 |
|
 |
|
สารภาพว่ารู้จัก คุณหมอเบิร์ท จากภาคความเป็นนางสาวไทยมากกว่าภาคไหน ๆ แต่เมื่อได้อ่านเรื่องเล่าของหมอจากบ้านศรีธัญญา...ภาพของผู้หญิงคนนี้กลับเด่นชัดที่ความเป็นจิตแพทย์ยิ่งกว่าครั้งใด ๆ คงเพราะเธอเข้าใจ เห็นใจ และยอมรับคนไข้ของเธอได้อย่างไม่มีข้อสงสัย นอกจากนั้นถ้าใครเคยคิดว่าคุณหมอที่มีอดีตเป็นนางสาวไทยคนนี้จะใช้ชีวิตเหนือธรรมดา...ขอบอกว่าเธอนั้นธรรมดาเสียยิ่งกว่าคนธรรมดาอย่างเรา ๆ เพียงแต่ในความธรรมดาของเธอนั้นแฝงไว้ซึ่งความงดงามอย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
หนังสือเรื่องเล่าของหมอเบิร์ทเริ่มต้นจากอะไรคะ ? จริง ๆ แล้วตัวเองเป็นคนที่เขียนบันทึกประจำ แต่ไม่เคยมีความคิดที่จะมาทำเป็นเล่มเป็นเรื่องเป็นราว แต่ปัจจุบันนี้อยู่ที่ศรีธัญญามา 3 ปีแล้ว เราก็จะมีทำวารสารภายในโรงพยาบาลชื่อวารสารเพื่อนรักษ์สุขภาพจิต เป็นหนังสือภายในที่คนเขียนเป็นจิตแพทย์ พยาบาลจิตเวช บางบทเป็นนักจิตวิทยาเขียน มีคนไข้เขียน มีญาติเขียน แล้วเราก็มีเครือข่าย ที่เอาไปกระจาย แต่มันยังเป็นแบบเฉพาะกลุ่ม...ตัวหมอเองมีหน้าที่เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการ เผอิญว่าเจ้าของสำนักพิมพ์สร้างสรรค์ไปเจอวารสารเพื่อนรักษ์ฯจากโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ เขาก็เลยให้ทีมงานมาคุย แต่ตอนแรกก็ปฏิเสธ คือไม่ได้คิดว่ามันจะขายได้ เพราะดูเหมือนว่าเรื่องจิตวิทยาเป็นเรื่องหนัก ทีนี้พอมาคุยกันทางสำนักพิมพ์เขาบอกยังไงก็ได้ เขาคิดว่ามันเป็นประโยชน์ที่คนนอกจะได้อ่าน ไม่ได้คิดว่าจะต้องทำยอดหรืออะไร พอคุยกันรู้สึกดีต่อกันก็เลยตกลง
ไม่กลัวกระแสที่คนพูดว่าคนดังมาเขียนหนังสือหรือคะ ? อันนี้เป็นอะไรที่ยากลำบากมากเลย เพราะตัวเองเคยไปขายหนังสือที่งานสัปดาห์หนังสือ ก็จะมีคนที่เขาบอกว่า ออกกันมาอีกแล้ว เราก็ต้องอธิบายว่าคุณพี่ลองอ่านสักบทหนึ่งก่อนแล้วจะรู้ว่าไม่ใช่หนังสือนางงาม ต้องให้อ่านถึงจะเข้าใจว่าหนังสือไม่ได้แฉหรือไม่ได้เล่าเรื่องคนนี้บ้างคนนั้นบ้าง ตัวเองก็พยายามจะเขียนไว้ในคำนำด้วยว่า หนังสือนี้ไม่ได้เขียนเรื่องคนเด่นคนดัง แต่มันเป็นชีวิตของคนแบบเราที่เดินสวนกันไปสวนกันมาอยู่ตามท้องถนน แต่ในความธรรมดามีอะไรบางอย่าง ที่ทำให้เราเรียนรู้ แล้วเชื่อว่าคนอ่านจะต้องโดนกับบทใดบทหนึ่ง
จิตแพทย์ค่อนข้างผูกพันกับคนไข้ คุณหมอมีเก็บเคสต่างๆ ไปคิดจนแยกไม่ออกกับชีวิตส่วนตัวบ้างไหมคะ ? อันนี้จะต้องฝึกเหมือนกัน คือในการเรียนจิตแพทย์จะมีอยู่บทหนึ่งเลยในเรื่องของการรักษาระยะห่าง...คือถ้าเราไม่เป็นกลางซะแล้ว ก็ทำให้เราดูแลเขาลำบาก ยกตัวอย่างง่าย ๆ ถ้าคนไข้คนนี้สามีไปมีเมียน้อย เราจะไปเกลียดสามีเขาด้วย เราจะไม่เป็นกลาง และถ้าสามีเขามาคุยกับเรากับประวัติอีกมุมหนึ่งเราอาจจะไม่ยอมรับแล้วคิดว่าเขาโกหก
