ค้นหากระทู้  
 
forum mynew rulefindcontact
หน้า: 1 ตอบส่งกระทู้นี้พิมพ์
ผู้เขียน กระทู้: ลูกนอกกรม เพราะว่าเป็นโรคอะไรหรือเปล่า แล้วเด็กทุกคนต้องนอนกรนจริงหรือ  (อ่าน 9783 ครั้ง)
*
Level 1
ความคิดเห็น: 1

« เมื่อ: 12 เม.ย. 08, 21:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ลูกนอนกรน เพราะว่าเป็นโรคอะไรหรือเปล่า  แล้วเด็กทุกคนต้องนอนกรนจริงหรือ 32
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Moderator
*
Level 14
ความคิดเห็น: 4,068

« ตอบ #1 เมื่อ: 16 เม.ย. 08, 21:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอรายระเอียดมากกว่านี้สักนิดได้ไหมคะ เช่นอายุ น้ำหนัก อะไรประมาณเนี้ยค่ะ 23 23 23
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Moderator
*
Level 14
ความคิดเห็น: 4,068

« ตอบ #2 เมื่อ: 16 เม.ย. 08, 21:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ลูกนอนกรนหายใจเสียงดังเวลานอน มีอันตรายหรือไม่ ?
 

ภาวะการนอนกรนเป็นการหายใจเสียงดัง ซึ่งเกิดขึ้นในขณะหลับ พบได้ในทุกเพศทุกวัย จากการศึกษาพบว่าเด็กประมาณ 3-12 เปอร์เซ็นต์นอนกรน การนอนกรนพบบ่อยเป็นพิเศษในช่วงอายุก่อนวัยเรียน (Preschool) หรือช่วงระดับชั้นอนุบาล เนื่องจากขนาดของต่อมอดีนอยด์ และทอนซิล ที่มักโตเมื่อเทียบกับขนาดของทางเดินหายใจเด็ก

การนอนกรนมีอันตรายหรือไม่ ?
 

การนอนกรนอาจเป็นอันตรายได้ หากการนอนกรนนั้นเกิดร่วมกับภาวะการหายใจที่ลดลง หรือหยุดหายใจในขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea Syndrome) ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในเลือดต่ำลง ส่งผลให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองไม่พอเพียง เด็กเมื่อนอนแล้วหายใจไม่ออก เนื่องจากทางเดินหายใจอุดตัน ก็จะนอนกระสับกระส่าย ตื่นนอนบ่อย ทำให้การนอนหลับตอนกลางคืนไม่มีคุณภาพ, นอนหลับได้ไม่เพียงพอ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต และการเรียนรู้ และพัฒนาการของเด็ก
 

 

Obstructive Sleep Apnea Syndrome (OSAS)
Obstructive Sleep Apnea Syndrome (OSAS) คือ ความผิดปกติของการหายใจที่เกิดขึ้นในขณะหลับ เกิดจากทางเดินหายใจที่มีการอุดกั้นบางส่วน หรืออุดกั้นอย่างสมบูรณ์ ซึ่งมักเกิดขึ้นเป็นพัก ๆ ขณะหลับ ทำให้เกิดการรบกวนต่อระบบการระบายลมหายใจ และระบบการนอนหลับ

อัตราการเกิดพบประมาณ 2% ของประชากร พบในเด็กผู้หญิงพอ ๆ กับเด็กผู้ชาย จะเห็นได้ว่าการนอนกรนแบบไม่เป็นอันตรายพบได้บ่อยกว่ามาก อย่างไรก็ตามแพทย์มีความจำเป็นจะต้องตรวจวินิจฉัยเด็กที่นอนกรนแบบมีอันตราย หรือมีความผิดปกติของการหายใจ และให้การรักษาอย่างทันท่วงที เนื่องจากหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดมีภาวะแทรกซ้อนตามมาได้

เด็กที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการนอนกรนผิดปกติ (OSAS)
ได้แก่
มีต่อมทอนซิล และ/หรือ ต่อมอดีนอยด์โต
เด็กที่อ้วนมีน้ำหนักเกินมาตรฐาน
มีความผิดปกติของโครงสร้างของระบบทางเดินหายใจ เช่น มีกรามเล็ก, มีขนาดทางเดินหายใจแคบกว่าปกติ
มีความผิดปกติของสมองที่ทำให้การคุมการทำงานของกล้ามเนื้อระบบทางเดินหายใจผิดปกติ เช่น Cerebral Palsy
เด็กที่มีกล้ามเนื้ออ่อนแรงจากสาเหตุต่าง ๆ
เด็กที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น ดาวน์ซินโดรม
เด็กที่มีปัญหาโรคปอดเรื้อรัง
อาการที่น่าสงสัยว่าลูกมีปัญหานอนกรนแบบมีอันตราย
 

