 |
|
 |
สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว |
|
หญิงไทย แห่ใช้สิทธิเลือกคำนำหน้าชื่อ นาง-นางสาว ทั่วประเทศคึกคัก ขณะที่หญิงม่าย หลั่งไหลปรับโฉมเพียบ ด้านชาวเขาเชียงราย ไม่สนใจ เจ๊เบียบ ออกโรงหนุนสุดตัว ยันไม่เปลี่ยน น.ส.อ้างอายุไม่ใช่น้อย ชูธงผู้หญิงเทียบเท่าผู้ชาย เรียกร้องการบวชพระของผู้หญิงในพระพุทธศาสนา ชี้อยากเห็นภิกษุณีเกิดขึ้นในไทยอย่างมีเกียรติ
กรณีที่ สำนักงานปกครองและทะเบียน กระทรวงมหาดไทย จะบังคับใช้ พ.ร.บ.คำนำหน้านามหญิง พ.ศ. 2551 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันนี้ (4 มิ.ย.) นั้น ก็จะทำให้สตรีมีทางเลือกในการใช้คำนำหน้านาม และชื่อสกุลได้ตามความสมัครใจ ทั้งนี้ สำหรับหญิงที่จดทะเบียนสมรสแล้ว จะใช้คำนำหน้านามว่า นาง หรือ นางสาว ได้ตามความสมัครใจ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น เกี่ยวกับบรรยากาศของการเปลี่ยนคำนำหน้าจาก นาง เป็น นางสาว ทั่ว ประเทศในวันแรก เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 4 มิ.ย. ที่ว่าการอำเภอเมือง จ.นครราชสีมา ได้มีประชาชนจำนวนไม่น้อยไปแสดงเจตจำนงขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ ต่อนายทะเบียน โดยตลอดทั้งวันทำการมีผู้หญิงขอเปลี่ยนคำนำหน้าชื่อจาก นาง เป็น นางสาว จำนวน 34 คน ส่วนใหญ่เป็นหญิงม่ายที่หย่าร้างกับสามี รวมทั้งหญิงสาวที่มาจดทะเบียนสมรสกับสามี แต่ขอใช้สิทธิใช้คำนำหน้าชื่อเป็น นางสาว เหมือนเดิม ขณะที่ นางโม กำกระโทก อายุ 70 ปี มาแจ้งขอคัดลอกเอกสารการหย่าจากฝ่ายทะเบียน หลังจากหย่าร้างกับสามีมานานกว่า 40 ปี พร้อมเปิดเผยว่า ตนหย่าขาดกับสามีมานานแล้ว จึงครองสถานภาพม่ายมาโดยตลอด ตอนแรกก็อยากจะเปลี่ยนใช้ นางสาว เหมือนกัน แต่คิดไปคิดมาไม่เปลี่ยนดีกว่า ขอใช้ นาง เหมือนเดิม เพราะเป็นชื่อเก่าแก่ และอีกอย่างตอนนี้ตนก็เป็นสาวเหลือน้อยเหมือนไม้ใกล้ฝั่งแล้ว ขอใช้ คำนำหน้าแบบเก่าไปจนตายดีกว่า ที่ว่าการอำเภอ จ.เชียงราย นายกำพล โพธิ์คำ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร เปิดเผยว่า มีหญิงสาว ที่ได้จดทะเบียนหย่า มาก่อน จำนวน 3 ราย ได้มาแสดงความจำนงเปลี่ยนคำนำหน้านามจากนาง มาเป็นนางสาว โดยหญิงสาวทั้ง 3 รายเป็นคนพื้นที่ราบ แต่ยังไม่มีกลุ่มชาวไทยภูเขามาใช้สิทธิ ขณะที่หญิงสาวอีก 5 ราย ที่เดินทางมาจดทะเบียนสมรส มีการเปลี่ยนจากนางสาวเป็นนาง 4 ราย ส่วนอีก 1 รายขอใช้คำนำหน้านามนางสาวต่อไป ขณะที่กลุ่มชาวไทยภูเขาส่วนใหญ่ใน จ.เชียงราย ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องคำนำหน้านามเท่าที่ควร เพราะส่วนใหญ่จะอยู่กินกันโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส อาศัยตามวิถีชนเผ่าชาวเขา และต้องดิ้นรนทำมาหากินมากกว่า จึงไม่ให้ความสำคัญว่าจะเป็นนางหรือนางสาว แต่อย่างใด ที่ว่าการอำเภอเมือง จ.