ผู้หญิง แฟชั่นปก wallpaper สุขภาพ ความงาม แต่งงาน ฮันนีมูน แม่และเด็ก ตั้งครรภ์ sexy girl  เซ็กซี่ สาวสวย ผู้หญิงเก่ง woman women girl ภาพเซ็กซี่ ภาพหลุด
ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
12x12_l
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
bg_10_sha
หน้าแรกผู้หญิง > ระฆังวิวาห์ > วางแผนแต่งงาน   แฟชั่น fashion แต่งตัว เสื้อผ้า รูปแฟชั่นนิตยสาร wallpaper sexy แฟชั่นโชว์ ทรงผม วอลเปเปอร์ รูปนางแบบ hair style
แต่งงานแบบพิธีจีน
หันหน้าไปทางไหน ก็มีอาหมวยอาตี๋ให้เห็นอยู่ทั่วไป คำว่าจีนพี่ ไทยน้องไม่ผิดจากปากผู้ใหญ่นัก แต่ถึงแม้จะใกล้ชิดสนิทเชื้อกันแค่ไหน เมื่อว่ากันเรื่องพิธีแต่งงานตามประเพณีจีนที่ถูกต้องก็เล่นเอามึนตึบไปหลายนาทีเหมือนกัน WE จึงเชิญคุณจิตรา ก่อนันทเกียรติ ผู้ซึ่งนิยมเรียกตัวเองว่า “นักสะสมความรู้เรื่องจีน” มาให้คำแนะนำ

แต่งงานแบบพิธีจีน



ธรรมเนียมแปลว่าสิ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมทำ สำหรับธรรมเนียมการแต่งงานแบบจีนนั้นเป็นตัวอย่างธรรมเนียมที่มีการปรับไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัยและความนิยม แล้วแต่สถานะภาพของทั้งฝ่ายหญิงและชาย
มาถึงยุคนี้ ถามว่าคนแซ่เดียวกันแต่งงานกันเองได้ไหม...ตราบใดที่ไม่ใช่พี่น้อง ไม่ใช่ลูกพี่ลูกน้องก็หยวนๆ แต่งงานกันได้ ไม่เป็นไร เพราะแต่ละสกุลเริ่มใหญ่ขึ้น หรือบางสกุลใหญ่มาก ไล่นับญาติกันแทบไม่ถูก

ธรรมเนียมถูกปรับอยู่ตลอดเวลา
จากประสบการณ์การเป็นพิธีกรในงานแต่งงานแบบจีนมาไม่น้อย บอกได้เลยว่าใน 10 ครั้ง ต้องมี 9 ครั้งที่แตกต่าง เพราะธรรมเนียมต้องปรับไปเรื่อยตามยุคสมัย ถ้ายังเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ก็คงไม่มีใครตำหนิ อย่างเช่นเรื่องการเตรียมขนมหวานบอกว่าบางบ้านต้องมี 5 สี 5 อย่าง บางบ้านต้องมี 4 สี 4 อย่าง ส่วนถ้าถามว่าบ้านไหนถูก คุณจิตราบอกว่าขอให้มีขนมก็แล้วกัน
สมัยก่อนหมั้นก่อนเป็นเดือนแล้วค่อยแต่ง เดี๋ยวนี้หมั้นเช้าแต่งเย็น แถมมีแบบไม่หมั้นแต่แต่งเลยก็มี บางยุคพ่อแม่ฝ่ายเจ้าสาวเตรียมข้าวของของหมั้นให้เยอะมากจนถึงโลงศพก็มี เพื่อไม่ให้ฝ่ายชายมาดูถูกลูกสาวเขาได้ว่าพ่อแม่ไม่ดูแลรับผิดชอบ แต่ปัจจุบันไม่ต้องทำถึงขนาดนั้น

