ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > แม่และเด็ก > เรื่องน่ารู้ > ไลฟ์สไตล์คุณแม่
แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
 
คุณแม่หัวใจร็อก : สุกัญญา มิเกล
ผู้หญิงคนนี้ที่ใคร ๆ เรียกกันว่ามิเกล เคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอมีความฝัน 3 อย่างในชีวิต คืออยากเป็นนักร้อง เป็นนักเขียน และเป็นแม่

ความฝันที่จะได้เป็นแม่ เธอเล่าให้ฟังว่า อยากมีลูกตั้งแต่อายุ 26 กระทั่งในวัย 32 ถึงได้เป็นแม่สมใจ สำหรับคุณแม่คนนี้...การเตรียมตัวเป็นแม่ของเธอสิ่งสำคัญอยู่ที่สภาพความรู้สึกนึกคิด และอารมณ์

          จากผู้หญิงอารมณ์ร้อน เธอพยายามปรับอารมณ์ให้เย็นลง
          จากผู้หญิงดื่มเหล้า เปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่า
          จากที่สูบบุหรี่ ก็งดสูบตอนตั้งท้อง
          “ลูกมีพลังมาก” เธอยืนยันประโยคนี้กับเรา


และนี่คือเรื่องราวความในใจของร็อกเกอร์สาว กับเรื่องราวของเด็กหญิง ‘เลอเบีย’ ลูกสาวตัวน้อย ของขวัญล้ำค่าที่สุดจากพระเจ้าที่มอบให้เธอ

พอเห็นสภาพสังคมปัจจุบัน ผู้หญิงบางคนเลยตัดสินใจที่จะไม่มีลูก มิเกลเคยมีความรู้สึกอย่างนั้นไหมคะ
ตอนแรกรู้สึกไม่อยากมีลูกเลย เพราะเราไปเล่นดนตรีตามผับ ตามสถานบันเทิงตลอดไง ก็เจอเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ แต่คิดอีกทีรู้สึกไม่ยุติธรรมสำหรับชีวิตหนึ่งที่เขาน่าจะได้มาอยู่ในโลก แล้วก็ไม่ยุติธรรมกับชีวิตเราและสามีด้วย ถ้าจะปิดกั้นความคิดในมุมเดียวของตัวเอง เราก็เห็นแก่ตัวไปนิดหนึ่ง

อายุ 32 จึงตัดสินใจมีลูก
ความจริงอยากมีตั้งแต่อายุ 26 แต่ตอนนั้นยังกลัว ทั้งการคลอด กลัวการเลี้ยงดู กลัวอะไรต่าง ๆ แต่ในมุมหนึ่ง ก็รู้สึกอยากมีตามธรรมชาติผู้หญิง ซึ่งตอนนั้นก็คบกับแฟน อยู่ด้วยกัน 4-5 ปี มันน่าจะมีอะไรที่เดินหน้าต่อ แต่ความกลัวในเรื่องของเงินทอง เรื่องของสิ่งที่เห็นในสังคม รวมถึงเรื่องอารมณ์ของเรา จะควบคุมได้มั้ย กลัวว่าจะไม่ชนะตัวเอง แต่พอ 32 ก็เริ่มนั่งนับกับเพื่อนแล้วว่า อุ๊ย...ถ้าเลย 32 แล้วคิดจะมีลูก ลูกอาจเป็นโรคเอ๋อได้ งั้นรีบ ๆ มีซะ แล้วก็เริ่มมั่นใจว่าเราน่าจะเอาชนะความกลัวทั้งหลายได้

ต้องเปลี่ยนตัวเองเยอะมั้ยคะตอนตั้งท้อง
เป็นคนอารมณ์ร้อนมาก ก็มีหลุด ๆ ไปเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะร้อนเพราะสามี เราก็พยายามจะใจเย็น เขาก็คงจะเครียดด้วยเพราะเงินทองเราไม่ได้มีเยอะ ตั้งแต่ก่อนท้องแล้วถ้ารู้สึกอะไรต้องปล่อย ทุกข์ขนาดไหนก็ตามต้องปล่อย ถ้าไม่ปล่อยมันจะเก็บกด

ทราบมาว่าตอนท้องยังต้องไปทำงานร้องเพลงด้วย
ก็ร้องถึงเดือนที่ 8 น่ะ แต่เปลี่ยนนิดหน่อย จากปกติเล่นเพลงร็อก ยืนร้อง ก็เปลี่ยนมาเป็นนั่งร้อง พอท้องได้ 7 เดือน จากที่เคยร้องคีย์มาตรฐานได้ เริ่มอึดอัด ร้องไม่ไหว เลยปรับลงมาครึ่งเสียง คือหาวิธีทำอะไรก็แล้วแต่ให้ตัวเองได้ทำงาน ตอนแรกกลัวมากนะ กลัวเขาจะไม่สมบูรณ์ เพราะเราร้องเพลงในผับ ดมควันบุหรี่ตลอด แต่ถือว่าโชคดี ลูกเราออกมาแข็งแรง น้ำหนักตั้ง 3,700 กรัม ร่าเริง อารมณ์ไม่แปรปรวนมาก อาจจะเป็นเพราะเราร้องเพลงเกือบทุกวัน วันละชั่วโมงครึ่ง เวลาขับรถเราจะฟังเพลง แล้วขับรถก็ไม่ได้ขับตอนกลางวัน ส่วนใหญ่ทำงานกลางคืน รถก็ค่อนข้างโล่ง ไม่เครียด

เห็นหน้าลูกครั้งแรกรู้สึกยังไงคะ
บอกตรง ๆ ว่า 3 วันแรกที่คลอดจะแตกต่างจากผู้หญิงที่คลอดธรรมชาตินิดหนึ่ง เนื่องจากสารเคมีพวกยาอะไรต่าง ๆ ที่เราได้รับทำให้เบลอมาก ๆ ...คนคลอดธรรมชาติพอคลอดออกมาปุ๊บ แม่จะได้อุ้มเลย ความกลัวความอะไรจะไม่เกิด เพราะลูกอยู่กับตัว แต่เรานี่ลูกไปไหนไม่รู้ ตัวเองก็เบลอ ๆ สามีเขาก็รู้ว่าเรามีอาการแปลก ๆ แต่เขาไม่เข้าใจ เราก็ยิ่งไม่เข้าใจ คือได้แต่มองไม่กล้าแตะลูก แฟนเลยบอกว่าให้เอามือไปลูบหัวลูก พอเริ่มลูบหัวเขา แตะหัวเขา แล้วแฟนก็อุ้มมาให้เรา หลังจากนั้นก็ยังกลัว ๆ กับการแตะต้องตัวลูก ขนาดกลับมาบ้านก็ยังกลัว ๆ ไม่กล้าอุ้ม นี่น่ะหรือคือชีวิตที่ดิ้นดุก ๆ อยู่ในท้อง

แต่หลังจากนั้นก็ต้องเจอปัญหาหนัก ๆ เข้ามาในชีวิต เพราะน้องป่วย
แรก ๆ เขายังแข็งแรงดี แต่พอเข้าอาทิตย์ที่ 3 เขามีอาการอ้วกได้ประมาณ 1 อาทิตย์ ตอนแรกก็ไม่ทุกมื้อ วันละครั้งหรือสองครั้ง ...พอเข้าวันที่ 4-5 ไม่ได้แล้ว แสดงว่าต้องเป็นอะไรแน่เลย แล้วตัวเองก็ไปสะดุดในหนังสือเล่มหนึ่งที่บอกว่ามีโรค 3 โรคที่เป็นอันตรายสำหรับเด็กอ่อน มีปลายกระเพาะตีบ นี่อันดับ 1 เลยซึ่งหายากมาก เด็กไม่ค่อยเป็น แต่ถ้าเป็นแล้วอันตรายมาก...
พอพาลูกไปหาหมอเขาตรวจดูก็ไม่เจอก้อนอะไรเลย ไปหาหมอหลายรอบมาก...ท้ายที่สุดแล้วพอเข้าอาทิตย์ที่ 2 ลูกเริ่มผอมเพราะเขาอ้วกจนเกลือแร่ในร่างกายเริ่มหาย ผอมลงเรื่อย ๆ เลยพาไปโรงพยาบาลให้น้ำเกลือ...จนกระทั่งเขาเริ่มมีน้ำมีนวลขึ้นภายในเวลา 2 วัน แต่เขากินเข้าไปแล้วยังอ้วกอยู่ กินนมเข้าไปแค่ออนซ์เดียวแต่อ้วกออกมาเหมือน 4-5 ออนซ์ แล้วน้ำที่กินเข้าไปก็อ้วก
อะไรที่ลงไปในกระเพาะอ้วกหมด หมอเลยพาไปเอกซเรย์โดยมีคุณพ่อเขาอุ้มไป ปรากฏหมอวินิจฉัยว่ากระเพาะโป่ง คาดว่าจะเป็นปลายกระเพาะตีบ...โรคนี้ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ไม่ได้เกิดจากการเลี้ยงดู แต่เป็นความผิดปกติจากข้างใน แพทย์เลยส่งตัวไป ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติของพระราชินี เอกซเรย์อีก 2 รอบ วินิจฉัยตรงกันว่าเป็น ต้องผ่าตัดอย่างเดียว

อันตรายไหมคะสำหรับการผ่าตัดในกรณีที่เด็กยังเล็กมาก
จริง ๆ การผ่าไม่อันตรายนะ แต่จะอันตรายช่วงพักฟื้นถ้ามีการติดเชื้อ ถ้าติดเชื้อข้างในยุ่งมาก มันเกิดจากเซลล์ข้างในของเขาเอง หมอรมยาที่โรงพยาบาลบอกว่า 1 ในแสนคนที่จะเจอโรคนี้ ...เด็กเป็นโรคนี้แล้วผ่าตัดอย่างเดียว แล้วลูกเราเป็น 1 ใน 300 ที่รอดชีวิต 300 คนรอดคนเดียวน่ะ เรารู้ข้อมูลอย่างนี้ ก็ได้แต่ภาวนา และพยายามเข้มแข็ง

แล้วตอนนี้ต้องดูแลอะไรเลอเบียเป็นพิเศษ
ตอนนี้หายแล้วเรียบร้อย หนักหน่อยคือตอนกลับมาจากโรงพยาบาลหลังผ่าตัด วิธีการให้น้ำให้นมต้องอยู่ในโปรแกรมของหมอตลอด เริ่มต้นเลยคือเขาไม่สามารถกินนมได้ 1 ออนซ์ หรือ 3 ออนซ์ จะได้ก็คือ 20 ซีซี. แล้วต้องให้ทุกครึ่งชั่วโมง พอให้ปุ๊บแล้วจะปล่อยให้เขานอนเลยก็ไม่ได้ ต้องเอียงข้างไว้ก่อนครึ่งชั่วโมง เป็นระยะเวลา 1 เดือน 2 เดือน แล้วค่อย ๆ เพิ่ม ซึ่งหมอเขาจะวางไว้ให้ เราก็ปฏิบัติกันอย่างเคร่งครัด น้ำนิดหน่อย นมนิดหน่อย...จะกินเยอะไม่ได้เพราะเดี๋ยวแผลปริ

คิดว่าตัวเองจะใช้วิธีการเลี้ยงลูกแบบไหนคะ
จะใช้วิธีนึกถึงตอนที่ตัวเองเป็นเด็กก่อนนะ เพราะเราจำตอนที่เราเด็ก ๆ ได้ว่าส่วนใหญ่แล้วเด็กจะโดนผู้ใหญ่ว่าเรื่องไหนบ้าง และเก็บกดเรื่องไหน ๆ บ้าง มันไม่ยากนะ แต่ผู้ใหญ่มักลืมว่าตัวเองเคยเป็นเด็ก พอมีฮอร์โมนแล้วลืมหมด ถ้าลองหันไปนั่งนึกว่าตัวเองเคยเป็นเด็ก จะเข้าใจเลยว่าเด็กเป็นยังไง แต่เราบอกตัวเองว่าเราจะไม่ลืม...แต่เราอาจดีแต่พูด ก็ได้ในวันนี้ เรายังไม่รู้หรอกว่าจะสามารถดูแลลูกได้เท่าที่ปากเราพูดได้หรือเปล่า แต่เราจะพยายามทำมันให้ดีที่สุด

แล้ววางโครงให้ตัวเองด้วยหรือเปล่า
พอเลอเบียอายุ 20 ปุ๊บ เขาจะเป็นยังไงก็ช่าง เราจะไปเฮฮาปาร์ตี้กัน 2 คนผัวเมีย เราอาจเป็นยายแก่นั่งเขียนหนังสือ ส่วนสามีก็ยังไปเล่นกีตาร์อยู่ ยังแต่งเพลงอยู่ หรือไม่อาจมีโรงเรียนสอนดนตรี เขาก็รักที่จะอยู่อย่างนั้น เราก็รักที่จะอยู่กับตัวเรา อยู่กับหนังสือ อ่านเขียน ร้องเพลงก็คงร้องจนเหนียงยาน

วันนี้ความฝันทั้ง 3 อย่างอยู่กับสุกัญญา มิเกล แล้ว ทั้งการเป็นนักร้อง ได้ทำงานเขียน และการเป็นแม่ แม้เส้นกราฟความฝันแต่ละอย่างของเธอไม่ได้พุ่งสูงตลอดเวลา แต่เธอยังยืนยันจะรักษาความฝันนั้นไว้ และเชื่อมั่นว่าจะทำแต่ละฝันให้ดี ๆ ยิ่งขึ้นไป

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ในบทหลังบ้าน-เต็มตัว
ครอบครัวนี้...สุดยอด(น่ารักดีนะ)
ทุกย่างก้าวแห่งความรัก ครอบครัว เขมะโยธิน
คุณแม่...นักข่าว ดาว-อภิสรา นุตยกุล
นุก สุทธิดา คุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยว

สนับสนุนโดย
ขอขอบคุณ
นิตยสาร ขวัญเรือน
กลับหน้าแรก | คลับแม่เก่งลูกกล้า | เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่ | พัฒนาการลูกน้อย | ตั้งครรภ์ | กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ | เมนูน่าหม่ำ | โภชนาการและผลิตภัณฑ์ | สมัครสมาชิก | เว็บบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: คุณแม่หัวใจร็อก : สุกัญญา มิเกล

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 82

  1. Re: คุณแม่หัวใจร็อก : สุกัญญา มิเกล

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้