ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > แม่และเด็ก > เรื่องน่ารู้ > ไลฟ์สไตล์คุณแม่
แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
 
เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์
กลายเป็นคุณพ่อลูกอ่อนไปอีกรายสำหรับหนุ่มอารมณ์ดีที่ช่วงนี้ดูจะมีความสุขเพราะลูกชายตัวน้อยน้องพิพกำลังน่ารัก น่าฟัดชะมัด ก็เห่อลูกกันไปตามระเบียบ แต่ก็ไม่หายหวานเอ่ยปากรักภรรยาไม่น้อยไปกว่าลูกแน่นอน

วันนี้ถือโอกาสดีไปเยี่ยมครอบครัวอบอุ่นถึงบ้านครอบครัว “เทิดวงส์” ก่อนอื่นต้องขอชมเลยว่าบ้านสวยมากๆ ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเข้าที่ดูแล้วท่าทางเจ้าของบ้านจะชอบของเก่าประเภทไม้แน่ๆ เดินดูรอบบ้านไปเรื่อยๆ ก็เห็นความร่มรื่นอบอุ่นและรูปน้องพิพ อยู่ตามจุดต่างๆ ในบ้าน เลยได้โอกาสกดภาพมาฝากแต่พอได้สักพักพระเอกของเราก็เริ่มเหนื่อยเลยแอบไปของีบสักหน่อย เลยเหลือแค่พี่ปิ๊บและพี่แพรวมานั่งเล่าถึงเจ้าตัวน้อยกัน


OK! : แต่งงานกันมากี่ปีแล้วคะ
แพรว : 4 ปี แล้วค่ะแต่งมา 2 ปี แล้วก็มีน้องเลย แล้วนี่น้อง 1 ขวบแล้ว


OK! : น้องเป็นอย่างไรบ้าง เลี้ยงอยากมั้ย
แพรว : เขาบอกลูกคนแรกเลี้ยงยากทุกคนไม่ใช่หรอ พี่ก็ไม่รู้นะ แต่ในความรู้สึกตัวเอง รู้สึกว่าเราโชคดี เรามีพี่เลี้ยง มีคุนยายคุณย่า และก็มีคนช่วยดูเยอะเลยไม่รู้สึกหนักมาก


OK! : ได้ข่าวว่ารอน้องนานมากกว่าจะมี
ปิ๊บ : ก็คือแต่งงานแล้วก็อยากมีเลย และก็โชคดีที่ภายใน 2 ปีก็มี และก็เป็นวิธีธรรมชาติไม่ต้องทำอะไร


OK! : แล้วปูทางให้น้องสนใจทางด้านศิลปะมั้ย
ปิ๊บ : ถ้าได้ก็ดี ก็จะให้โอกาสเขาหลายอย่างถ้าเขาชอบ เราก็คงให้โอกาสเขาทุกอย่างในวัยที่ถึงเวลา และจะให้เขาเลือกเอง แล้วคอยสังเกตว่าเขาว่าเขาไปทางไหน ชอบอะไร


OK! : ตอนเด็กๆ ทั้งคู่ถูกเลี้ยงมาแบบไหน
ปิ๊บ : ตอนเด็กๆ ผมก็เหมือนกัน คือคุณพ่อคุณแม่ก็ให้โอกาสพอสมควร เราก็เรียนโน่นเรียนนี้ แล้วก็เรียนพิเศษวันอาทิตย์ตลอด เคยถามแม่ๆ บอกว่าซนมาก และชอบสะสมสแตมป์ ไปขี่จักรยานนอกบ้าน ไปทำวีรกรรมข้างนอกบ้านหกล้ม ว่าง่ายๆ ว่าซนมาก

แพรว : ก็คล้ายๆ กับพ่อแม่คนอื่น คือแม่จะให้ครูมาสอนพิเศษที่บ้าน และก็มีน้องชายอายุใกล้ๆ กัน แต่น้องชายจะออกอาร์ทติส เพราะเขาจะชอบวาดรูปมาก และเราเองก็ได้เรียนเปียนโน ได้เรียนวาดรูป เรียนดนตรี เรียนกีต้าร์คือเด็กๆเขาจะเรียนกัน แต่ตอนนั้นจะไม่ชอบ เราจะชอบงานที่เป็นดนตรี พวกร้องรำทำเพลง ละคร เล่นดนตรี เรียนบัลเล่ ส่วนน้องชายก็จะไปอีกทาง คือจะเห็นว่าบางทีพ่อแม่เลี้ยงมาเหมือนกันแต่เด็กมันไม่เหมือนกัน