เชียงใหม่ นางธัญชนิต โอสถิตย์พร ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายทะเบียนและบัตร เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีการออกพระราชบัญญัติดังกล่าว ในวันที่ 4 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันแรกที่มีผลบังคับใช้และให้ผู้หญิงไม่ว่าจะหย่าร้าง หรือสมรสอยู่ ก็สามารถมาเปลี่ยนคำนำหน้านามได้ โดยตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นต้นมาจนถึงช่วงเที่ยงมีผู้เดินทางมาขอเปลี่ยนคำนำหน้าจาก นาง เปลี่ยนเป็น นางสาว แล้ว 5 ราย ซึ่งทุกคนนั้นผ่านการสมรสมาแล้วและก็มีการหย่าร้างมาแล้วทุกราย ขณะที่ผ่านมาตั้งแต่มีการออกพระราชบัญญัติดังกล่าว ก็มีคนโทรศัพท์มาสอบถามที่อำเภออย่างต่อเนื่องทุกวัน บางรายเมื่อตนสอบถามอายุแล้วก็ตกใจเพราะพบว่าคนอายุ 60-70 ปี บางคนก็อยากเปลี่ยนด้วยเช่นกัน ขณะที่ที่ว่าการอำเภอเมือง จ.พิษณุ โลก ได้มีผู้หญิงมาใช้สิทธิทั้งเปลี่ยนจากนาง เป็น นางสาว และจดทะเบียนสมรสใช้คำนำหน้าว่านางสาว รวมทั้งยังมีโทรศัพท์จากบรรดาผู้หญิงโทรฯ เข้ามาสอบถามเจ้าหน้าที่ทะเบียนถึงการเปลี่ยนคำนำหน้านามอีกจำนวนมาก โดยนาง จารุวรรณ์ โพธิ์สีนาค อายุ 32 ปี ได้ยื่นเรื่องแสดงความจำนงกับเจ้าหน้าที่เพื่อขอเปลี่ยนชื่อและคำนำหน้าใหม่เป็น นางสาว ขณะที่คู่จดทะเบียนสมรส ก็ขอใช้สิทธิคำนำหน้านามว่านางสาวด้วยเช่นกัน โดยคู่ของนายบุญมี เมืองมูล ได้มามาจดทะเบียนสมรสกับ นางสาวภิราพร คำสุข โดยฝ่ายหญิงขอใช้คำนำหน้านามเป็นนางสาวในใบสำคัญทะเบียนสมรส สำหรับที่ว่าการอำเภอเมือง จ.นครสวรรค์ ตั้งแต่ช่วงเช้า หลังจากที่วันนี้ได้มีการประกาศให้ผู้หญิงที่แต่งงานและจดทะเบียนแล้ว เปลี่ยนคำนำหน้าจากนางเป็นนางสาว ได้ทยอยมาที่อำเภอ เพื่อเปลี่ยนคำหน้านามใหม่ ซึ่งบรรยากาศคึกคักมารอคิวแต่เช้า ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแม่ม่ายที่หย่าร้าง สามีตายมากที่สุด รองลงมาเป็นหญิงที่แต่งงานแล้ว ใช้นามสกุลสามีเข้ามาเปลี่ยนคำนำหน้านามเดินทางมาใช้บริการตลอดทั้งวัน ขณะที่ที่ว่าการอำเภอเมือง จ.อ่างทอง นางยุวดี สุวรรณ์ อายุ 27 ปี ได้เดินทางมายื่นคำร้องขอใช้คำนำหน้าเป็นนางสาว โดยได้หย่ากับสามี และต้องการที่จะใช้คำนำหน้าว่า นางสาว ในส่วนพื้นที่ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามยอดผู้มาขอจดทะเบียนเปลี่ยนคำนำหน้า นาง เป็น น.ส. จาก 50 เขต พบยอดรวมทั้งหมด 391 ราย โดย 5 เขตที่มีการยื่นความจำนงขอเปลี่ยนคำนำหน้ามากที่สุด คือ เขตดอนเมือง 25 ราย เขตบางซื่อ 18 ราย เขตสายไหม 15 ราย เขตสาทร 15 ราย และเขตจตุจักร 15 ราย สำหรับเขตที่ไม่สามารถเปลี่ยนคำนำหน้าได้เนื่องจากระบบออนไลน์ขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถรับเปลี่ยนได้แม้แต่รายเดียว พบที่เขตลาดพร้าว เขตบางกอกใหญ่ ทั้งนี้การ สอบถามไม่พบว่ามีผู้มีชื่อเสียงหรือบุคคลสำคัญ หรือสาวสังคมชั้นสูง มาเปลี่ยนคำนำหน้านามแต่อย่างใด มีเพียง ผช.ผอ.เขตรายหนึ่งเดินทางมาเปลี่ยนที่เขตภาษีเจริญ เท่านั้น