แต่งงานแบบพิธีจีน



เรื่องไหนห้ามผิด เรื่องไหนห้ามขาด คุณจิตราบอกว่า
ทุกวันนี้การจัดงานแต่งงานไม่ว่าแบบจีน แบบไทย แบบคริสต์ ล้วนมีมีออร์แกนไนเซอร์เข้ามาเป็นคนกลางจัดให้เสร็จสรรพ บางครั้งคนเหล่านี้ไม่รู้จักธรรมเนียมที่แท้จริง หยิบธรรมเนียมจีนมาผสมกับของไทยให้มั่ว เคยไปบางงานติดตัวหนังสือซังฮี่กลับหัวกลับหางก็ไม่มีใครรู้ แต่เรื่องแบบนี้ไม่รู้ก็แล้วไป แต่ถ้ามีคนรู้แล้วทักต้องจัดให้ถูกต้อง เพราะวันมงคลไม่มีใครต่อว่ากัน ตามคำจีนที่เขาบอกไว้ว่าก่วยๆ หยวนๆ แปลว่าง่ายๆ ไม่เป็นไร
เพราะฉะนั้นในวันแต่งงานไม่มีคำว่า ‘ผิดไม่ได้’ มีแต่สิ่งที่ห้ามขาด อย่างเช่น ต้องมีสีแดง มีสีทองเยอะๆ และทุกอย่างต้องเป็นเลขคู่ ห้ามขาดเลข 4
สำหรับสินสอดทองหมั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร มีก็ดี ไม่มีก็ไม่ผิด เพราะตราบใดที่ช่วยกันทำมาหากินก็รวยได้ บางคนสินสอดเยอะแยะแต่จัดการเรื่องเงินเรื่องทองไม่ลงตัว เลิกกันก็เยอะแยะ

หัวใจหลักของการแต่งงานแบบจีน
สิ่งสำคัญของการแต่งงานไม่ใช่เรื่องของการเตรียมสิ่งของให้พร้อม แต่อยู่ที่การให้เกียรติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายมากกว่า ควรถามญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายว่าอยากเห็นอะไรในธรรมเนียมจีน สิ่งไหนที่อยากให้ทำเพื่อความสบายใจบ้าง ถ้าฝ่ายหญิงมีอาม่า มักมีธรรมเนียมค่าน้ำนมข้าวป้อน หรืออั่งเปาค่าน้ำนม เพราะเคยช่วยเลี้ยงหลานคนนี้มา หรือถ้าอาม่าอยากให้มี “โหงวเจ๋งจี้” หรือท่านอยากเห็นเอี๊ยมแดง ก็จัดให้ท่าน จะได้เลี่ยงการตอบคำถามว่าทำไมถึงไม่มี
สิ่งที่อาม่าเคยเห็น และฝังใจว่าดี ถ้าอีกฝ่ายไม่ทำตามนั้น อาม่าอาจเกิดความรู้สึกอคติกับอีกฝ่ายก็ได้ เพราะการที่คนสองคนแต่งงานกันไม่ได้แต่งแค่สองคน แต่เป็นการรวมสองครอบครัวเข้าด้วยกัน ยิ่งวิถีชีวิตของคนจีนถูกสอนให้ผูกพันและกตัญญูกับผู้ใหญ่ อะไรที่ทำแล้วท่านไม่ชอบ ก็เลี่ยงไปดีกว่า ส่วนอะไรที่ทำแล้วได้คะแนน ทำแล้วได้ดีเข้าตัว เกิดความสบายใจกันทุกฝ่าย ก็ควรทำ

