ผู้หญิง แฟชั่นปก wallpaper สุขภาพ ความงาม แต่งงาน ฮันนีมูน แม่และเด็ก ตั้งครรภ์ sexy girl  เซ็กซี่ สาวสวย ผู้หญิงเก่ง woman women girl ภาพเซ็กซี่ ภาพหลุด
ค้นหาทุกเรื่องเกี่ยวกับผู้หญิง
12x12_l
หน้าแรกผู้หญิง S! women
RSS Feed ผู้หญิง
เว็บบอร์ดผู้หญิง
แฟชั่น นิตยสาร
สุขภาพ-ความงาม
ชีวิตคู่-แต่งงาน
แม่ลูกคนเก่ง
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
แฟชั่น แต่งตัว fashion
แฟชั่นปก
แฟชั่นโชว์
เทรนด์แฟชั่น
ทรงผม
ซื้อ ขายสินค้าแฟชั่น
ความงาม ศัลยกรรม beauty surgery
ศัลยกรรมตกแต่ง
ผิวหนัง-เลเซอร์
บิวตี้ทิป แต่งหน้า
สูตรความงามของคุณ
ผลิตภัณฑ์ เครื่องสำอาง
ซื้อ ขายสินค้าบิวตี้
ผู้ชาย ผู้หญิง ในฝัน
สาวสวยดูดี
ผู้หญิงเก่ง
หนุ่มหล่อดูดี
จากปากผู้ชาย
work งาน หางาน
หางาน
world wide work
worklife exclusive
108 อาชีพแก้จน
สุขภาพ health
สุขภาพน่ารู้
ออกกำลังกาย
โรคภัยไข้เจ็บ
สมุนไพร
ซื้อ ขายสินค้าด้านอาหาร
ซื้อ ขายสินค้าเพื่อสุขภาพ
แต่งงาน wedding
วางแผนแต่งงาน
เรื่องแต่งงานน่ารู้
ฮันนีมูน
รูปภาพคู่รัก
Wedding Shop
สถานที่จัดเลี้ยง
แม่ เด็ก ลูก mom baby
เรื่องน่ารู้เพื่อคุณแม่
พัฒนาการลูกน้อย
ตั้งครรภ์
กิจกรรมอัพเดท
ถามผู้เชี่ยวชาญ
เมนูน่าหม่ำ
เวบบอร์ดแม่ลูกคนเก่ง
ซื้อขายสินค้าแม่และเด็ก
สัตว์เลี้ยงแสนรัก
เรื่องน่ารู้
รวมพันธุ์สุนัข
รวมพันธุ์แมว
บล็อกคนรักสัตว์
ซื้อขายสัตว์เลี้ยง
ที่นี่มีอะไร events
นิตยสาร หนังสือ book
helper end
bg_10_sha
หน้าแรกผู้หญิง > @เวิร์ค > Worklife Exclusive
พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์
สารภาพว่ารู้จัก คุณหมอเบิร์ท จากภาคความเป็นนางสาวไทยมากกว่าภาคไหน ๆ แต่เมื่อได้อ่านเรื่องเล่าของหมอจากบ้านศรีธัญญา...ภาพของผู้หญิงคนนี้กลับเด่นชัดที่ความเป็นจิตแพทย์ยิ่งกว่าครั้งใด ๆ คงเพราะเธอเข้าใจ เห็นใจ และยอมรับคนไข้ของเธอได้อย่างไม่มีข้อสงสัย นอกจากนั้นถ้าใครเคยคิดว่าคุณหมอที่มีอดีตเป็นนางสาวไทยคนนี้จะใช้ชีวิตเหนือธรรมดา...ขอบอกว่าเธอนั้นธรรมดาเสียยิ่งกว่าคนธรรมดาอย่างเรา ๆ เพียงแต่ในความธรรมดาของเธอนั้นแฝงไว้ซึ่งความงดงามอย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

หนังสือเรื่องเล่าของหมอเบิร์ทเริ่มต้นจากอะไรคะ ?
จริง ๆ แล้วตัวเองเป็นคนที่เขียนบันทึกประจำ แต่ไม่เคยมีความคิดที่จะมาทำเป็นเล่มเป็นเรื่องเป็นราว แต่ปัจจุบันนี้อยู่ที่ศรีธัญญามา 3 ปีแล้ว เราก็จะมีทำวารสารภายในโรงพยาบาลชื่อวารสารเพื่อนรักษ์สุขภาพจิต เป็นหนังสือภายในที่คนเขียนเป็นจิตแพทย์ พยาบาลจิตเวช บางบทเป็นนักจิตวิทยาเขียน มีคนไข้เขียน มีญาติเขียน แล้วเราก็มีเครือข่าย ที่เอาไปกระจาย แต่มันยังเป็นแบบเฉพาะกลุ่ม...ตัวหมอเองมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการ เผอิญว่าเจ้าของสำนักพิมพ์สร้างสรรค์ไปเจอวารสารเพื่อนรักษ์ฯจากโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ เขาก็เลยให้ทีมงานมาคุย แต่ตอนแรกก็ปฏิเสธ คือไม่ได้คิดว่ามันจะขายได้ เพราะดูเหมือนว่าเรื่องจิตวิทยาเป็นเรื่องหนัก ทีนี้พอมาคุยกันทางสำนักพิมพ์เขาบอกยังไงก็ได้ เขาคิดว่ามันเป็นประโยชน์ที่คนนอกจะได้อ่าน ไม่ได้คิดว่าจะต้องทำยอดหรืออะไร พอคุยกันรู้สึกดีต่อกันก็เลยตกลง