มีอาการหายใจติดขัด, หายใจลำบาก หรือหยุดหายใจเป็นพัก ๆ ร่วมกับการนอนกรน
นอนกระสับกระส่าย, เหงื่อออกมากเวลานอน, ตื่นนอนกลางดึกบ่อย ๆ
ปัสสาวะรดที่นอนทั้งที่เคยควบคุมได้มาก่อน
อ้าปากหายใจ
มีปัญหาด้านการเรียน, เรียนได้ไม่ดี
มีปัญหาทางพฤติกรรม, สมาธิสั้น, อยู่นิ่งเฉยไม่ได้
ระดับสติปัญญาต่ำกว่าปกติ
ง่วงเหงาหาวนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน
มีความดันโลหิตสูง
การวินิจฉัยทำอย่างไร
ในปัจจุบันมีการตรวจวินิจฉัยเพื่อหาภาวะการนอนกรนที่ผิดปกติทำได้ โดยการทดสอบการนอนหลับ (Pneumogram) การทดสอบการนอนหลับที่เป็นมาตรฐานเป็นการทดสอบข้ามคืนใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง เด็กจะมานอนค้างคืนที่ห้องทำการทดสอบที่จัดเตรียมไว้ ผู้ปกครองสามารถมาอยู่เฝ้าได้

การรักษา หากพบว่าเด็กมีภาวะการนอนกรนที่เป็นอันตรายก็จำเป็นต้องมีการรักษา การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ

การตัดต่อม Adenoid และ Tonsils ในรายที่มีต่อม Adenoid และ/หรือ Tonsils โต การตัดต่อมออกพบว่าช่วยรักษาการอุดตันของทางเดินหายใจในขณะหลับได้ถึง 75-100% จึงถือเป็นการรักษาหลังในผู้ป่วยกลุ่มนี้
ในผู้ป่วยซึ่งมีการอุดตันของทางเดินหายใจขณะหลับเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้ทางเดินหายใจอุดตันตอนหายใจเข้า หรือในผู้ป่วยที่ตัดต่อมทอนซิลแล้วยังมีปัญหา หรือในรายที่มีปัญหาสุขภาพทางด้านอื่น ไม่สามารถผ่าตัดได้จำเป็นจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เพื่อป้องกันการอุดตันของทางเดินหายใจในขณะหลับ (CPAP หรือ BiPAP)
การรักษาโดยการผ่าตัด เพื่อแก้ความผิดปกติของโครงสร้างของทางเดินหายใจส่วนบนที่แคบกว่าปกติเป็นการทำ Craniofacial Surgery, Uvulopharyngopalatoplasty.
การรักษาอาการอื่น ๆ ที่อาจเป็นปัจจัยร่วมให้เกิดปัญหาการหายใจที่ผิดปกติขณะหลับเป็นโรคภูมิแพ้, การควบคุมน้ำหนัก
ภาวะแทรกซ้อน ภาวะนอนกรนชนิดที่มีการอุดกั้นของทางเดินหายใจร่วมด้วยในขณะหลับ ทำให้มีออกซิเจนในเลือดลดลง ดังที่กล่าวมาแล้ว หากมิได้รับการรักษา หรือแก้ไขอย่างทันท่วงทีจะทำให้เด็กมีสติปัญญาต่ำ, ระดับการเรียนรู้ต่ำลง, มีสมาธิสั้น, Active มากไม่อยู่นิ่ง, ง่วงเหงาหาวนอนในเวลากลางวัน, ปัสสาวะรดที่นอน, ความดันโลหิตสูง, ความดันเลือดในปอดสูง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ อาจทำให้เกิดภาวะหัวใจทำงานล้มเหลวได้ ที่ รพ.กรุงเทพ เรามีคลินิกเด็กนอนกรน ซึ่งจะรับให้คำปรึกษา, วินิจฉัย, ให้การรักษา และติดตามผลการรักษา เด็กที่มีภาวะนอนกรนแบบเป็นอันตราย

ขั้นตอนที่จะได้รับเมื่อท่านมาติดต่อ
รับคำปรึกษา
หากแพทย์พิจารณาเห็นควรจะส่งทำการทดสอบเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
การได้การรักษาขึ้นอยู่กับผลการวินิจฉัย
นัดมาติดตามอาการหลังการรักษา
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Moderator
*
Level 14
ความคิดเห็น: 4,068