แต่งงานแบบพิธีจีน



สถานที่จัดพิธีแต่งงาน
ไม่มีตำราระบุว่าที่ไหนดีกว่าหรือจัดที่ไหนไม่ดี อยู่ที่จำนวนเงินในกระเป๋า ถ้าเงินน้อยจัดที่บ้านดีที่สุด แต่ถ้าคิดว่าในบ้านมีปัญหาอย่างเช่นมี 2 แม่ หรือมีพี่น้องคนละแม่ที่พร้อมจะป่วนในงาน เลือกจัดที่โรงแรมก็ไม่ผิดอะไร
ปัจจุบันนิยมจัดในโรงแรมกันมากขึ้น เพราะเลี่ยงปัญหาเรื่องที่จอดรถ เรื่องห้องน้ำ และเป็นการเลี่ยงการเดินทางที่เสี่ยงกับรถติดและการเกิดอุบัติเหตุ เพราะเคยมีเหตุการณ์รถเจ้าบ่าวเกิดอุบัติเหตุมาไม่ทันฤกษ์ก็มี
ข้อดีอีกอย่างของการจัดในโรงแรมก็คือ สะดวกเรื่องการจัดเลี้ยงเพราะไม่ต้องเก็บกวาด ล้างจานเอง แต่คนที่จัดตามบ้านก็ยังมีอยู่ แต่จำนวนแขกคงไม่มากนัก แล้วค่อยไปเลี้ยงที่โรงแรมหรือตามสโมสรก็แล้วแต่

รู้แนะนำ ของแต่งงานแบบจีน มีแหล่งให้เลือกซื้อตั้งแต่บริเวณวัดเล่งเน่ยยี่เรื่อยไปจนถึงเยาวราช แต่เวลาไปบอกเคล็ดลับให้ว่า บอกคนขายก่อนเลยว่ามีงบเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นจะโดนแพ็กเกจฟลูออฟฟชั่น ได้ของเกินความจำเป็น ส่วนผักมงคลต้องซื้อที่ตลาดน้อยสัมพันธวงศ์ รับรองมีครบ ผู้ดำเนินการในงานไม่จำเป็นต้องเป็นผู้รู้จริง แต่ถ้าอยากได้ผู้รู้ หรืออยากจ้างคุณจิตราไปดำเนินการให้ เธอกระซิบบอกค่าตัวว่ารับค่าจ้างเป็นเลข 4 หลักเพราะเป็นตัวเลขมงคลของธรรมเนียมการแต่งงานแบบจีน ส่วนในเลข 4 หลักจะระบุเป็นเลขอะไรบ้างนั้น ต้องคุยกัน

ได้รับคำชี้แนะจากผู้อาวุโสผู้สะสมความรู้เรื่องจีนกันแล้ว ในฐานะศิษย์เอกอย่าง WE ขอถ่ายทอดตำราว่าด้วยการแต่งงานแบบจีนฉบับคร่าวๆ ให้ได้ทราบกันเริ่มจาก...

แต่งงานแบบพิธีจีน



ดูฤกษ์ยามดี
ไม่ว่าจีนหรือไทยเมื่อจะเริ่มต้นเรื่องมงคลทั้งที ฤกษ์ยามมงคลเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ เพราะลำดับขั้นของคนจีนเริ่มจากการสู่ขอเหมือนของคนไทย แล้วให้ผู้ใหญ่ฝ่ายชายเอาดวงของทั้งคู่รวมถึงดวงของพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายให้ซินแสทำการ “ซึ้งเมี้ย” (ผูกดวง) เมื่อได้ฤกษ์ยามดีมาแล้ว ฝ่ายชายจะทำการ “ทงใจ๋” คือส่งข่าวรายละเอียดให้ฝ่ายหญิงทราบ ว่าต้องตัดผม ตัดชุดแต่งงาน วันไหนเวลาอะไร เพราะดวงที่ซินแสให้มานั้นจะระบุละเอียดตั้งแต่ฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์แต่งหน้าทำผม ฤกษ์ตัดชุด ฤกษ์เข้าหอ และบางครั้งจะมีฤกษ์คลอดลูกมาให้เสร็จสรรพ

