ผู้หญิง แฟชั่นปก wallpaper สุขภาพ ความงาม แต่งงาน ฮันนีมูน แม่และเด็ก ตั้งครรภ์ sexy girl  เซ็กซี่ สาวสวย ผู้หญิงเก่ง woman women girl ภาพเซ็กซี่ ภาพหลุด
ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
หน้าแรกผู้หญิง S! women
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
หน้าแรกผู้หญิง > ระฆังวิวาห์ > เรื่องน่ารู้   beauty tips ทิป ความสวย ความงาม แต่งหน้า howto how to make up เทรนด์แต่งหน้า make up trend เทคนิคการแต่งหน้า เคล็ดลับความงาม
"การหย่าร้าง" ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม



แม้ละครเรื่อง "อุ้มรัก" จะลาจอไปนาน แฟนๆ ละครคงไม่มีใครปฏิเสธว่า นอกจากละครเรื่องนี้จะให้ความบันเทิงแล้ว ยังแฝงไปด้วยความรู้เรื่องการดูแลตัวเองสำหรับว่าที่คุณแม่ รวมถึงข้อคิดอันหลากหลายของการใช้ชีวิตคู่ การประคับประคองชีวิตรักให้ยั่งยืน จนหลายๆ คนที่ชมละครเรื่องนี้ ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "อยากมีเจ้าตัวน้อย" เป็นโซ่ทองคล้องใจซะเหลือเกิน

แต่ "ชีวิตไม่ได้เป็นดั่งบทละคร" เรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดออกมาบนหน้าจอ อาจจะมีเค้าความจริงเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจากสถิติการหย่าร้างของคู่สมรสเพิ่มจำนวนขึ้นเกือบทุกปี ล่าสุดสถิติการหย่าร้างของกรมการปกครอง เมื่อปี 2547 จำนวนคู่รักที่ตกลงปลงใจแยกชีวิตรักจากกันมีมากถึง 86,982 คู่เลยทีเดียว หากเทียบกับสถิติการหย่าร้าง เมื่อปี 2546 ที่มีจำนวนคู่รักหย่าร้าง 80,886 คู่เท่านั้น

หากพิจารณากันแค่ผิวเผินอาจรู้สึกว่า การเพิ่มจำนวนของการหย่าร้างไม่เห็นจะน่าตกใจสักเท่าไร แต่หากลองคิดในทางกลับกันว่า เพราะอะไรคู่รักเหล่านี้ถึงต้องจูงมือกันไปเซ็นใบหย่า ซึ่งบางรายอาจมีโซ่ทองคล้องใจกันไม่รู้กี่เส้นด้วยซ้ำ

เรามีโอกาสได้พูดคุยกับ สุจิตต์ ไตรพิทักษ์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสถาบันครอบครัว สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า ปัจจุบันมีจำนวนการหย่าร้างเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น่าเป็นห่วง

ในฐานะของคนทำงานเกี่ยวกับครอบครัว จึงมองว่าสาเหตุหลักๆ ของการหย่าร้าง เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ตั้งแต่ความสัมพันธ์ของสามีภรรยา จนถึงความสัมพันธ์ระหว่างลูกกับพ่อแม่

"สำนักงานของเราได้เฝ้าระวังปัญหาเหล่านี้มาตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะประเด็นหลักที่ทำให้มีปัญหาของการหย่าร้างเกิดขึ้น เกิดจากพฤติกรรมของคนในครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างเวลาเรานัดเพื่อนเราจะให้ความสำคัญกับเพื่อน

แต่กับภรรยาหรือลูกเรามักจะไม่ค่อยให้ความสำคัญ สิ่งแรกที่เราควรปรับเปลี่ยนคือพฤติกรรมตัวเราเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจกัน ไม่ว่าจะทำอะไรให้ยึดหลัก แฟมิลี่ เฟิร์ส คือ ให้ความสำคัญกับครอบครัวเป็นอันดับแรก