OK! : คิดจะเอาตรงนี้มาเป็นแนวทางให้น้องมั้ย
ปิ๊บ : ส่วนใหญ่การวางโครงสร้างก็จะวางคร่าวๆ แต่ที่สำคัญจะสังเกตเขา ว่าเขาชอบอะไร
แพรว : เพราะตอนนี้เราจะบังคับเขาไม่ได้ อย่างตอนนี้เขาชอบดนตรีมากเลย ถ้าใครมาร้องเพลงให้เขาฟัง หรือเสียงดนตรี คือจะหยุดเขาได้ทุกครั้ง เป็นอย่างอื่นจะหยุดเขาไม่ได้ แต่ถ้าเป็นเสียงเพลงจะหยุดได้ทีกทีเลย
ปิ๊บ : แต่จริงๆ ก็เอาแน่ไม่ได้ เพราะผมว่าเด็กเขาเปลี่ยนตลอด เปลี่ยนหลายช่วง ซึ่งดนตรีอาจจะยังง่ายสำหรับเขา และเขาก็จะมีโยกตัวเป็นจังหวะ บางที่ถ้ามีดนตรีเป็นเล่นอยู่ถ้ามีเสียงแปลกมาเขาก็ตะแยกออก ก็เลยคิดว่าเขาคงชอบ


OK! : หลังจากนี้ได้วางอนาคตไว้ให้น้องยังไงบ้าง
ปิ๊บ : ตอนนี้สำหรับอนาคตก็มีวางๆ คร่าวๆ เรื่องการศึกษาแต่จริงๆ เราก็ต้องดูตามวัยเขา ซึ่งตอนนี้กำลังสังเกตเขาว่าเขาจะไปในทางไหน แต่ดูเหมือนน้องเค้าจะไปในทางพละศึกษา (หัวเราะ) เพราะเขาจะเคลื่อนไหวเยอะ แต่ก็ยังอีกไกลครับที่จะไปวางไว้ให้เขา


OK! : ได้จัดสรรเวลาไว้ยังไงบ้าง
ปิ๊บ : ก็ครอบครัวเป็นอันดับหนึ่ง นอกนั้นก็รองๆ ลงมา เช่น งาน และที่อยากจะเตือนทุกคนก็เรื่องสุขภาพเพราะสุขภาพก็สำคัญมากที่สุด


OK! : แล้ววิธีที่ใช้ในการดูแลตัวเองล่ะคะ
ปิ๊บ : สำคัญที่สุดต้องเป็นเรื่องสุขภาพพวกอาหารการกินต้องเป็นอะไรที่มีประโยชน์และก็ไม่อ้วนด้วย มื้อสำคัญตอนเช้าอย่างที่ผมไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้โอวัลตินผมก็ทานจริงๆ เช้าๆ ก็ต้องรองท้องด้วยโอวัลตินอุ่นๆ แค่นี้ก็อยู่ท้องไปทั้งวัน (หัวเราะ) กินตั้งแต่เด็กๆ แล้วทุกวันนี้ยังเป็นเหมือนเดิม ทานกันทั้งบ้าน


OK! : แล้วเวลาว่างที่นอกเหนือจากการทำงานให้เวลากับครอบครัวยังไงบ้าง
ปิ๊บ : ก็จะอยู่บ้าน เพราะในความที่ลูกยังเด็กมาก ก็เลยต้องเรียนรู้ว่าควรจะอยู่ที่ไหน ก็มีบ้างที่ให้เล่นน้ำในอ่างที่บ้าน บางที่ก็พาไปโปโลครับ ไปเล่นน้ำในสระเด็ก
แพรว : ถ้าเป็นต่างจังหวัดไม่ค่อยได้พาเขาไป แต่แพรวกับพี่ปิ๊บไป เพราะลูกยังเล็ก แต่นี้ก็กำลังจะเริ่มพาเขาไป อย่างหัวหิน เริ่มใกล้ๆ ก่อน


