ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > แม่และเด็ก > ตั้งครรภ์
แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
 
เมื่อลูกน้อยติดของ
การติดของของลูกน้อยไม่ว่าจะเป็นหมอนข้าง ผ้าห่ม หรือตุ๊กตานั้นจะเริ่มต้นแต่อายุ 8 - 10 เดือน โดยก่อนหน้านี้หากเด็กเล่นของสิ่งใดอยู่ เขาก็จะสนใจมัน แต่เมื่อมีอะไรมาบังไม่ให้เขาเห็นหรือของ สิ่งนั้นหาย ไปจากสายตา เขาจะเลิกสนใจมัน เพราะเข้าใจว่ามันอันตรธานหายไปจาก โลกนี้เสียแล้ว

แต่เมื่ออายุ 8 - 9 เดือน (บางคนอาจเร็วกว่านี้ 1 - 2 เดือนได้) เขากลับค้นพบว่าสิ่งของที่ตกไปจากโต๊ะ มันไม่ได้หายไปไหน แต่ตกไปอยู่ที่พื้นนั่นเอง ค้นพบว่า เมื่อตื่นขึ้นมา คุณแม่ไม่ได้หายไปไหน แต่พอเขาส่งเสียงเรียกคุณแม่ก็จะเกิดประตูกลับมาหาเขา และในวัยนี้เองที่เขาเริ่มเคยชินกับวัตถุสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวที่เขาใช้ในชีวิตประจำวัน และมีความสุขกับมัน เช่น ผ้าห่มผืนนิ่ม ๆ หมอนใบโปรด ตุ๊กตาหรือของเล่นที่เขาชอบ เพราะเขาได้ใช้มันมาระยะหนึ่งและคุ้นเคยกับมันพอสมควรแล้ว และรู้ว่าแม่ไม่เห็นมัน แต่มันก็ยังอยู่ที่ใดสักแห่ง เมื่อเริ่มติดของที่คุ้นเคยนี้แล้ว เขาก็อาจติดมันไปจนกระทั่งอายุ 3 - 4 ปี หรือบางคนอาจนานกว่านั้นบ้างเล็กน้อย

ทำไมลูกน้อยจึงติดของ
ของที่ลูกน้อยติดนี้ในทางจิตวิทยาพัฒนาการเราเรียกว่า transitional object หรือวัตถุที่ช่วยในการเปลี่ยนแปลงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของเขา ในวัยเด็กนี้เดิมทีในขวบปีแรกที่เขาถูกเลี้ยงดูโดยคุณแม่ พี่เลี้ยงหรือคุณย่าคุณยาย ที่รักและเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดีในบ้านที่เขาอบอุ่นและคุ้นเคย ต่อมาเมื่อเขาโตขึ้น เขาก็ต้องเผชิญกับความกลัว (ซึ่งเป็นปกติ) และสิ่งแวดล้อมรอบตัวเขาที่เปลี่ยนแปลงอีกมากมาย

ความกลัวนี้ก็มีต่าง ๆ กัน เช่น กลัวคนแปลกหน้าที่เขาไม่คุ้นเคย กลัวการพลัดพรากจากคนที่เขารัก กลัวเสียงดัง กลัวความสูง กลัวที่มืด ๆ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้เด็กเกิดความเครียดขึ้น เขาก็จะใช้ของที่เขาติดนี้เป็นทางหนึ่งในการบรรเทาความเครียดเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความกลัวการพลัดพราก ฉะนั้นเมื่อเขาเหนื่อย ของที่เขาติดนี้จะช่วยให้เขาหลับได้อย่างสงบมากขึ้น

เมื่อคุณแม่ไม่อยู่ ของที่ติดนี้ก็จะช่วยปลอบประโลมให้เขาสบายใจขึ้นได้ มันจึงเป็นสิ่งของที่ช่วยเขาทางด้านอารมณ์ให้เขาค่อย ๆ พัฒนาจากภาวะที่ต้องพึ่งพิงคุณแม่คุณพ่อหรือพี่เลี้ยงตลอดเวลา ไปยังภาวะที่เขาสามารถอยู่ได้ด้วยตัวของเขาเองมากขึ้น เพราะความที่มันนิ่ม มันน่ากอด กอดแล้วสบาย และเขาคุ้นเคยกับมัน จึงยิ่งทำให้เขารู้สึกดียิ่งขึ้น เมื่อได้สัมผัสสิ่งของเหล่านี้ มันจึงสามารถช่วยให้เขาดียิ่งขึ้น เมื่อได้สัมผัสสิ่งของเหล่านี้ มันจึงสามารถช่วยให้เขาสามารถนอนหลับได้ด้วยตัวเองโดยไม่มีใครเอานอน (ในเด็กบางคน) บรรเทาความเครียดจากความกังวลทั้งหลายที่สะสมมาตลอดทั้งวัน หรือช่วยให้เขาปรับตัวได้ดีขึ้นในสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ ที่เขาไม่คุ้นเคย เช่น เมื่อไปโรงเรียนใหม่ ๆ หรือไปเที่ยวค้างคืนที่แปลก ๆ

ติดของเป็นอาการผิดปกติหรือธรรมชาติของวัย
เราพบว่ามีเด็กจำนวนถึง 2 ใน 3 ของเด็กในวัยกระเตาะกระแตะหรือ 2 - 3 ขวบนี้ที่ติดส่งของบางอย่าง และเด็กเหล่านี้ก็เป็นเด็กที่ปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้มีปัญหาทางจิตใจใดใดเลย มีการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างเด็กที่เมื่อวัย 2 - 3 ขวบ ติดของและไม่ติดของ โดยดูผลลัพธ์เรื่องผลการเรียนและพฤติกรรม เปรียบเทียบกันระหว่างสองกลุ่มนี้ที่อายุ 10 ปี เราพบว่าเด็กทั้งสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญเลย ผู้ใหญ่เองเมื่อเราจะนอน เราก็ยังเลือกหมอนใบนั้น ใบที่รู้สึกสบายกว่า แต่หากไม่มี เราก็ยังนอนได้ เพราะเรามีความสามารถในการปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดีกว่าเด็กเล็กมาก


 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง

สนับสนุนโดย
กลับหน้าแรก | คลับแม่เก่งลูกกล้า | เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่ | พัฒนาการลูกน้อย | ตั้งครรภ์ | กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ | เมนูน่าหม่ำ | โภชนาการและผลิตภัณฑ์ | สมัครสมาชิก | เว็บบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้