สิ่งที่สำนักของเรากำลังทำ คือ การรณรงค์ให้ครอบครัวมีเวลาให้แก่กัน เมื่อโลกแห่งโลกาภิวัตน์เข้ามาในสังคม ทำให้มนุษย์มีเวลาให้กันน้อยลง ครอบครัวไม่มีเวลามาเจอหน้ากัน เราจึงรณรงค์ว่า วันอาทิตย์ควรจะเป็นวันที่ทุกคนหยุดความเคลื่อนไหวทุกสิ่ง แล้วหันมาให้ความสำคัญกับครอบครัว

ถ้าเรามีเวลาให้ครอบครัว กิจกรรมภายในครอบครัวก็จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำต้นไม้ พากันไปกินข้าว ไปเที่ยวด้วยกัน สัมพันธภาพภายในครอบครัวก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเรามีเวลาให้แก่กัน เวลาที่เราจะเรียนรู้ซึ่งกันและกันก็เกิดขึ้น แล้วกิจกรรมที่เราทำด้วยกัน สามารถที่จะสอนลูกๆ ไปในตัวด้วย แล้วสิ่งที่พ่อแม่ทำให้ลูกเห็น ลูกๆ ก็จะเรียนรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นและซึมซับไปเองโดยอัตโนมัติ" ผอ.สุจิตต์ กล่าวแนะนำการใช้ชีวิตคู่

ไม่เพียงแต่กิจกรรมเท่านั้น การพูดจาก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ชีวิตคู่ยืดยาว ผอ.สุจิตต์ แนะนำว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายควรจะพูดจาภาษาดอกไม้กัน เพราะการพูดคุยกันมากขึ้น จะทำให้ต่างฝ่ายต่างรู้ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และช่วยกันหาทางแก้ไข

"เดี๋ยวนี้พฤติกรรมของสังคมเปลี่ยนไป เมื่อก่อนผู้หญิงจะไม่กล้าหย่ากับผู้ชาย เนื่องด้วยฐานะทางสังคม เรื่องเศรษฐกิจของครอบครัว แต่เดี๋ยวนี้ ผู้หญิงทำงานสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้ชายเหมือนสมัยก่อน เลยไม่มีความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน แล้วผมรู้สึกว่าผู้หญิงและผู้ชายสมัยนี้ความอดทนลดน้อยลง

เมื่อก่อนผู้หญิงที่หย่าหรือเคยแต่งงานมาแล้ว สังคมมักจะไม่ยอมรับ แต่เดี๋ยวนี้สังคมยอมรับคนเหล่านี้มากขึ้น สถิติการหย่าร้างเลยเพิ่มมากขึ้น และเด็กวัยรุ่นที่มีปัญหา 90 เปอร์เซ็นต์มาจากครอบครัวที่แตกแยก" ผอ.สำนักส่งเสริมสถาบันครอบครัว สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าว

ด้าน พ.ญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 กรมสุขภาพจิต บอกว่า ปัจจุบันนี้ผู้หญิงไทยเริ่มมีโอกาสทางการศึกษาสูงขึ้น มหาวิทยาลัยตามคณะที่เมื่อก่อนมีผู้ชายเรียนมาก เดี๋ยวนี้ก็มีผู้หญิงก้าวเข้าไปเรียนด้วย หรือตำแหน่งหน้าที่การงานในระดับสูง ก็มีผู้หญิงก้าวขึ้นไปนั่งในตำแหน่งนั้นมากขึ้น ทำให้ผู้หญิงไทยมีมุมมองและความคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิม

"ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ผู้หญิงตอนนี้ถูกเลี้ยงให้รู้จักความอดทนในแบบที่แตกต่างกัน เมื่อก่อนเราจะถูกเลี้ยงให้อดทนในเรื่องของการเรียนและการทำงานบ้าน แต่เดี๋ยวนี้ถูกเลี้ยงให้อดทนในเรื่องของการเรียนมากขึ้น ไม่ได้เลี้ยงให้ทำงานบ้านเพราะเขามองว่ามันไม่ใช่งานหลัก นี่คือสิ่งที่ผู้หญิงขาดหายไป แต่คือสิ่งที่ผู้ชายต้องการ