OK! : อย่างงานตอนนี้ที่ทำอยู่มีอะไรบ้าง
ปิ๊บ : ผมก็มีเป็นอาจารณ์ประจำอยู่ที่มหาวิทยาลียธุรกิจบัณฑิต สอนพื้นฐานการวาดภาพ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สอนระดับปริญญาตรี ก็เป็นมา 3 ปี และเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 3 ตอนนี้ก็มีละคร นอกเหนือจากนั้นก็มีเชิญไปแสดงผลงาน เชิญเป็นกรรมการตัดสินภาพ ก็มีประปราย แต่พอมีน้องขึ้นมาก็จะถูดตัดเวลาจากตรงนี้ด้วย


OK! : มาดอาจารย์ของเวลาสอนเป็นไงบ้าง
ปิ๊บ : ก็ตื่นเต็นมาก เพราะผมเป็นคนขี้อาย ก็ใช้หลักว่าวันนี้จะต้องมีการสั่งงาน ก็คือไม่ต้องคุยกันมาก มาถึงก็สั่งงานเลย ก็มีพูดคุยบ้างนิดหน่อย เด็กบางคนเขาก็มีนั่งจ้อง แต่เวลาผมสอนจะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องบันเทิง ผมจะ
เครียด งานคืองาน แต่พวกเขาก็ไม่ค่อยกล้า แต่ก็มีนะที่บอกว่าผมโหด แต่ก็ด้วยงานศิลปะมันต้องทำงาน ไม่ใช้ท่องหนังสือแล้วมาสอบข้อเขียน มันเป็นเรื่องของการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นจะฝึกฝนอย่างไรให้เขาพัฒนา ก็ต้องทำเยอะๆ บ่อยๆ ก็จะมีสั่งงานแล้วปลายเทอมก็เอางานมาส่ง


OK! : แล้วทำไมถึงไปเป็นอาจารย์ได้ล่ะคะ
ปิ๊บ : ก็จริงๆ แล้วมันก็เป็นเหมือนอุตสาหกรรมครัวเรือน
แพรว : คือที่จริงครอบครัวแพรวทำงานที่นั่นอยู่แล้ว ก็เกณฑ์ๆ กันมา แนวบังคับ (หัวเราะ)
ปิ๊บ : น้องชายแพรวเขาก็ไม่ได้เรียนครูนะ
แพรว : ไม่มีใครเรียนครูมาเลยค่ะ คุณตาเป็นผู้ก่อตั้ง คือตัวแพรวเองก็ไม่สอน แต่มันต้องอยู่ตรงนั้นไง
ปิ๊บ : คือ ทุกคนต้องสอน อย่างน้องชายแพรวเศรษฐศาสตร์เก่งมาก ก็ต้องไปถ่ายทอดเข้าไปสอน
แพรว : แต่อย่างแพรวนี้ไม่ชอบสอน แต่พี่ปิ๊บเขายังดีกว่าเขาชอบสอน แต่แพรวทำอย่างนั้นไม่ได้ คือจะสอนเท่าที่มีคอร์สต้องสอน ถ้าพูดจริงๆ แพรวสอน 10% อีก 90% แพรวทำงานบริษัท
ปิ๊บ : พี่ว่าคนเราพอถึงจุดนึ่งก็ต้องสอนได้หมดอะครับ มันเหมือนการถ่ายทอด แค่ทำให้เขามีการพัฒนาเราก็รู้สึกดี อันนี้แหละคือหน้าที่ครู ทุกคนทำได้หมดแหละเพียงแต่อันนี้มันอยู่ในชั้นเรียนเองเท่านั้นเอง


OK! : ทำงานก็เยอะและมีน้องแล้วด้วยยังงี้ยังมีเวลาดูแลกันและกันเหมือนเดิมมั้ย
แพรว : เยอะมากค่ะ
ปิ๊บ : เรื่องที่โฟกัสไปที่น้องก็มี แต่เราก็คิดว่าน้องก็ไม่ได้อยู่กับเราไปตลอด ด้วยที่เราทั้งคู่ทำงาน ก็มีอย่างเวลาน้องนอน เรากลับมาก็อยากจะเจอลูก เรื่องเนื้อหาส่วนใหญ่ที่คุยก็จะเป็นเรื่องลูก ซึ่งมันจะไม่เหมือนก่อนมีลูก ไม่ว่าจะเป็นการทำบ้าน ต่อเติมบ้าน มันก็จะพ่วงความคิดที่ว่ามีเขาอยู่ด้วย ว่าจะอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ส่วนเรื่องฟุ่มเฟือยก็จะร้องลง ต้องมีสมาธิในการดูแลเขา


OK! : แล้วได้ออกไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยไหม
ปิ๊บ : มีบ้าง
แพรว : คือ จริงๆ เวลาที่ตัดไปก็จะเป็นเวลาเย็น ปกติเราจะออกๆไปเจอเพื่อน แต่บางทีมีไปทริปกัน ไปไหนกันก็มีบ้าง นี่ก็ทิ้งน้องไป 2 รอบแล้ว แต่ก็มีคุณย่าคุณยายอยู่
ปิ๊บ : บางทีไปต่างประเทศ อาทิตย์นึง 3-4 วันสุดท้ายก็เริ่มคิดถึงลูก ก็จะคิดว่ากลับเร็วหน่อยดีมั้ย (หัวเราะ)
แต่ช่วงนั้นไปอิตตาลี แพรวเขาจะตายให้ได้เลย เพราะตอนนั้นลูก 4 เดือน กำลังน่ารัก
แพรว : แพรวโทรกลับมาทุกวันเลย พี่ปิ๊บก็บอกว่าอีก 3 วันเอง แพรวก็บอกอยากกลับบ้าน คืออยากได้ยินเสียงลูก เวลาโทรมาก็จะบอกให้พี่เลี้ยงกดสปีกเกอร์ให้ลูกฟัง เพราะไม่อยากให้เอามือถึอไปใช้ใกล้ๆ ลูกไง เราก็จะคุยกับเขาทุกวันเช้า –เย็น ไปทั้งหมด 13 วัน แต่หลังๆก็เริ่มโอเค เพราะตอนนี้เขาเริ่มโตแล้ว


OK! : มีวิธีเติมความหวานกันยังไงบ้าง
แพรว : คือแพรวกับพี่ปิ๊บจะอยู่ด้วยกันมาก แล้วเขาก็ไม่ค่อยออกจากบ้าน แพรวก็เป็นคนไม่ชอบออกไปเดินเล่น ช้อปปิ้ง พอเสาร์-อาทิตย์เราอยู่บ้าน เขาก็อยู่บ้าน เพราะเขาเป็นคนแบบนั้น อย่างถ้าเขาหยุด ถ้าไม่ได้ออกไปทานข้าวกันก็จะอยู่บ้านกัน เพราะฉะนั้นเวลาที่อยู่ด้วยกันมันเยอะมาก แล้วเราก็ไปไหนมาไหนกัน 2 คนเยอะ มันก็เลยทำให้เรา 2 คนรักเหมือนเดิม


OK! : คิดว่าจะมีน้องอีกคนมั้ย
ปิ๊บ : มีครับ (หัวเราะ) อีกสัก 1 คน
แพรว : แพรวก็อยากมีนะ นี่ก็อยากมีผู้ชายอีกคนนึง จะได้เป็นสองคน


OK! : แล้วฝ่ายคุณพ่อล่ะอยากได้น้องผู้หญิงหรือน้องผู้ชาย
ปิ๊บ : ผู้หญิงก็ดีนะ
แพรว : ผู้ชายดีกว่าแพรว อยากได้ลูกชายอีก 2-3 คน อยากมีแต่ไม่อยากท้องอะ (หัวเราะ)


OK! : เคยได้ยินมาว่าเป็นคนรักภรรยามากกว่าลูก
ปิ๊บ : มันก็คนละแบบ เพราะผมจะเป็นคนระวัง ตั้งแต่แรกแล้ว คือแต่งก็ช้าเพราะอยากแต่งทีเดียว เพราะฉะนั้นแต่งตอนอายุเยอะมันก็จะเห็นโลกมากขึ้น เราก็คิดว่าเออ คนนี้น่าจะเข้ากันได้ แต่พอมีลูกเราก็ต้องศึกษาอีกว่าลูกเค้าจะมีความเปลี่ยนแปลงแบบไหน คือลูกชายเนี่ยพอเขาเริ่มโตขึ้นเข้าก็จะไม่ค่อยอยู่ใกล้ชิดเราเท่าไหร่ เพราะเขาต้องมีเพื่อน มีแฟน เพราะฉะนั้นในที่สุดก็จะเหลือตายาย (หัวเราะ) ถ้าเป็นลูกสาวก็อาจจะอยู่ใกล้ชิดกว่า แต่ตอนนี้เรามีลูกผู้ชาย เราเลยคิดว่าเราสองคนตายายควรจะเหนียวแน่นกันมากกว่า เพราะในที่สุดก็อาจจะเหลือเท่าเดิม ก็คิดว่าดูปัญหาจากคนรุ่นเก่าแล้วอย่าให้มันเกิดขึ้น


OK! : ตอนแรกตั้งใจให้เป็นผู้ชายหรือเปล่า
ปิ๊บ : ถ้าเป็นผู้ชายก็ดี เพราะผมก็เป็นคนแรก คือเราก็อยากได้ผู้ชายอย่างน้อง 1 คน แต่ที่จริงผมอยากได้ยังไงก็ได้ แต่สิ่งแวดล้อม มีแต่คนบอกว่า ต้องผู้ชายซิ แล้วพอมันได้ขึ้นมาทุกคนก็บอกว่าลูกชายโชคดี เราก็เลยรู้สึกว่าเออ เราโชคดี


OK! : ตอนนี้คิดว่าครอบครัวสมบูรณ์ตามแบบที่เราต้องการมั้ย
ปิ๊บ : ถึงจุดนี้ก็พอใจ และก็จะมีจุดต่อๆไปที่ราต้องทำต่อๆไป


OK! : มีความประทับใจอะไรในกันและกันบ้าง
แพรว : คือ ความประทับใจมันเกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ มันไม่ได้แบบช็อตนี้ประทับใจเลยแต่งงาน เพราะถ้าคิดแบบนี้แพรวคิดว่าแพรวคิดสั้น เออ ความประทับใจแพรวว่ามันอยู่ที่นิสัยเขามากกว่า เขาเป็นคนที่อยู่ด้วยง่ายมาก คืออย่างที่เขาบอกมีอะไรก็คุยกันบ่อยๆ แพรวก็คุยนะทั้งคุย ทั้งบ่น ทุกอย่าง เขาก็ไม่โกรธ เป็นคนไม่โกรธอะ เป็นคนตามใจ ใจดี แพรวก็เลยคิดว่าอันนี้ประทับใจที่สุด ทำอะไรก็ไม่โกรธ ไม่ว่า ก็นี่แหละค่ะประทับใจ และก็อยากให้เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ


OK! : แสดงว่าไม่ค่อยจะทะเลาะกัน
แพรว : เขาไม่ทะเลาะด้วยนะ
ปิ๊บ : ไอ้เรื่องทะเลาะกันไม่มี มันก็จะมีนิดๆ หน่อยๆ
แพรว : เข้าเป็นผู้ชายไม่งอน และก็ไม่มีวันทะเลาะด้วย แต่แพรวทั้งงอน ทั้งทะเลาะ
ปิ๊บ : แต่บ้านนี้จะไม่มีง้อนะ ทุกอย่างก็จะลืมๆไป สมมุติว่าจบเรื่องนี้ สักพักก็จะลืมไปแล้วทั้งคู่ และก็กลับมาคุยกันเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะเดี๋ยวเขาก็ลืม

แพรว : แพรวเป็นคนโกรธง่ายหายเร็ว โกรธแปบเดียวก็หายแล้ว แต่นี่เขาไม่โกรธ จำได้ว่าตั้งแต่คบกันมา 5 ปีเขาไม่เคยโกรธแพรวเลย เคยโกรธแพรวบ้างมั้ยอ่ะ? มีแต่แพรวโกรธพี่ (หัวเราะ)
ปิ๊บ : ก็คือหลังจากแต่งมันก็จะเจออะไรที่เปลี่ยนแปลงเยอะ เราจะพยายามให้เรื่องพวกนี้เกิดน้อย เหมือนกับว่าเรารู้ๆ กันอยู่แล้วก่อนแต่ง พอแต่งมันก็จะเจอเรื่องอะไรที่รู้อยู่แล้ว ก็ถือว่าดีเพราะทุกอย่างเป็นจังหวะที่ดี โชดีที่ทุกอย่างเป็นไปตามที่เราวางแผนไว้ อย่างหน้าตาลูกก็ออกมาเป็นแบบที่เราคิดนะ แล้วเกิดมาก็สมบูรณ์ ผมเลยคิดว่านี่แหละคือความโชคดี
แพรว : (หัวเราะ)