ด้านนางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช ประธานสมาคมเสริมสร้างครอบครัวอบอุ่น และอดีต ส.ว.ขอนแก่น กล่าวว่า เห็นด้วยและดีใจมากที่ความทัดเทียมเกิดขึ้นในสังคม หลังจากที่ถูกละเลยสิทธิตรงนี้มาเป็นเวลานาน ในสถานะของผู้ชายเมื่อแต่งงานไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ในทางเดียวกันเมื่อผู้หญิงแต่งงานก็ควรจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเช่นกัน หากไปกลัวว่าเมื่อผู้หญิงที่แต่งงานแล้วยังอยู่ในสถานะเดิมจะทำให้ระบบครอบครัวตกต่ำ ใช้คำนำหน้านามว่า น.ส. เกรงว่าจะไปมีผู้ชายอื่น ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ทำนองเดียวกันผู้ชายคิดในมุมเดียวกันหรือไม่ก็ไม่ได้คิด ในเรื่องนี้ตนรับรองได้ว่า ผู้หญิงแม้ว่าแต่งงานแล้วและใช้คำนำหน้าว่า น.ส. จะไม่ทำตัวเหมือนผู้ชาย เพราะผู้หญิงเป็นคนที่รักลูก รักครอบครัวมาก และมีศีลธรรม มโนธรรมจริยธรรมสูง แม้ว่าเห็นด้วยและดีใจที่มีการเปลี่ยนคำนำหน้า ทว่าในส่วนตัวไม่เปลี่ยนกลับไปใช้คำนำหน้า น.ส. เพราะรู้สึกชินกับคำนำหน้าที่ใช้มานาน และสังคมที่เราอยู่ก็ชินกับสิ่งที่ใช้อยู่ ที่สำคัญอายุตอนนี้ก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว ณ เวลานี้ผู้หญิงธรรมดา ๆ ที่แต่งงานมีครอบครัวแล้วเชื่อ ว่าไม่มีความจำเป็นต้องไปเปลี่ยน ขณะเดียวกันผู้หญิงบางคนที่อยู่ในสถานะม่ายตั้งแต่อายุยังน้อย อายุ 20 ปี 30 ปี ผู้หญิงเหล่านี้มีโอกาสจะไปเริ่มต้นกับใครใหม่ก็ได้ ก็มีความเหมาะที่จะไปเปลี่ยนคำนำหน้ากลับมาเป็น น.ส. เหมือนเดิม ต้องขอขอบคุณสภาร่างนิติบัญญัติแห่งชาติที่ร่างกฎหมายออกมาให้ผู้หญิงเลือกใช้ในสิ่งที่พอใจ ทำให้โอกาสของผู้หญิงดีขึ้น ส่วนเด็ก ๆ ที่กำลังจะเริ่มต้นครอบครัวใหม่หากต้องการใช้คำนำหน้าชื่อ และนามสกุลเดิม ควรมีการตกลงกับว่าที่สามีให้เรียบร้อยก่อนแต่งงาน นางระเบียบรัตน์ กล่าวต่อว่า เมื่อผู้หญิงได้รับสิทธินี้แล้ว อยากเห็นผู้หญิงก้าวเคียงคู่ไปกับผู้ชายไม่ว่าการมีส่วนร่วมทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม การศึกษาและในการประกอบอาชีพ โดยในการมีส่วนร่วมทางการเมืองในการลงสมัครและเป็นผู้บริหารพรรค ถึงแม้มีการบัญญัติออกมาแล้วแต่ในความเป็นจริงยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนัก ส่วนในการประกอบอาชีพ ที่ผ่านมาผู้หญิงทำงานในระบบราชการมากกว่าผู้ชาย แต่ในเวลาที่มีการพิจารณาให้นั่งในตำแหน่งที่ใหญ่ขึ้นหรือมีบทบาทมากขึ้นผู้หญิงมักถูกตัดรอนสิทธิ ในขณะที่เรื่องการศึกษาอยากให้มีโอกาสในการเข้าเรียน อย่าปิดกั้นควรให้โอกาสผู้หญิง อาทิ การเรียนในโรงเรียนทหาร ส่วนเรื่องสุดท้ายในเรื่องการบวชพระผู้หญิงในพระพุทธศาสนา อยากเห็นภิกษุณีเกิดขึ้นในประเทศไทย อย่างมีเกียรติ วันเดียวกัน นายอวยชัย อินทร์นาค ผอ.ส่วนการทะเบียนทั่วไป สำนักบริหารการทะเบียน กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการขอเปลี่ยนคำนำหน้าจากนางเป็นนางสาว เป็นวันแรก ว่า การเปิดให้บริการในวันแรกได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก โดยตนได้รับรายงานข้อมูลการขอใช้บริการจากประชาชน เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่ 4 มิ.ย. มีผู้มาขอใช้ บริการจำนวน 1,796 คน แบ่งเป็น 4 กลุ่มด้วยกัน คือ 1.