ผู้ชายเองก็มีความคิดที่เปลี่ยนไปเหมือนกัน คือ เขาคาดหวังในตัวของผู้หญิง ที่จะมาแชร์ในเรื่องของรายได้และต้องการให้ผู้หญิงมาช่วยทำงานบ้านพร้อมๆ กันด้วย" พ.ญ.อัมพร กล่าวถึงความต้องการของผู้หญิงและผู้ชายที่แตกต่างกัน

ความมั่นใจของผู้หญิงที่ไม่ต้องพึ่งพาผู้ชาย ถือว่าเป็นจุดแข็งและจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน มีทางเลือกที่ชัดเจน ทำให้การประนีประนอมซึ่งกันและกันลดน้อยลง ที่สำคัญคือหนุ่มสาวสมัยใหม่ มีความเห็นแก่ตัวมากขึ้น มักจะหาความสุขให้ตัวเองก่อนที่จะคิดถึงคนอื่น โดยเฉพาะเรื่องชู้สาวที่มักจะเป็นชนวนให้เกิดปัญหาครอบครัว

"อัตราการหย่าร้างและแยกกันอยู่ในช่วงหลัง มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเด็กโดยตรง การแก้ปัญหาการหย่าร้าง สิ่งหนึ่งคงต้องเรียนรู้และแยกแยะว่าจริงๆ แล้วชีวิตเราต้องการอะไร ไม่ใช่นึกถึงแต่ความสุขและความสำเร็จทางสังคมเพียงอย่างเดียว เพราะความสุขที่ยั่งยืนต้องมาจากความอบอุ่นของครอบครัว เรียนรู้การให้และรับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ครอบครัวก้าวไปพร้อมความสุขและสมบูรณ์" พ.ญ.อัมพร ให้คำแนะนำ

"การแต่งงาน" เป็นเพียงก้าวแรกของการเริ่มต้นชีวิตเท่านั้น ความรักเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะทำให้ชีวิตคู่ก้าวไปได้อย่างสวยงาม หากไม่มีความเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน


 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
บทความที่เกี่ยวข้อง
20 นิสัยที่ไม่ควรมีในชีวิตคู่
มารยาทในการแต่งงาน
11 เคล็ดลับ ลดความกดดันชีวิตคู่
หมาสองล้อ
ใครว่าการแต่งงานหมายถึงความรัก

 

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: "การหย่าร้าง" ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 7

  1. Re: "การหย่าร้าง" ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

    • ความคิดเห็นที่7
    • ดิฉันกำลังจะอย่าเรามีลูก 1คนอายุ6ขวบ แยกกันอยู่มา2ปี แล้วดิฉันอยู่กับลูกมาตลอด เค้าเป็นคนดี แต่ไม่ใช่สามีที่ดี เค้าเป็นคนที่ไม่แคร์กับความทุกข์ใจของดิฉันแม้แต่นิดเดียว ไม่เคยอยู่ข้างดิฉันเวลาเป็นทุกข์หรือมีปัญหา เค้าสารถหาความสุขจากนอกบ้านและบอกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของเค้า ความทุกข์ของดิฉันมันเป้นเรื่องของดิฉัน
    • โยชิ รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: โยชิ
      • เมื่อ[7 สิงหาคม 2551 - 11:55 น.]
      • IP[125.25.103.XXX]
  2. Re: "การหย่าร้าง" ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