ไม่กลัวกระแสที่คนพูดว่าคนดังมาเขียนหนังสือหรือคะ ?
อันนี้เป็นอะไรที่ยากลำบากมากเลย เพราะตัวเองเคยไปขายหนังสือที่งานสัปดาห์หนังสือ ก็จะมีคนที่เขาบอกว่า “ออกกันมาอีกแล้ว” เราก็ต้องอธิบายว่าคุณพี่ลองอ่านสักบทหนึ่งก่อนแล้วจะรู้ว่าไม่ใช่หนังสือนางงาม ต้องให้อ่านถึงจะเข้าใจว่าหนังสือไม่ได้แฉหรือไม่ได้เล่าเรื่องคนนี้บ้างคนนั้นบ้าง ตัวเองก็พยายามจะเขียนไว้ในคำนำด้วยว่า หนังสือนี้ไม่ได้เขียนเรื่องคนเด่นคนดัง แต่มันเป็นชีวิตของคนแบบเราที่เดินสวนกันไปสวนกันมาอยู่ตามท้องถนน แต่ในความธรรมดามีอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เราเรียนรู้ แล้วเชื่อว่าคนอ่านจะต้องโดนกับบทใดบทหนึ่ง

จิตแพทย์ค่อนข้างผูกพันกับคนไข้ คุณหมอมีเก็บเคสต่างๆ ไปคิดจนแยกไม่ออกกับชีวิตส่วนตัวบ้างไหมคะ ?
อันนี้จะต้องฝึกเหมือนกัน คือในการเรียนจิตแพทย์จะมีอยู่บทหนึ่งเลยในเรื่องของการรักษาระยะห่าง...คือถ้าเราไม่เป็นกลางซะแล้ว ก็ทำให้เราดูแลเขาลำบาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าคนไข้คนนี้สามีไปมีเมียน้อย เราจะไปเกลียดสามีเขาด้วย เราจะไม่เป็นกลาง และถ้าสามีเขามาคุยกับเรากับประวัติอีกมุมหนึ่งเราอาจจะไม่ยอมรับแล้วคิดว่าเขาโกหก

การทำงานในลักษณะอย่างนี้มีผลกับความคิดหรือกระบวนการแก้ปัญหาของตัวเองไหมคะ ?
มีค่ะ อย่างสมมุติเราเจอเคสที่มีปัญหาผิดพลาดเรื่องนี้ แล้วเราเจอประสบการณ์แบบนี้เราก็มีโอกาสนึกทบทวนถึงเคสนี้มากขึ้น กับอีกส่วนหนึ่งคือการทำอาชีพนี้ทำให้เราตรวจสอบตัวเองอยู่บ่อย ๆ อย่างเราตรวจคนไข้แล้วรู้สึกว่า คนไข้คนนี้เราไม่ชอบ เบื่อ ถ้าพยาบาลบอกว่าวันนี้ ผิดนัดไม่มา จะดีใจเลย เราก็ต้องกลับมาดูตัวเองแล้วว่าเกิดอะไรกับคนไข้คนนี้ แล้วทุกครั้งที่มีการทบทวนเราเองก็ต้องพัฒนาไปกับคนไข้ด้วย คือไม่ใช่เพียงแต่แนะนำให้คนไข้ทำอย่างนี้ ๆ เราเองก็ต้องจัดการตัวเองอยู่ตลอด

ตัดสินใจไม่ผิดที่คิดเรียนเป็นจิตแพทย์ ?
ปีแรกที่มาอยู่ศรีธัญญาเป็นช่วงที่ตัดสินใจยากกว่า เพราะตอนที่จบใหม่ ๆ มีทางเลือกที่จะทำงานพิธีกร หรือในส่วนของงานเขียน เขียนคอลัมน์ลงในหนังสือ แต่ตอนนั้นอย่างแรกเลยรู้สึกว่าอาชีพเหล่านั้นไม่ยั่งยืน อย่างที่ 2 คือ ไม่สนุกกับอาชีพพิธีกร ค่อนข้างรู้สึกว่าต้องแอ็กชั่น...งานพิธีกรเป็นอะไรที่จะมีความสุขสำหรับบางเคส แต่บางคนเรารู้สึกว่าเราเหนื่อยกับการแสดงละคร ก็เลยไม่เอาละ ไม่ใช่ชีวิตเรา ซึ่งพอปีที่ 3 รู้สึกว่าโชคดีแล้วที่เลือกทางนี้เพราะการเป็นจิตแพทย์ยิ่งนานยิ่งคมขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเราเจอเคสเยอะประสบการณ์เยอะเรายิ่งมีแนวคิดที่แตกขยายมากขึ้น แล้วการเป็นข้าราชการก็สอนอะไรเราหลายอย่าง คือถ้าเลือกราชการแล้วเงินเดือนก็คือเงินเดือนราชการ จบแพทย์สตาร์ทที่ 7 พันกว่า จบจิตแพทย์ 8,400 เป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ ตอนเป็นนางสาวไทยใช้โน่นใช้นี่ แต่พอเลือกราชการเราก็ต้องใช้ชีวิตปกติอย่างที่เคยเป็น แทนที่จะขับรถเราก็ต้องนั่งรถเมล์ นั่งเรือ นั่งรถไฟฟ้า ก็เป็นอีกชีวิตหนึ่ง ไม่ได้เหมือนคนที่อยู่ในวงการบันเทิง...การเป็นนางสาวไทยปีหนึ่งเราก็รู้สึกว่าเราสนุกกับชีวิตอีกแบบ เสร็จแล้วเราก็มาเป็นคนเดิม

พูดถึงเรื่องนางสาวไทย ชอบที่คุณหมอบอกว่าความรู้สึกของการไปประกวดนางสาวไทยก็เหมือนกับอยากลองเคี้ยวดอกกุหลาบดูว่าที่เห็นสวยงามน่ากินนั้น จริงๆ แล้วรสชาติเป็นอย่างไร ?
จะว่าไปตอนนั้นก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักมากเลย แต่จริงๆ รู้สึกดีมากที่ได้แวบไปเคี้ยวดอกกุหลาบ เพราะโอกาสหลายๆ อย่างในชีวิตทุกวันนี้เกิดจากการได้ประกวดนางสาวไทยมาก่อน อย่างการได้มาอ่านข่าว หรือการเป็นที่รู้จักทั้งคนไข้ ทั้งเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ทำให้เราง่ายกับการทำงาน แล้วตัวเองรู้สึกว่าพอเพื่อน ๆ หรือเจ้านายได้มารู้จักเราจริง ๆ เหมือนกับเขาก็ค่อนข้างจะเอ็นดู แล้วโอกาสที่เขาจะไว้วางใจให้ทำงานหรืออะไรมันก็ดี อย่างตอนลงไปช่วยสึนามิถือเป็นโอกาสที่เขาไว้ใจ

ถามคุณหมอในฐานะจิตแพทย์ เราจะดูแลจิตใจตัวเองให้เข้มแข็ง ให้ดี แม้กระทั่งเลยไปถึงการดูแลจิตใจคนใกล้ตัวเราได้อย่างไรคะ ?
...ตัวเองก็ค่อนข้างเหลาะแหละอยู่เหมือนกันนะ (ยิ้ม) แต่ว่าถ้ารับผิดชอบแล้วก็ต้องเต็มที่ ตรงนี้อาจจะเป็นวิธีการที่ทำให้เราไม่เครียดก็ได้นะ คือเราไม่ได้เป็นเพอร์เฟกชั่นนิสต์ โอ้โห... ต้องเข้มงวดกับตัวเองมาก อะไรอย่างนี้ บางทีก็ลาไปเที่ยวอาทิตย์หนึ่ง ช่วงก่อนโน้น ก็ไปเรียนวาดรูป ชวนกันกับพี่อิ๋ว-ศุภรัตน์ ไปเรียนดำน้ำ คิดว่าอย่าใช้ชีวิตด้านเดียวอย่างนี้ดีกว่า ถ้าจะสรุปนะคะ ถ้าจะบ้างานก็ไม่ใช่บ้างานอย่างเดียว คุณต้องใช้ชีวิตด้านอื่นด้วย แล้วก็รู้จักการผ่อนคลาย อยากทำอะไรทำไปเล้ย...