« ตอบ #3 เมื่อ: 16 เม.ย. 08, 22:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ถาม : ลูกนอนกรนเสียงดังแบบ แหบๆ เหมือนอากาศออกไม่สะดวก และมีลักษณะ หายใจเร็วและแรง คือ ช่วงท้องและชายโครงขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด(ลักษณะขยายใหญ่แบบผิดปกติ) และยุบลงอย่างเร็วสลับไปมา พร้อมทั้งบริเวณคอก็จะเป็นรอยบุ๋มลึกเมื่อลูกหายใจเข้า บางครั้งก็หยุดหายใจ จะเป็นแบบนี้มานาน สาม สี่ปีแล้วค่ะ บางครั้งก็มีอาการไอร่วมด้วย แต่ไอไม่ถี่ และมีอาการคัดจมูกเหมือนมีน้ำมูกแต่ไม่มีไหลออกมา สั่งก็ไม่ออก ไม่มีกลิ่นเหม็นเวลาหายใจ ไม่ทราบว่าลักษณะ อาการเช่นนี้จะมีทางรักษาให้หายขายได้ไหมคะ ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร และมีสาเหตุมาจากอะไรได้บ้างคะ

ตอบ : ลูกมีการนอนกรนแบบหยุดหายใจด้วย ถือว่าเป็นอาการที่รุนแรงมากค่ะ ต้องรีบให้การตรวจรักษาโดยด่วนค่ะ สาเหตุเป็นได้ทั้งจากความอ้วน โรคภูมิแพ้ (ทำให้จมูกคัด หายใจทางจมูกไม่สะดวก) หรือจากต่อมทอนซิล+ต่อมอะคีนอยด์โต จนอุดกั้นทางเดินหายใจ ต้องทำการตรวจร่างกายและ x-ray เพิ่มเติมค่ะ รักษาได้ค่ะ แต่ควรรีบเพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้เกิดผลเสียต่อร่างกายได้หลาย ๆ ระบบค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
thssanee
« ตอบ #4 เมื่อ: 7 ก.ย. 08, 19:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ลูกดิฉันอายุ 4 ปีกว่า  เวลาตอนกลางคืนอากาศเย็นนอนกรนเสียงดัง  และหายใจทางปากเป็นบางครั้ง  อยากทราบว่าจะเป็นอันตรายต่อเด็กไหมค่ะ  และมีวิธีรักษายังไงบ้างค่ะ 45
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
nee
« ตอบ #5 เมื่อ: 15 ก.ย. 08, 11:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แจกตัวอย่าง ลดน้ำ หนัก ลดความ อ้วน เพิ่มน้ำ/หนัก ฟรี

-ลด 2 - 8 Kg/เดือน
-ลดสัดส่วน 1 - 3 นิ้ว/เดือน
-เป็นอาหาร ไม่ใช้ยา ผ่าน อย.67 ประเทศ

http://โฆษณาพวกเห็นแก่ตัว.ws/
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แมว
« ตอบ #6 เมื่อ: 22 ก.ย. 08, 10:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ลูก อายุ 3 ขวบ 2 เดือน เวลาเป็นหวัดมักจะนอนกรนเสียงดัง และหายใจทางปาก
เป็นอันตรายมากไหมคะ เป็นหวัดบ่อยคะ ตอบด้วยนะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ตอบส่งกระทู้นี้พิมพ์
 
ตอบ สมาชิกที่ต้องการตอบกระทู้พร้อมใส่ภาพคลิกที่นี่
ชื่อ:
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้ตัวมีขีดกลาง|ตัวเรืองแสงตัวมีเงาตัวอักษรวิ่ง|จัดย่อหน้าอิสระจัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา|เส้นขวาง|
ใส่แฟลชflickr : ใส่ URL ของรูปจาก flickr ระหว่าง [flickr].....[/flickr]photobucket : ClipVDO ใส่ HTML Tag ของ photobucket ระหว่าง [photobucket=448,361].....[/photobucket]slide : ใส่ code ของ slide ระหว่าง [slide=426,320].....[/slide]Windows Media Player: ใส่ URL ของ wma,wmv,mp3,.. ระหว่าง [wm=320,304].....[/wm]ใส่รูปใส่ไฮเปอร์ลิ้งค์ใส่อีเมล์ใส่ลิ้งค์ FTP|ใส่ตารางใส่แถวของตารางใส่คอลัมน์ตาราง|ตัวยกตัวห้อยตัวพิมพ์ดีด|ใส่โค้ดใส่การอ้างถึงคำพูด|ใส่ลีสต์
คำแนะนำ: สามารถใส่เพลง/หนัง (wma, wmv, mp3, ...) โดยใช้ ได้นะคะ
สามารถใส่โค้ด embed จาก S! Video, S! Radio, โคตรสนุก! และ S!Album ได้ง่ายๆ โดยคลิกที่ html
bruuu 2 3 4 5 7 8 9 27 10 11 12 13 14 16 17 19 20 21 22 23 24 25 26 29 30 32 33 34 37 38 39 63 40 41 42 43 44 45 84 85 86 [เพิ่มเติม]
จำลองการตรวจสอบ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
มีตัวหนังสืออยู่ทั้งหมด 4ตัวอักษรในรูปภาพนี้


พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
: