ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > แม่และเด็ก > เรื่องน่ารู้ > ไลฟ์สไตล์คุณแม่
แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
 
วรรณษา...ขอปิดตำนานสาวเจ้าชู้
เมื่อเอ่ยชื่อของ วรรณษา ทองวิเศษ ภาพที่หลายคนนึกขึ้นมา คงไม่พ้นภาพลักษณ์สไตล์สาวสวยเซ็กซี่ ที่เน้นแฟชั่นนุ่งน้อยห่มน้อยบนหน้านิตยสารชื่อดังหลายฉบับ หรือหากจะนึกถึงบทบาทในการแสดงของเธอ ตำแหน่งตัวร้ายที่คอยอิจฉาริษยา ส่งเสียงแหลมใส่นางเอก นั่นแหละคือภาพของเธอที่เราคุ้นตากันดี

แต่เชื่อไหมคะ หลังจากที่คุณได้อ่านบทสัมภาษณ์ในครั้งนี้ ภาพทั้งหมดในความคิดของคุณจะเปลี่ยนไป ไม่มากก็น้อยล่ะ เพราะวรรณษาที่เราพบในครั้งนี้ เธอไม่ได้ร้ายอย่างในบทบาทที่เราเคยเห็นเลย หนำซ้ำเธอยังเป็นคนกระโดกกระเดก แสนซน อย่างหาตัวจับได้ยากทีเดียว

คุณคงอยากรู้จักตัวตนของเธอเต็มทีแล้ว
วรรณษา ทองวิเศษ ชื่อเดิมของเธอคือ สาธิตา วงษ์ทอง เป็นลูกคนเดียวที่เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่มีฐานะปานกลาง เธออาศัยอยู่กับแม่ น้า ตาและยาย เนื่องจากพ่อกับแม่ของษาแยกทางกันตั้งแต่เธอยังอยู่ในท้อง ถึงแม้จะไม่มี่พี่น้อง แต่ษาก็บอกว่าไม่เคยเหงา และไม่เคยขาดความรัก ความอบอุ่นจากครอบครัว


ษา...ไม่ใช่เด็กมีปัญหาค่ะ
“ในบ้านษามีทั้งคุณตาคุณยาย แล้วก็มีน้าอยู่ด้วย แถมตอนนั้นคุณยายเองก็เปิดเป็นเนอร์สเซอรี่เล็กๆ รับเลี้ยงเด็ก ก็เลยกลายเป็นว่าบ้านเรามีคนเข้า-ออกเยอะ ษาเลยมีเพื่อนเยอะไปโดยปริยายค่ะ แล้วก็ไม่มีเวลารู้สึกเหงาหรอก เพราะว่าตอนนั้นที่บ้านทุกคนต้องทำงานกันหมด คุณแม่ก็รับทำบัญชี คุณยายก็ขายขนม คุณตาก็ตัดผม เย็บผ้า ษาเองก็รับโน่นรับนี่มาทำบ้าง หาเงินตั้งแต่เด็กๆ เลยค่ะ ก็มีทั้งพับถุงขาย ช่วยคุณยายทำขนม บางทีก็รับเสื้อมาปักมาเย็บเลื่อม ได้ตัวละ 50 สตางค์บ้าง บาทนึงบ้าง


ดำขนาดนี้ยังได้ขึ้นเวทีประกวด
“มีอยู่วันหนึ่ง ตอนนั้นษาเพิ่งเสร็จจากการซ้อมวอลเล่ย์บอล กำลังจะกลับบ้าน ก็ใส่ชุดกีฬานี่แหละ แล้วก็ตัวดำๆ ตอนนั้นดำจริงๆ นะ เพราะมันต้องซ้อมกลางแดดตลอด คือดำกว่านี้เยอะค่ะ แล้วก็เหงื่อโชกเลยนะ ก็มีพี่คนนึงชื่อพี่จุ๊บ เข้ามาถามว่าอยากไปประกวดนางงามหรือเปล่า ษาก็อะไรเนี่ย .ตัวก็เหม็น ดำขนาดนี้ (หัวเราะ) เขาก็บอกว่าไม่ได้โกหกนะ แต่ษาก็กลัวว่าจะเป็นพวกแก๊งค์รถตู้ที่มาหลอก เพราะช่วงนั้นข่าวนี้กำลังดังเลย เราก็เลยบอกว่าไม่เอาค่ะพี่

ตอนนั้นษาเพิ่งจะอายุประมาณ 17 เองนะคะ เขาก็เทียวไปเทียวมาบ่อยๆ เขาบอกว่าเห็นษาสูงดี บุคลิกดี ถ้านำมาฝึกอีกสักหน่อยก็น่าจะโอเค ษาก็กลับบ้านมาเล่าให้คุณแม่ฟัง ว่าเนี่ยเขาจะมาชวนไปประกวดนางงาม แม่ก็หัวเราะหึๆ ทั้งษาทั้งแม่ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่เขาก็เทียวไปเทียวมาหลายเที่ยวมาก จนเขาเอาหลักฐาน เอาอะไรต่างๆ มาให้ดู แล้วเขาบอกว่าถ้าตกรอบนะ ก็ได้ซัก 4 - 5 พันบาทแล้วล่ะ เราก็โห! สี่ห้าพันมันก็เยอะนะสำหรับเรา และเราก็คิดว่าตกรอบแรกแน่ เพราะว่าเราไม่ได้มีประสบการณ์ทางด้านนี้ คิดไปคิดมาจนในที่สุดทั้งษาและคุณแม่คุยกันแล้วก็โอเค เอ้า! เอาก็เอา”
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อ


และแล้วเวลาสำคัญก็มาถึง
...จนในที่สุดก็ประกาศคนเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย ษาก็ได้เข้า 1 ใน 5 ด้วย ษาก็บอกว่า โอ๊ย! ตายแล้ว ได้เงินแล้ว คือยิ่งเข้ารอบลึกมากเท่าไหร่ เงินก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ พอถึง 5 คนปั๊บเนี่ย ยังไงเราก็ได้ แต่ไม่รู้ว่าเราได้ที่เท่าไหร่ คือได้เงินแน่ๆ อยู่แล้วที่หลักแสน ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรนะคะ คิดแต่เรื่องตังค์อย่างเดียวเลย (หัวเราะ) จนกระทั่งเขาประกาศ คนที่ 5 เราก็คิด...ไปแล้วหนึ่งแสนบาท พอที่ 4 ออกไปก็เป็นหนิง กมลา สมองคิดเลยว่าก็จะเหลือเงินอยู่ 3 แสน 4 แสน แล้วก็ 8 แสน เอาอันไหนก็ได้แล้วล่ะเรา พอประกาศคนที่ 3 ก็ออกมาเป็น วรรณษา ทองวิเศษ ความรู้สึกตอนนั้นคือโล่งค่ะ โล่งมากๆ เฮ้อ! จบซะที เสร็จซะที”

“พอได้ตำแหน่งแล้ว สิ่งแรกที่ทำก็คือนอน เพราะษาได้นอนน้อยมาก แล้วก็ต้องอยู่กับกองอีกประมาณ 1 อาทิตย์เพื่อขอบคุณบรรดาสปอนเซอร์ ถ้าจะถามว่าเหนื่อยไหม ก็ไม่นะคะ เพราะถ้าเป็นกิจกรรมที่ต้องออกไปเจอะเจอผู้คน ษาชอบอยู่แล้ว แต่ว่ามันเป็นภาระตอนตื่นเท่านั้นเอง เพราะต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 ตี 5 ลุกขึ้นมาแต่งหน้าทำผมเอง แล้วก็ต้องเข้านอนเร็วขึ้น


