เกิดผลค่ะ

เวลาหัดภาษาให้ลูก คุณแม่ควรเลือกคำใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นและยากกว่าเดิม เพื่อให้ลูกได้สนุกและเหมาะสมกับสติปัญญาของเขา อย่างเช่น แทนที่จะเลือกคำว่า ‘แมว’ หรือ ‘หมา’ ลองเปลี่ยนมาใช้คำที่ยากขึ้น เช่น ‘crocodile’ หรือ ‘จระเข้’ เป็นต้นค่ะ

การที่พ่อแม่พูดภาษาแบบเด็ก หรือเลียนเสียงเด็กเวลาพูดกับลูก เด็กจะสามารถเชื่อมโยงคำกับวัตถุได้ง่ายขึ้น นิตยสารไทม์ได้เปรียบเทียบเสียงสูงๆ ต่ำๆ ของ ‘ภาษาแบบเด็ก’ ว่าเหมือนกับอาหารอันโอชะที่พ่อแม่นกหามาป้อนลูกนก เพราะถ้อยคำและสำเนียงแบบเด็กนั้นรื่นรมย์และไพเราะนักค่ะ หรือพูดง่ายๆ การพูดแบบเด็กจึงเปรียบเสมือนการใช้ภาษาแห่งรักนั่นเองค่ะ

แสดงแบบโดย ด.ญ. วริยา ลีลาปัญญาชน

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
ของเล่น สร้างจินตนาการเด็ก
เด็กสมาธิสั้น รักษาได้ !
ฟันผุในเด็ก
บ๊ายบายขวดนมเมื่อไหร่ดี
ชวนแม่มารู้จักวิตามินดีๆ สำหรับหนู

สนับสนุนโดย
ขอขอบคุณ นิตยสารแม่และเด็ก
สมัครสมาชิกคลิกที่หน้าปก
กลับหน้าแรก | คลับแม่เก่งลูกกล้า | เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่ | พัฒนาการลูกน้อย | ตั้งครรภ์ | กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ | เมนูน่าหม่ำ | โภชนาการและผลิตภัณฑ์ | สมัครสมาชิก | เว็บบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: เทคนิคหัดให้ลูกพูดเป็นนกแก้ว

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 8

  1. Re: เทคนิคหัดให้ลูกพูดเป็นนกแก้ว

  2. Re: เทคนิคหัดให้ลูกพูดเป็นนกแก้ว

  3. Re: เทคนิคหัดให้ลูกพูดเป็นนกแก้ว

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้