กลุ่มที่มาจดทะเบียนสมรสใหม่เป็นครั้งแรก มีจำนวนทั้งหมด 852 คน โดยขอใช้ นาง จำนวน 500 คน และใช้ นางสาว จำนวน 351 คน ส่วนอีก 1 คนขอใช้ยศซึ่งอาจจะรับราชการทหารหรือตำรวจ กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่มาขอจดทะเบียนหย่า ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 270 คน ขอใช้คำนำหน้า นาง 169 คน และขอใช้ นางสาว จำนวน 101 คน กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่นำใบทะเบียนสมรสมายื่น ซึ่งมีจำนวนทั้งหมด 194 คน ขอใช้คำนำหน้า นาง 16 คน และขอใช้ นางสาว 178 คน และกลุ่มที่ 4 คือกลุ่มที่นำเอกสารใบหย่ามายื่น มีจำนวนทั้งหมด 480 คน ขอใช้ นาง 1 คน และขอใช้ นางสาว 479 คน ทั้งนี้คาดว่าน่าจะมีผู้มาขอใช้บริการเปลี่ยนคำนำหน้ามากกว่าตัวเลขสรุปในเบื้องต้น เพราะว่าหน่วยให้บริการบางแห่งเปิดให้บริการถึงเวลา 17.00 น. นายอวยชัย กล่าวต่อว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามีผู้หญิงมาขอรับบริการเปลี่ยนคำนำหน้านาม โดยขอเลือกใช้คำนำหน้า นางสาว เป็นจำนวนมาก โดยภาพรวมจังหวัดที่มีผู้ขอใช้บริการมากที่สุด ได้แก่ กท. ชลบุรี นครราชสีมา และบุรีรัมย์ เป็นต้น ซึ่งจังหวัดเหล่านี้เป็นจังหวัดใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก ตัวเลขการขอใช้บริการจึงสูงเป็นธรรมดา และข้อแนะนำสำหรับผู้ที่จะขอเปลี่ยนชื่อคำนำหน้านาม จากนางเป็นนางสาวนั้น สามารถขอเปลี่ยนได้ทุกสำนักงานเขต และอำเภอทั่วประเทศ แต่ถ้าสะดวกที่สุดไปยังเขตหรืออำเภอที่มีชื่อในทะเบียนบ้าน เพื่อแก้ไขข้อมูลได้ทันที ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงคำนำหน้านาม ไม่มีผลต่อสิทธิทางกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งได้กำชับไปยังเจ้าหน้าที่ให้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว เพราะเท่าที่ติดตามพบว่ามีการตื่นตัวมากพอสมควร. |
|
|
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
|
 |
|
|
 |
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 92
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
ขอให้คิดกันยาวๆนะครับ คิดว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไรถ้านางเปลี่ยนกลับเป็นนางสาวได้และยังสามารถเลือกใช้นามสกุลของตัวเองหรือสามีได้
นี่ยังไม่นับรวมถึงผู้ชายที่แปลงเพศแล้วเป็นนางสาวแล้วแต่งงานเป็นนางเปลี่ยนนามสกุลตามสามี มันจะพลิกกลับเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง แล้วอีกอย่างนะรหัสประชาชนเราก็รู้วิธีคิดแล้ว มั่วถูกได้ด้วยล่ะ มันทำให้กฎหมายเกิดช่องโหว่เยอะขึ้นเข้าใจป่ะ เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่นะครับ
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
อย่าทำอะไรที่มันฝืนความป็นจริงดีกว่า
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
Re: สาวแห่เปลี่ยนคำนำหน้าเป็น นางสาว
กันอยู่แล้ว ทั้งขายของบริจาค สร้างตึกแถวให้เซ้งให้เช่า
อยากถามว่าเงินที่ได้ เอาไปไหน วัดดีแต่สร้างความเจริญทางด้านวัตถุ อยาผม้ก็ลองขับรถเข้า ลาดพร้าว 101 จะเห็นวัดที่โครตรวย
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์