เจ้าสาว-เตรียมของออกเรือน
เพื่อไม่ให้ฝ่ายเจ้าบ่าวว่าได้ว่าเจ้าสาวมาแต่ตัว ต้องมีของติดมือไปบ้างตามฐานะ ที่ขาดไม่ได้คือเอี๊ยมแต่งงาน ทำจากผ้าแพรสีแดงตรงกลางเป็นกระเป๋าปักตัวหนังสือ “แป๊ะนี้ไห่เล่า” แปลว่าอยู่กินกันเป็น 100 ปี ในกระเป๋าใส่ “โหงวเจ๋งจี้” เมล็ดพืช 5 อย่าง ห่อกระดาษแดงเสียบปิ่นทอง มีต้นชุงเฉ้า (หน้าตาเหมือนต้นกุยฉ่าย) 2 ต้นเสียบให้ปลายโผล่ขึ้นมา
หากเจ้าสาวมีฐานะดีจะผูกเอี๊ยมด้วยสร้อยคอทองคำ (คุณจิตราแนะนำว่าเศรษฐกิจอย่างปัจจุบันนี้ ใช้ทองปลอมก็ได้ ไม่มีใครว่า)หนัก 4 บาท เพราะเลข 4 เป็นเลขดีออกเสียงพ้องกับคำว่า “สี่” แปลว่าดี ส่วนความหมายของของในเอี๊ยมเป็นเคล็ดให้มีลูกมีหลานสืบสกุล มีความเจริญก้าวหน้า นอกจากนี้ต้องมีของใช้ส่วนตัวของเจ้าสาวติดมือไปด้วย อาทิ กะละมัง ถังน้ำ กระป๋องน้ำ สีแดงอย่างละ 2 ใบ กระโถน 1 ใบ กระจก กรรไกร ด้าย เข็ม ตะเกียบ ชุดน้ำชา เครื่องนอน (หมอนหนุน หมอข้าง ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม) หวี 4 เล่ม “ซี้ซี้อู่หอซิว” แปลว่าทุกๆ เวลาจะมีทรัพย์ และที่สำคัญต้องมีพัดแดงไว้ถือตอนส่งตัว

เจ้าบ่าว-เตรียมเครื่องขันหมาก
ฝ่ายชายจะจัดสินสอดและทองหมั้นให้ตามที่ฝ่ายหญิงเรียก แต่ส่วนใหญ่การเตรียมทองหมั้นจะเตรียมเป็นทอง 4 อย่างที่เรียกว่า “สี่เอี่ยกิม” ซึ่งประกอบด้วย กำไลทอง ต่างหูทอง สร้อยทอง และเข็มขัดทอง
เครื่องขันหมากอื่นๆ นิยมมีส้มเช้งผลเขียว กล้วยทั้งเครือ ถ้าได้กล้วยที่กำลังออกลูก นับแล้วได้เลขคู่ยิ่งดี อ้อย 1 คู่ยกมาทั้งต้น ทั้งหมดติดอักษร “ซังฮี่” สีแดง แปลว่า ความยินดีของคู่บ่าว-สาว
เครื่องของคาว นิยมจัดเป็นชุดหมูสด ประกอบด้วย หัวหมูพร้อมหางและเท้าทั้ง 4 ที่ตัดเล็บเรียบร้อยแล้ว ขาหมู และเนื้อหมูส่วนท้อง ทั้งหมดติดอักษร “ซังฮี่”
ขนมหมั้นขนมแต่งงาน เป็นเรื่องที่ฝ่ายหญิงจะต้องเป็นผู้กำหนดจะมี 4 ชนิดหรือ 5 ชนิดก็แล้วแต่ เช่นขนม 4 ชนิดจะประกอบไปด้วย ขนมเหนียวเคลือบงา ขนมเปี๊ยะโรยงา ขนมถั่วตัด ขนมข้าวพองทุบ ถ้า 5 อย่างก็เพิ่มขนมโก๋อ่อนมาอีกอย่างเป็นครบ