...พอเสร็จภารกิจมิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สแล้ว ก็ไปประกวดมิสไชนีสที่ฮ่องกง 1 เดือน คือจริงๆ แล้วตอนนั้นคนที่ต้องไปประกวดไม่ใช่ษา เป็นอีกคนนึงชื่ออาร์ท แต่อาร์ทโทรมาบอกษาว่าให้ช่วยไปแทนหน่อย เพราะอาร์ตติดสอบ ษาก็ต้องไปแทน แล้วษาก็ได้ตำแหน่งมิสไชนีสรองอันดับ 1 กลับมา ตอนนั้นษาก็ยังไม่มั่นใจว่าตัวเราเองสวยเท่าไหร่เลย แต่คิดว่าที่ได้ก็เพราะตัวษาเป็นคนคุยเก่ง สนุกมากกว่าค่ะ

...หลังจากหมดการปฏิบัติภารกิจแล้ว ก็ต้องกลับไปมุ่งเรื่องเรียนต่อ เพราะษาพักการเรียนไปประมาณเทอมนึง ต้องกลับไปอ่านหนังสือตามเพื่อนให้ทัน ตอนนั้นอยู่ ปวช.3 เทอม 1 ที่จักรพงษ์ฯค่ะ อีกเทอมเดียวก็จะจบแล้ว ก็สอบจนผ่าน ซึ่งเพื่อนๆ เขาคิดกันว่าษาไม่น่าจะสอบผ่าน เพราะว่าไม่ได้มาเรียนเลย มันก็เลยเกิดปัญหาขึ้น คนมองว่าทำไมเราถึงสอบผ่าน ก็มีการเหน็บแนมกันค่อนข้างรุนแรง สร้างความกดดันให้กับษาสุดๆ เลย ษาก็เลยตัดสินใจลาออก ทั้งๆ ที่หลายคนก็ทักว่าเหลืออีกเทอมเดียว ลาออกทำไมล่ะ แล้วตัวษาเองก็อยากจบจากสถาบันนี้นะ เพราะว่าที่นี่การเรียนดี เป็นโรงเรียนมีชื่อเสียง แต่เราก็ต้องตัดใจออกมา เพราะทนแรงกดดันไม่ไหว จากนั้นก็ย้ายมาเรียนที่วิทยาลัยรัตนพาณิชยการ จนจบปริญญาตรี เอกการตลาดค่ะ”


แรงสุดๆ กับสุริโยทัย
“พอท่านบอกว่าต้องถ่ายฉากนี้แล้ว พี่เอ็มก็เดินมาบอกว่า เตรียมตัวนะ พร้อมนะ ษาก็ทำใจ คือเราก็อายนะ ในฉากนั้นที่ถ่ายวันนั้นมีคนเข้าฉากคือ อาสุเชาว์ พงษ์วิไล และนางสนมอีก 2 - 3 คน แล้วก็มีท่านมุ้ย หม่อมบี๋ ช่างภาพที่เป็นฝรั่งหมดเลย เราก็สบายใจขึ้น แล้วท่านมุ้ยยังบอกษาอีกว่า ไม่ต้องกลัวนะ ฟิล์มทุกม้วนถ่ายเสร็จส่งเลย ไม่มีทางหลุดไปข้างนอกได้เลย แล้วท่านยังการันตีด้วยว่า ชั้นไม่ให้แกมีภาพนิ่งเด็ดขาด ไม่ต้องกลัว ก็เลยทำให้ษาสบายใจไปแล้วส่วนหนึ่งค่ะ

...แต่ตอนถ่ายนี่สิ เทคเพียบเลยค่ะ คือมันมีฉากที่ต้องเดินด้วย ษาก็เดินแล้วก็ดันไปเหยียบไม้กระดานบ้างมันก็ดังแกร่บ แกร่บ ครูแอ๋วก็ต้องวิ่งมาบอกว่าเดินตัวเบาๆ ให้เหมือนลอยมา แหม! ก็ยากนะ เราก็จินตนาการว่าเดินยังไงล่ะ ก็คงจะเดินปลายเท้ามั้ง ปรากฏว่าพอท่าเดินผ่านแล้ว ก็มาติดตรงสีหน้าอีก คือตอนถอดชุดออกนั้น สีหน้าต้องนิ่งมากๆ แต่หน้าษามันเขินไงคะ เราก็ระแวง แล้วท่านก็เดินมาบอกอีกว่า ถ้าแกระแวงอย่างนี้ แกก็ถอดอีก 10 เที่ยว เขาก็เห็นของแกอีก 10 เที่ยว เราก็เออ... นั่นน่ะสิ ก็เลยฮึดสู้ทีเดียว ก็ได้เลย ก็ผ่าน แล้วท่านมุ้ยก็เดินมาเขกหัวทีนึง เออ... เอ็งเก่ง เราก็รู้สึกว่าแค่คำชมสั้นๆ มันทำให้เราฮึกเหิมที่จะถ่ายต่อไปค่ะ”


ษา...หยุดชีวิตรักที่หนุ่มร็อก
“ษารู้จักกับพี่เป้จากการถ่ายวีซีดีเรื่อง ผีม้าบ้อง ค่ะ ก็นานแล้วนะคะ เรื่องนี้เกือบ 2 ปีแล้ว ตอนนั้นพี่เป้เล่นเป็นเพื่อนพระเอก ษาเป็นนางเอกเล่นคู่กับพี่โอลิเวอร์ ตอนนั้นต่างคนก็ต่างรู้จักกันอยู่แล้วในนามของนักแสดงกับนักร้อง ษาก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะเราทั้งคู่ต่างมีแฟนกันอยู่ จากเรื่องแรก ก็มีวีซีดีเรื่อง เจ้านาง ที่ได้เล่นด้วยกันอีก คือเราก็เคยร่วมงานกันมาแล้วทีนึง ก็มีความคุ้นเคยสนิทบ้าง แต่เรื่องนี้ก็อาจจะสนิทกันกว่าเดิม คนเราพอเจอกันในการร่วมงานหลายๆ ครั้งเข้า ความใกล้ชิดสนิทสนมมันก็จะเพิ่มมากขึ้นค่ะ”


ปิดตำนานสาวเจ้าชู้แห่งวงการ
“หลังจากเราทั้งคู่ต่างเลิกกับแฟนแล้ว ก็เริ่มมาคุยกัน ด้วยความที่ต่างคนต่างเจ็บมาด้วยกัน ก็ปรึกษากัน เราก็ได้คำปรึกษาที่ดี วิธีการแก้ปัญหาที่ดี แล้วก็คำตอบที่ดีกลับไปค่ะ คือษาคิดว่าคนทุกคนไม่ว่าผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย ทุกคนจะมีเซ้นส์ว่าคนนี้สามารถที่จะดูแลเราได้ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่สเป๊กที่เราตั้งไว้ตั้งแต่ตอนแรก แต่พออายุมากขึ้นก็เริ่มตัดไปทีละข้อๆ เริ่มน้อยลงจนมาลงตัวที่เขาค่ะ

...พอผ่านพ้นช่วงที่เราทั้งคู่ท้อๆ กันแล้ว ก็กลับมาฮึดสู้กันอีกครั้ง แต่ในที่สุดก็ถูกฟ้าผ่าจากคุณแม่จนได้ค่ะ ก็อย่างที่เป็นข่าวนะคะ ท่านบอกให้เลิกกันเด็ดขาด ทั้งษาทั้งพี่เป้ก็เลยแย่ไปตามๆ กัน ษาเองก็โทรมมาก วันๆ ไม่ทำอะไรเลย แย่มากๆ ค่ะตอนนั้น จนในวันหนึ่งคุณแม่ก็เห็นว่าเราไม่ไหว มันเหมือนแบบลูกชั้นวิญญาณหายไปไหน ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร เขาเห็นลูกเจ็บ เขาก็ไม่ไหวแล้ว แม่ก็เลยยอม แล้วก็ให้เข้ามาคุยกัน พอคุยเสร็จเรียบร้อย พี่เป้ก็บอกขอดูแลเรา และในที่สุดเราทั้งคู่ก็แต่งงานกันในวันที่ 11 สิงหาคม 2548 ค่ะ”