OK! : อยากให้พูดถึงความอบอุ่นในครอบครัวหน่อย
ปิ๊บ : ก็คุยกันเยอะๆ รู้สึกยังไงอย่าเก็บ ต่อไปก็จะเป็นเรื่องลูกเวลาเลี่ยงก็ควรให้ไปในทางเดียวกัน อย่าขัดแย้งกัน ถ้าถูกก็ให้ถูกไปเลย ก็ต้องช่วยกันไปทั้งคู่พร้อมๆกัน ส่วนใหญ่ก็ปรับกันคุยกันเยอะๆ แต่อย่างเราอยู่ด้วยกันมา 3 ปี เราผ่านอะไรมาหลายอย่าง เช่น เรื่องทำบ้าน ถ้าให้ความเห็นตรงกันก็คงเป็นไปไม่ได้ ก็หวังว่าที่ผ่านมาจะทำให้เราแน่นแฟ้น ลึกซึ้ง เอาเป็นว่านิยามผม ภรรยาทำไรก็ไม่ผิด (หัวเราะ)


++ ปิ๊บ รวิชญ์ เทิดวงส์..รอมีลูกมา 2 ปีแล้ว


 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ในบทหลังบ้าน-เต็มตัว
ครอบครัวนี้...สุดยอด(น่ารักดีนะ)
ทุกย่างก้าวแห่งความรัก ครอบครัว เขมะโยธิน
คุณแม่...นักข่าว ดาว-อภิสรา นุตยกุล
นุก สุทธิดา คุณแม่ใบเลี้ยงเดี่ยว

สนับสนุนโดย
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
นิตยสาร OK! Magazine
กลับหน้าแรก | คลับแม่เก่งลูกกล้า | เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่ | พัฒนาการลูกน้อย | ตั้งครรภ์ | กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ | เมนูน่าหม่ำ | โภชนาการและผลิตภัณฑ์ | สมัครสมาชิก | เว็บบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 19

  1. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  2. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  3. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  4. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  5. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  6. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

    • ความคิดเห็นที่14
    • ครอบครัวเขาพร้อมนะ แต่ฉันสิ สามีทิ้ง ตอนนี้ตั้งท้องได้ 8 เดือนกว่าแล้ว ไม่มีเงินค่าคลอด ท่านทีมีของใช้เด็กอ่อนที่ไม่ได้ใช้แล้ว บริจาคให้ลูกดิฉันที่กำลังจะเกิดได้ไหม ประมาณ 15 มิถุนายน 2550 ขอบคุณผู้ใจบุญทุกท่านที่กรุณา ส่งมาที่ 140 หมู่ 6 ต.จอหอ อ.เมือง จ.นครราชสีมา 30310
    • ธนัญญา รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: ธนัญญา
      • เมื่อ[30 พฤษภาคม 2550 - 11:28 น.]
      • IP[125.24.162.XXX]
  7. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  8. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  9. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  10. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

    • ความคิดเห็นที่10
    • คุณแพรวโชคดีที่ได้สามีที่ดี ยิ่งกว่าถูกล๊อตเตอรี่เสียอีก
      ดีใจด้วยนะคะ เพราะติดตามข่าวสารครอบครัวนี้มานาน น่ารักดี หากมีครอบครัวแล้วเป็นแบบครอบครัวนี้ ก็อยากจะแต่งงานบ้างเหมือนกัน ผู้ชายดี ๆ คงไม่เหลือแล้วนะ หุหุหุ
    • อิ่มอุ่น รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: อิ่มอุ่น
      • เมื่อ[23 พฤษภาคม 2550 - 19:40 น.]
      • IP[58.181.180.XXX]
  11. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  12. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  13. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  14. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  15. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  16. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  17. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

  18. Re: เลี้ยงลูกในแบบคุณพ่ออารมณ์ศิลป์ รวิชญ์ เทิดวงส์

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้