ยกขบวนขันหมาก
ถึงวันงาน เจ้าบ่าวในชุดเสื้อคอจีนสีแดงหรือสีทอง ยกขบวนมาบ้านเจ้าสาวเพื่อมอบสินสอดและเครื่องขันหมากที่เตรียมมา ฝ่ายหญิงจะเก็บขนมแต่งงานไว้ครึ่งหนึ่งแล้วมอบให้ญาติ เพื่อบอกเป็นนัยๆว่า “ฉันแต่งงานแล้วนะ” ส่วนอีกครึ่งส่งคืนให้เจ้าบ่าว พร้อมส้มเช้งติดอักษร “ซังฮี่” และต้องให้เอี๊ยมแดงเสียบปิ่นทองไปด้วย (เจ้าบ่าวจะคืนให้ในวันส่งตัว เพื่อให้เจ้าสาวปักผมก่อนออกจากบ้าน)
จากนั้นรอฤกษ์เพื่อสวมแหวนหมั้น และเมื่อผู้ใหญ่ให้พรเสร็จ จึงค่อยเลี้ยงอาหารแขกเป็นอันเสร็จพิธี

พิธีรับตัวเจ้าสาว
วันนี้เจ้าสาวต้องแต่งองค์ทรงเครื่องให้สวยที่สุดด้วยกี่เพ้าสีแดง หรือสีทอง แม่เจ้าสาวจะประดับปิ่นทองและใบทับทิมให้ เพราะเชื่อว่าใบทับทิมจะช่วยให้คนรักและเอ็นดู และหมายถึงสาวบริสุทธิ์ได้ด้วย
จากนั้นถึงเวลาไหว้ฟ้าดิน เจ้าที่ และบรรพบุรุษ เสร็จแล้วเป็นการร่วมรับประทานอาหารกับครอบครัวเป็นมื้อสุดท้าย ซึ่งพ่อเจ้าสาวจะเป็นคนคีบอาหารมงคล 10 อย่างให้ลูกสาว พร้อมกล่าวความหมายของอาหารทั้ง 10 ให้ทราบ
เมื่อฝ่ายชายมาถึง ต้องผ่าด่านการกั้นประตูเงินประตูทองที่ฝ่ายหญิงกั้นไว้เพื่อเรียกอั่งเปา ก่อนจะเข้าไปมอบช่อดอกไม้ให้เจ้าสาวที่นั่งคอยอยู่
ก่อนออกจากบ้านบ่าว-สาวต้องรับประทานขนมอี๊ (บัวลอยสีชมพู) ด้วยกัน บางบ้านอาจให้ทานอาหารมงคล 10 อย่างอีกครั้ง เสร็จแล้วจึงลาพ่อแม่ไปขึ้นรถแต่งงาน (เป็นรถที่มีเลข 4 ในทะเบียน ไม่ก็ต้องเป็นรถที่มีอะไรเกี่ยวกับเลข 4 อาจเป็น 4 ล้านก็ได้...น่าอิจฉา) พ่อเจ้าสาวจะเป็นคนจูงเจ้าสาวไปที่รถ และกล่าวอวยพรพร้อมพรมน้ำด้วยกิ่งทับทิม โดยให้ญาติผู้ชายของฝ่ายหญิง ซึ่งจะเป็นพี่ชายน้องชายหรือญาติก็ได้ เดินถือตะเกียงนำหน้า เพื่อเป็นเคล็ดว่าจะได้มีลูกชายสืบสกุล คนถือตะเกียงอาจนั่งรถนำหน้ารถของบ่าว-สาว หรือนั่งข้างหน้าในรถคันเดียวกันก็ได้