เซย์เดย์...เติมเต็มชีวิตคู่
“พี่เป้นับถือศาสนาอิสลามค่ะ ษาก็ต้องเปลี่ยนจากพุทธ มาเป็นอิสลาม หลังจากที่แต่งงานกัน เราก็ไปเที่ยวกันที่สวิสเซอร์แลนด์ค่ะ ษาก็แพ้ท้องที่นั่นแหละ ก็อยู่ที่นั่นเกือบเดือนนึง คือเดินไม่ได้ ทำอะไรไม่ได้เลย ตอนนั้นษาอยากกินแต่พวกสเต็ก ซึ่งจากเดิมไม่กินเลย เพราะว่าเป็นคนไดเอ็ทเนื้อสัตว์ และด้วยความที่กินเยอะมาก ทำให้น้ำหนักขึ้นมาถึง 16 กิโลกรัมค่ะ แต่ษาก็แพ้อยู่เดือนเดียว พี่เป้มาแพ้แทนเอาเดือนที่ 2 (หัวเราะ) เขาชอบกินมะขามคลุกน้ำตาลค่ะ

...จริงๆ แล้ว ตอนนั้นษาเพิ่งจะท้องแค่ 8 เดือนกว่าๆ เองค่ะ แต่ด้วยความที่ษาเองนั้นมีปัญหารกเกาะต่ำไปอยู่บริเวณปากมดลูก ถ้าลูกดันจะฉีกขาดเป็นอันตรายได้ คุณหมอก็บอกว่าอายุของครรภ์และความพร้อมของลูกมีพอสมควร ปอดแข็งแรง จึงตัดสินใจผ่าตัดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2549 เวลา 9.31 น. ที่โรงพยาบาลบางมด ออกมาหนัก 3,050 กรัม ก็แข็งแรงค่ะ

พอได้ยินเสียงร้องครั้งแรก ษาตื่นเต้นมาก เราสองคนตั้งชื่อลูกว่า เซย์เดย์ เป็นภาษาเยอรมัน แปลว่าซีดีเพลง ซึ่งชื่อนี้มีที่มาจากตอนที่ไปฮันนีมูนที่สวิตเซอร์แลนด์ พี่เป้เขาเดินซื้อซีดีเลือกอยู่นานมาก จนษางอนและพูดประชดว่า คอยดู ถ้ามีลูกจะให้ชื่อว่าซีดี ส่วนชื่อจริงให้ชื่อ วาคิม ซึ่งชื่อนี้ไม่ได้มีความหมายอะไร แต่ด้วยความที่เราชอบดูหนังเรื่องโซโรค่ะ ลูกชายของโซโรชื่อว่าวาคิม ฟังแล้วรู้สึกว่าชื่อสมชายชาตรีดีค่ะ”


รีบลดหุ่นเพื่อรับงาน
“ษาว่าสำหรับษาแล้วการเลี้ยงลูกไม่เหนื่อยนะ เพราะเซย์เดย์เขาจะเลี้ยงง่ายมากเลยค่ะ ตื่นเป็นเวลา ไม่กวน ไม่โยเย พอทานเสร็จก็หลับ แล้วก็ตื่นเป็นเวลา เราก็ช่วยกันเลี้ยง 3 คนนะคะ ทั้งพ่อ แม่และคุณยาย แต่คุณยายจะเลี้ยงมากที่สุด เพราะว่าษาจะเริ่มออกไปทำงานแล้ว จริงๆ แล้วษาเพิ่งคลอดน้องมาได้ประมาณ 20 วันเท่านั้น แต่ษาลดน้ำหนักไปได้แล้วประมาณ 6 - 7 กิโลกรัม มันก็เลยทำให้หน้าท้องเราลงเร็ว คงเป็นเพราะษาซิทอัพเป็นประจำตั้งแต่ก่อนท้อง ทำวันละ 200 ครั้ง พอคลอดแล้วก็เลยทำให้กล้ามเนื้อกลับสู่สภาพเดิมได้เร็ว จากเอวก่อนคลอด 39 ตอนนี้เหลือประมาณ 34 ซึ่งยุบเร็วมาก คิดว่าอยู่ไฟอีกประมาณ 1 เดือน ก็จะยุบหายหมดแล้ว ก็พยายามอยู่นะคะ เพราะว่าอยากจะ