การทำงานในลักษณะอย่างนี้มีผลกับความคิดหรือกระบวนการแก้ปัญหาของตัวเองไหมคะ ? มีค่ะ อย่างสมมุติเราเจอเคสที่มีปัญหาผิดพลาดเรื่องนี้ แล้วเราเจอประสบการณ์แบบนี้เราก็มีโอกาสนึกทบทวนถึงเคสนี้มากขึ้น กับอีกส่วนหนึ่งคือการทำอาชีพนี้ทำให้เราตรวจสอบตัวเองอยู่บ่อย ๆ อย่างเราตรวจคนไข้แล้วรู้สึกว่า คนไข้คนนี้เราไม่ชอบ เบื่อ ถ้าพยาบาลบอกว่าวันนี้ ผิดนัดไม่มา จะดีใจเลย เราก็ต้องกลับมาดูตัวเองแล้วว่าเกิดอะไรกับคนไข้คนนี้ แล้วทุกครั้งที่มีการทบทวนเราเองก็ต้องพัฒนาไปกับคนไข้ด้วย คือไม่ใช่เพียงแต่แนะนำให้คนไข้ทำอย่างนี้ ๆ เราเองก็ต้องจัดการตัวเองอยู่ตลอด
ตัดสินใจไม่ผิดที่คิดเรียนเป็นจิตแพทย์ ? ปีแรกที่มาอยู่ศรีธัญญาเป็นช่วงที่ตัดสินใจยากกว่า เพราะตอนที่จบใหม่ ๆ มีทางเลือกที่จะทำงานพิธีกร หรือในส่วนของงานเขียน เขียนคอลัมน์ลงในหนังสือ แต่ตอนนั้นอย่างแรกเลยรู้สึกว่าอาชีพเหล่านั้นไม่ยั่งยืน อย่างที่ 2 คือ ไม่สนุกกับอาชีพพิธีกร ค่อนข้างรู้สึกว่าต้องแอ็กชั่น...งานพิธีกรเป็นอะไรที่จะมีความสุขสำหรับบางเคส แต่บางคนเรารู้สึกว่าเราเหนื่อยกับการแสดงละคร ก็เลยไม่เอาละ ไม่ใช่ชีวิตเรา ซึ่งพอปีที่ 3 รู้สึกว่าโชคดีแล้วที่เลือกทางนี้เพราะการเป็นจิตแพทย์ยิ่งนานยิ่งคมขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งเราเจอเคสเยอะประสบการณ์เยอะเรายิ่งมีแนวคิดที่แตกขยายมากขึ้น แล้วการเป็นข้าราชการก็สอนอะไรเราหลายอย่าง คือถ้าเลือกราชการแล้วเงินเดือนก็คือเงินเดือนราชการ จบแพทย์สตาร์ทที่ 7 พันกว่า จบจิตแพทย์ 8,400 เป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ ตอนเป็นนางสาวไทยใช้โน่นใช้นี่ แต่พอเลือกราชการเราก็ต้องใช้ชีวิตปกติอย่างที่เคยเป็น แทนที่จะขับรถเราก็ต้องนั่งรถเมล์ นั่งเรือ นั่งรถไฟฟ้า ก็เป็นอีกชีวิตหนึ่ง ไม่ได้เหมือนคนที่อยู่ในวงการบันเทิง...การเป็นนางสาวไทยปีหนึ่งเราก็รู้สึกว่าเราสนุกกับชีวิตอีกแบบ เสร็จแล้วเราก็มาเป็นคนเดิม
พูดถึงเรื่องนางสาวไทย ชอบที่คุณหมอบอกว่าความรู้สึกของการไปประกวดนางสาวไทยก็เหมือนกับอยากลองเคี้ยวดอกกุหลาบดูว่าที่เห็นสวยงามน่ากินนั้น จริงๆ แล้วรสชาติเป็นอย่างไร ? จะว่าไปตอนนั้นก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนักมากเลย แต่จริงๆ รู้สึกดีมากที่ได้แวบไปเคี้ยวดอกกุหลาบ เพราะโอกาสหลายๆ อย่างในชีวิตทุกวันนี้เกิดจากการได้ประกวดนางสาวไทยมาก่อน อย่างการได้มาอ่านข่าว หรือการเป็นที่รู้จักทั้งคนไข้ ทั้งเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ทำให้เราง่ายกับการทำงาน แล้วตัวเองรู้สึกว่าพอเพื่อน ๆ หรือเจ้านายได้มารู้จักเราจริง ๆ เหมือนกับเขาก็ค่อนข้างจะเอ็นดู แล้วโอกาสที่เขาจะไว้วางใจให้ทำงานหรืออะไรมันก็ดี อย่างตอนลงไปช่วยสึนามิถือเป็นโอกาสที่เขาไว้ใจ