พิธียกน้ำชาคาราวะผู้ใหญ่
พิธีการนี้ คุณจั๊ว-เอกวัฒน์ อมรพงศ์พิสุทธิ์ ลำดับขั้นตอนให้ฟังว่า เมื่อเจ้าสาวถึงบ้านเจ้าบ่าว ต้องนำตะเกียงไปตั้งไว้ในห้องนอนและจุดไฟให้สว่างไว้ตลอดคืน จากนั้นบ่าว-สาวต้องไหว้ฟ้าดิน ไหว้เจ้าที่และบรรพบุรุษแบบเดียวกับที่ทำที่บ้านเจ้าสาว เมื่อเสร็จแล้วต้องมายกน้ำชาให้พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายชายพร้อมกัน
วิธีการยกน้ำชา เริ่มจากการจัดที่นั่งให้ผู้ใหญ่โดยให้คุณพ่อเจ้าบ่าวนั่งด้านซ้ายของคุณแม่ จากนั้นบ่าว-สาว คลานเข่ายกถาดชาที่มีถ้วยชา 2 ใบรินน้ำชาเตรียมไว้แล้วยกให้คุณพ่อคุณแม่ ท่านจะหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นดื่มกัน โดยจะจิบแค่นิดหน่อย ห้ามจิบหมดถ้วย เพราะถือว่าน้ำชาที่เหลือมอบเป็นทุนกลับไปให้บ่าว-สาว (แต่บ่าว-สาวไม่ต้องนำมาดื่ม ส่วนใหญ่นิยมเทกลับไปในกา) จากนั้นจึงยกย้ำชาให้ญาติผู้ใหญ่ท่านอื่นตามลำดับความอาวุโส แต่ทุกครั้งที่ยกน้ำชา ต้องรินชาใส่ถ้วย 2 ใบทุกครั้ง ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใหญ่ที่คู่ชีวิตเสียไปแล้ว แต่แทนที่ผู้ใหญ่จะดื่มเองทั้ง 2 ถ้วย ก็ดื่มแค่ถ้วยเดียว ส่วนผู้ใหญ่ที่คู่ชีวิตยังมีชีวิตอยู่แต่มาไม่ได้ ก็ให้ดื่มทั้ง 2 ถ้วย เมื่อผู้ใหญ่ดื่มแล้วจะให้ศีลให้พร และมอบเงินทองให้คู่บ่าว-สาวโดยใส่ไว้ในถาด จากนั้นบ่าว-สาวรับประทานขนมอี๊ร่วมกันเป็นเสร็จพิธี
ลักษณะของกาและถ้วยชาที่เหมาะในพิธียกน้ำชา ต้องเป็นถ้วยชาแบบจีน ไม่ควรใช้ถ้วยชาที่มีหู เพราะเป็นถ้วยชาแบบฝรั่ง และควรมีถาดในการยกน้ำชาด้วยทุกครั้ง ส่วนชาที่ใช้ในพิธีจะเป็นชาจีนหรือชาฝรั่งก็ไม่ผิดธรรมเนียมอย่างใด

เจ้าสาวกลับไปเยี่ยมบ้าน
หลังแต่งงาน 3 วันญาติผู้ชายของเจ้าสาวจะมารับเธอและสามีของเธอกลับไปเยี่ยมบ้าน เรียกธรรมเนียมนี้ว่า “ตึ่งฉู่” เจ้าสาวต้องเตรียมถาดผลไม้ติดมือกลับไปเยี่ยมบ้านด้วย เมื่อถึงบ้านต้องทำพิธียกน้ำชาให้พ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ของฝ่ายหญิงเป็นการคาราวะ และหลังจากนั้นจะเป็นการเลี้ยงฉลองเพื่อต้อนรับลูกเขย

ร่วมลงนาม เพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
The Carry All อุปกรณ์ต่างๆ สำหรับลูกน้อย
Gracefully แบบผมเจ้าสาว
ไอเดียถ่ายทำภาพในงานแต่งงาน
การจัดเลี้ยงโต๊ะจีนแบบมือโปร
Romantic Bride

รายละเอียดคลิกที่ปก
http://www.we-mag.com
 
spacer
bottom_theme

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: แต่งงานแบบพิธีจีน

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 1

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้