กลับไปทำงานเร็วๆ ค่ะ
...ส่วนเรื่องที่จะมีน้องให้เซย์เดย์นั้น ยังไม่ได้คิดกันเลยค่ะ เพราะว่าถ้ารกเกาะต่ำในท้องแรกแล้วเนี่ย พอท้องสองต้องดูแลให้เยอะกว่าเดิม ษาก็เลยคิดว่าขนาดท้องแรก ในช่วงสามเดือนหลังษาแทบไม่ได้ออกไปไหนเลย เดินก็ไม่ได้ หมอบอกว่าให้เดินเฉพาะเข้าห้องน้ำกับทานข้าวแค่นั้นเอง เพราะว่าเด็กกลับหัวแล้วตอนประมาณ 7 เดือน

เพราะฉะนั้นการที่เดินมากๆ มันทำให้มดลูกต่ำลงเรื่อยๆ แล้วหัวเค้าก็จะดันมดลูกเรา หมอก็กลัวว่าเดี๋ยวเลือดจะออก แล้วจะเกิดอาการคลอดก่อนกำหนด พอท้องต่อไปเค้าบอกว่าต้องดูแลมากกว่าท้องแรก ษาก็คิด ต้องแย่แน่ๆ สงสัยตอน 8 - 9 เดือน ไม่ได้ไปไหนแน่ๆ เลย ก็เลยรู้สึกว่าต้องขาดรายได้ไปอีกนาน จะพูดว่าเรางก ษาก็ไม่ว่าอะไรหรอก ก็จริงๆ นะ แล้วษาก็รู้สึกเบื่อกับการที่ต้องอยู่เฉยๆ ด้วยค่ะ พอเดินหน่อยก็โดนว่าแล้ว ตอนนี้ก็เลยคิดว่ามีคนเดียวก่อนดีกว่าค่ะ”


Profile
วรรณษา ทองวิเศษ (ชื่อเดิม สาธิตา วงษ์ทอง)
เกิด 16 พ.ย. 2522 อายุ 27 ปี
สามี : สุรัช ทับวัง (เป้ ไฮร็อค)
ลูกชาย : ด.ช. วาคิม วงษ์ทอง (น้องเซเดย์)
ตำแหน่งจากการประกวด
- รองมิสไทยแลนด์เวิลด์ อันดับ 2 ปี 1997 (พ.ศ. 2540)
- รองมิสไชนีสอินเตอร์เนชั่นแนล อันดับ 1 ปี 1998 และได้รับรางวัล เครื่องแต่งกายประจำชาติดีเด่น
- ผลงานสร้างชื่อ ภาพยนตร์เรื่อง สุริโยทัย และละครเรื่อง หงส์ฟ้ากับสมหวัง

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ในบทหลังบ้าน-เต็มตัว
ครอบครัวนี้...สุดยอด(น่ารักดีนะ)
ทุกย่างก้าวแห่งความรัก ครอบครัว เขมะโยธิน
คุณแม่...นักข่าว ดาว-อภิสรา นุตยกุล
นุก สุทธิดา คุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยว

สนับสนุนโดย
ขอขอบคุณ นิตยสารแม่และเด็ก
สมัครสมาชิกคลิกที่หน้าปก
กลับหน้าแรก | คลับแม่เก่งลูกกล้า | เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่ | พัฒนาการลูกน้อย | ตั้งครรภ์ | กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ | เมนูน่าหม่ำ | โภชนาการและผลิตภัณฑ์ | สมัครสมาชิก | เว็บบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: วรรณษา...ขอปิดตำนานสาวเจ้าชู้

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 14

  1. Re: วรรณษา...ขอปิดตำนานสาวเจ้าชู้

  2. Re: วรรณษา...ขอปิดตำนานสาวเจ้าชู้

  3. Re: วรรณษา...ขอปิดตำนานสาวเจ้าชู้

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้