พยายามสร้างสมดุลให้กับชีวิตของตัวเอง ?
ใช่ ๆ จะเรียกอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ส่วนมากจะเจอคนที่มีปัญหาว่าไม่เคยลางานเลย ถามว่าเคยไปพักร้อนเมื่อไหร่ จำไม่ได้ หรือว่าพอกลับถึงบ้านปุ๊บก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรงหลับ อย่างนี้เราต้องมีเวลาสำหรับตัวเองที่จะทำในสิ่งที่เราชอบ บางคนอาจจะชอบปลูกต้นไม้ บางคนอาจจะเลี้ยงปลา บางคนอาจจะถักนิตติ้ง อะไรก็แล้วแต่ เป็นงานอดิเรกที่เรารู้สึกว่า เราผ่อนคลาย

ถ้าถามถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในฐานะจิตแพทย์คนหนึ่ง คุณหมออยากเห็นอะไรเกิดขึ้นในสังคมบ้านเรา ?
ทั้งในแง่ของการทำงานอยู่ในศรีธัญญา หรือว่าการเขียนหนังสือ อยากให้คนอ่านอ่านแล้วรักตัวละครจริง ๆ อยากให้คนเห็นว่า คนโรคจิตก็คือเป็นคนธรรมดา แล้วให้ยอมรับอีกด้วยว่า ดีไม่ดีวันหนึ่งอาจจะเป็นหมออภิสมัยที่เพี้ยนไปแล้ว (ยิ้ม) คือโรคจิตเกิดกับใครก็ได้ แต่เป็นแล้วรักษาได้ รักษาแล้วกลับมาเป็นคนเก่งได้ การไปหาจิตแพทย์ ไม่ได้แปลว่าคนคนนี้แย่แล้ว อยากให้สังคมเกิดความเข้าใจ มันคงเป็นคำสองคำ ถ้าเข้าใจแล้วโอกาสก็จะตามมา โอกาสที่คนไข้จะอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี หรือแม้กระทั่งถ้าวันหนึ่งเราเกิดป่วยเอง เราก็ต้องได้รับการยอมรับอย่างมีศักดิ์ศรีเหมือนกัน
ร่วมลงนาม เพื่อต่อต้านการใช้ความรุนแรงต่อผู้หญิง

 
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง

ขอขอบคุณ
นิตยสาร ขวัญเรือน
 
spacer
bottom_theme

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 92

  1. Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์

  2. Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์

  3. Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์

  4. Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์

  5. Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์

  6. Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์

    • ความคิดเห็นที่85
    • พยายามสมัครสมาชิกเผื่อว่าจะได้คำแนะนำดีดีจากคุณหมอบ้างแต่ไม่สามารถสมัครได้ อุตส่าห์ไปค้นE mail ของเก่ามาใส่ข้อมูลแล้วทั้งๆที่ไม่ค่อยอยากใช้เมลนี้เท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้สมัครMAIL อื่นไว้เลยค่ะ ตอนนี้ขอเพียงติดต่อคุณหมอได้บ้างทั้งๆที่เกรงใจคุณหมอเป็นที่สุด
    • คนไข้รอหมอค่ะ รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: คนไข้รอหมอค่ะ
      • เมื่อ[9 กุมภาพันธ์ 2553 - 20:53 น.]
      • IP[118.174.47.XXX]
  7. Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์

    • ความคิดเห็นที่84
    • เพลินพิศแค่พักตร์เพียงความงาม
      ใจจรดใจติดตามนึกฉงน
      ดวงใจดั่งดวงตะวันตามไล่เมฆ
      ส่องหล้าอบอุ่นล้นใต้ดวงตะวันฉาย
      ฤ ว่าดวงตะวันจะยอแสง
      พายุพัดกระหน่ำแรงกลบหล้า
      หมดสิ้นเรี่ยวแรงบินผยองปีก
      ขอเพียงแสงจากฟ้าช่วยค้ำจุนใจ
    • คนไข้รอหมอ รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: คนไข้รอหมอ
      • เมื่อ[9 กุมภาพันธ์ 2553 - 19:47 น.]
      • IP[118.174.9.XXX]
  8. Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์

    • ความคิดเห็นที่83
    • ต้องขอโทษคุณหมอด้วยนะค่ะที่ข้อความนี้อาจทำให้รำคาญแต่คิดถึงคุณหมอมากๆเลยค่ะมีความเชื่ออยู่ลึกๆว่าคุณหมอจะทำให้หายจากโรคที่ทุกข์ทรมานนี้ได้อยากติดต่อคุณหมอได้จังเลยค่ะแต่ก็รู้ว่าอาจเป็นการรบกวนคุณหมอในเวลาที่ไม่สมควร แต่วันนี้โรคร้ายนี้ทำให้หมดความอดทนจริงๆเลยต้องเขียนข้อความนี้ขึ้น ได้แต่หวังว่าข้อความนี้คงส่งไปถึงคุณหมอได้และไม่ทำให้เกิดการรบกวนคุณหมอมากเกินไป
    • คนไข้รอคุณหมอค่ะ รูปประจำตัว

      • โดยคุณ: คนไข้รอคุณหมอค่ะ
      • เมื่อ[27 มกราคม 2553 - 20:18 น.]
      • IP[118.174.12.XXX]

ร่วมแสดงความคิดเห็น

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้