  3. Re: "การหย่าร้าง" ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

    • ความคิดเห็นที่5
    • ขอบอกสำหรับคนที่จะตัดสินใจใช้ชีวิตครอบครัวว่า "ความพร้อม" ที่คุณบอกน่ะ ไม่ใช่ทรัพย์สินเงินทอง บ้านหรือรถ หรอกนะ แต่ความพร้อมคือ "เวลา" ต่างหาก คุณคิดว่าคุณพร้อมที่จะสละเวลาจากการเที่ยว ดื่มกิน และ***งจากเพื่อนได้แล้วหรือยัง แต่ชั้นคิดว่ายากเพราะผู้ชายเห็นแก่ตัวทุกคน ตัดไม่ได้หรอกสิ่งเหล่านั้นน่ะ ญ.แต่งงานแล้วก็จะหยุดทุกอย่างแม้แต่สังสรรค์กับเพื่อนยังไม่ไปเลย แต่ ช.กลับยิ่งสังสรรค์มากขึ้น (ดูตัวอย่างโบว์กับฟลุคสิ) แม่ก็ต้องเลี้ยงลูกงก ๆ ไปสิ ส่วนคุณฟลุคก็เที่ยวมันกับผู้หญิงอื่นแถมมีข่าวกับแป้งอีก *****สิ้นดีผู้ชาย

      จากคนที่คิดผิดที่รีบมีผัว
    • Walai รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: Walai
      • เมื่อ[6 มีนาคม 2551 - 11:01 น.]
      • IP[118.173.107.XXX]
  4. Re: "การหย่าร้าง" ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

    • ความคิดเห็นที่4
    • ไม่ใช่ว่าปัญหาการเลิกกันเป็นเพียงว่าผู้หญิงเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย หากแต่ผู้ชายไม่เคยยอมรับว่าเห็นแก่ตัวมากขนาดไหน ตั้งแต่สมัยไหนมาแล้ว ถ้าผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วรักซื่อสัตย์จริง ผู้หญิงที่แต่งงานเป็นเมียแล้วคิดจะเลิกกับคนที่เข้ารักหรอก ถ้าผู้หญิงถูกกระทำมากๆใครก็ยอมรับและอยู่ต่อไปไม่ไหว
    • คนที่รู้อีกคน รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: คนที่รู้อีกคน
      • เมื่อ[27 ธันวาคม 2550 - 16:34 น.]
      • IP[125.27.4.XXX]
  5. Re: "การหย่าร้าง" ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

    • ความคิดเห็นที่3
    • ไม่ใช่ว่าปัญหาการเลิกกันเป็นเพียงว่าผู้หญิงเปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย หากแต่ผู้ชายไม่เคยยอมรับว่าเห็นแก่ตัวมากขนาดไหน ตั้งแต่สมัยไหนมาแล้ว ถ้าผู้ชายที่มีครอบครัวแล้วรักซื่อสัตย์จริง ผู้หญิงที่แต่งงานเป็นเมียแล้วคิดจะเลิกกับคนที่เข้ารักหรอก ถ้าผู้หญิงถูกกระทำมากๆใครก็ยอมรับและอยู่ต่อไปไม่ไหว
    • คนที่รู้อีกคน รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: คนที่รู้อีกคน
      • เมื่อ[27 ธันวาคม 2550 - 16:33 น.]
      • IP[125.27.4.XXX]
  6. Re: "การหย่าร้าง" ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

  7. Re: "การหย่าร้าง" ปัญหาที่ไม่ควรมองข้าม

    • ความคิดเห็นที่1
    • เป็นปัญหาที่ปรกติในปัจจุบันแล้วค่ะ หากอยู่ไปแล้วมีแต่ปัญหาก็คงเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว อย่าฝืนอยู่กันไปโดยหาสาเหตุมาประกอบให้มันวุ่นวายเลย สุขหรือทุกข์คนสองคนคือผู้ตัดสินใจและรัยรู้กันแค่สองคนเท่านั้น
    • หวานอมขมกลืน รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: หวานอมขมกลืน
      • เมื่อ[19 ธันวาคม 2550 - 15:55 น.]
      • IP[124.120.238.XXX]

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้