ถามคุณหมอในฐานะจิตแพทย์ เราจะดูแลจิตใจตัวเองให้เข้มแข็ง ให้ดี แม้กระทั่งเลยไปถึงการดูแลจิตใจคนใกล้ตัวเราได้อย่างไรคะ ? ...ตัวเองก็ค่อนข้างเหลาะแหละอยู่เหมือนกันนะ (ยิ้ม) แต่ว่าถ้ารับผิดชอบแล้วก็ต้องเต็มที่ ตรงนี้อาจจะเป็นวิธีการที่ทำให้เราไม่เครียดก็ได้นะ คือเราไม่ได้เป็นเพอร์เฟกชั่นนิสต์ โอ้โห... ต้องเข้มงวดกับตัวเองมาก อะไรอย่างนี้ บางทีก็ลาไปเที่ยวอาทิตย์หนึ่ง ช่วงก่อนโน้น ก็ไปเรียนวาดรูป ชวนกันกับพี่อิ๋ว-ศุภรัตน์ ไปเรียนดำน้ำ คิดว่าอย่าใช้ชีวิตด้านเดียวอย่างนี้ดีกว่า ถ้าจะสรุปนะคะ ถ้าจะบ้างานก็ไม่ใช่บ้างานอย่างเดียว คุณต้องใช้ชีวิตด้านอื่นด้วย แล้วก็รู้จักการผ่อนคลาย อยากทำอะไรทำไปเล้ย...
พยายามสร้างสมดุลให้กับชีวิตของตัวเอง ? ใช่ ๆ จะเรียกอย่างนั้นก็ได้ค่ะ ส่วนมากจะเจอคนที่มีปัญหาว่าไม่เคยลางานเลย ถามว่าเคยไปพักร้อนเมื่อไหร่ จำไม่ได้ หรือว่าพอกลับถึงบ้านปุ๊บก็อ่อนเปลี้ยเพลียแรงหลับ อย่างนี้เราต้องมีเวลาสำหรับตัวเองที่จะทำในสิ่งที่เราชอบ บางคนอาจจะชอบปลูกต้นไม้ บางคนอาจจะเลี้ยงปลา บางคนอาจจะถักนิตติ้ง อะไรก็แล้วแต่ เป็นงานอดิเรกที่เรารู้สึกว่า เราผ่อนคลาย
ถ้าถามถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในฐานะจิตแพทย์คนหนึ่ง คุณหมออยากเห็นอะไรเกิดขึ้นในสังคมบ้านเรา ? ทั้งในแง่ของการทำงานอยู่ในศรีธัญญา หรือว่าการเขียนหนังสือ อยากให้คนอ่านอ่านแล้วรักตัวละครจริง ๆ อยากให้คนเห็นว่า คนโรคจิตก็คือเป็นคนธรรมดา แล้วให้ยอมรับอีกด้วยว่า ดีไม่ดีวันหนึ่งอาจจะเป็นหมออภิสมัยที่เพี้ยนไปแล้ว (ยิ้ม) คือโรคจิตเกิดกับใครก็ได้ แต่เป็นแล้วรักษาได้ รักษาแล้วกลับมาเป็นคนเก่งได้ การไปหาจิตแพทย์ ไม่ได้แปลว่าคนคนนี้แย่แล้ว อยากให้สังคมเกิดความเข้าใจ มันคงเป็นคำสองคำ ถ้าเข้าใจแล้วโอกาสก็จะตามมา โอกาสที่คนไข้จะอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี หรือแม้กระทั่งถ้าวันหนึ่งเราเกิดป่วยเอง เราก็ต้องได้รับการยอมรับอย่างมีศักดิ์ศรีเหมือนกัน |
|
|
|
|
 |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|
 |

ขอขอบคุณ นิตยสาร ขวัญเรือน |
|
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 92
Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์
Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์
Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์
Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์
Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์
Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์
Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์
ใจจรดใจติดตามนึกฉงน
ดวงใจดั่งดวงตะวันตามไล่เมฆ
ส่องหล้าอบอุ่นล้นใต้ดวงตะวันฉาย
ฤ ว่าดวงตะวันจะยอแสง
พายุพัดกระหน่ำแรงกลบหล้า
หมดสิ้นเรี่ยวแรงบินผยองปีก
ขอเพียงแสงจากฟ้าช่วยค้ำจุนใจ
Re: พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์